ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง

ช่วงหลังพอว่างจัด ก็เลยไปเปิดดู facebook ของคนนั้นคนนี้ (แลดูโรคจิต) ทำให้เห็นรูปแบบการใช้ facebook และ social media อื่นๆ ของคนรุ่นใหม่ (ขอเน้นที่กลุ่มวัย 18–25) ดังต่อไปนี้

  1. เดี๋ยวนี้ถ่ายรูปกันสวยขึ้นมาก คนรุ่นใหม่ในยุคนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ดีขึ้นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าในช่วง 4–5 ปีหลัง trend ภาพจะเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนวัยรุ่นจะชอบถ่ายให้เบลอๆ (อาจจะทำให้หน้าเนียนขึ้น จนเนียนเว่อร์ๆ) เปลี่ยนเป็นการใช้แสงที่ดีขึ้นแทน ทำให้ภาพออกมาดูดีมาก (เราอาจจะยังพบภาพเบลอๆ ได้ใน Social Media ประเภท Badoo)
  2. ด้วยความที่เคยเป็นครูสอนเด็กมัธยมมาก่อน เลยเห็นพัฒนาการของหน้าตาแบบตกกะใจ (เอาเฉพาะใน Social Media เท่านั้น) ถ้าไม่นับการศัลยกรรมใดๆ ต้องบอกว่าการลดน้ำหนัก การทำผม การแต่งหน้า รวมถึงเสื้อผ้ามีผลอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมนุษย์เราถ้ามีพัฒนาการถึงวัยประมาณ 15–17 ช่วง ม.ปลาย ก็ไม่ค่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างใบหน้าเท่าไหร่แล้วเมื่อเข้าสู่ผู้ใหญ่ แต่พอเด็กเหล่านี้ไม่ถูกคุณครูมัธยมคอยควบคุมก็สามารถเปลี่ยนจากสก๊อยเป็นพริตตี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ Amazing Thailand มาก (อาจจะเพราะได้รับอิทธิพลมาจาก Amazing Korea)
  3. การโพสท่า จะเห็นว่ามีท่านางแบบ นายแบบ เต็ม facebook และ instagram ไปหมดเลย เดี๋ยวนี้ใครก็สามารถเป็น celebrity ได้ (ยกเว้นผม) เพราะทุกคนมี broadcasting channel เป็นของตัวเองที่ connect เพื่อนและคนรู้จักไว้หลายร้อยหรือหลายพัน เรียกว่าดาราจริงคงมีร้อนๆ หนาวๆ กันเหมือนกัน เชื่อว่าต่อไปในอนาคตรูปแบบการดึงคนเข้าสู่วงการจะเปลี่ยนไปเป็น social based มากขึ้น

ตามความเข้าใจส่วนตัวเรื่องสารสื่อประสาท Social Media มีความสัมพันธ์กับ Dopamine มาก (ฮอร์โมนแห่งการให้รางวัล และแรงจูงใจ) ทุกครั้งที่มีการโพส และการได้รับ engagement (like, comment, share) สมองของคนจะหลั่ง dopamine ออกมา ซึ่งวงจรการหลั่ง dopamine ของสังคม facebook ตอนนี้คงต้องบอกว่าเร็วมาก ซึ่งนำมาสู่การ addiction อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ผมยังได้ลองเล่น app ที่ชื่อว่า Tinder ก็เร่งวงจร dopamine ได้เร็วมากๆ เพราะเราสามารถเปลี่ยนหน้าคนได้ง่ายๆ ทันที แทบไม่ต้องรออะไรเลย ซึ่งตรงนี้เป็นการ disruptive ชีวิตและสังคมของมนุษย์ digital มาก

สุดท้ายต้องยอมรับว่า facebook กับคนไทยเป็นอะไรที่ฉุดไม่อยู่จริงๆ เมื่อปี 2008 ผมเป็นคนชักชวนให้คนรอบข้างมาใช้ facebook เพราะสะดวกในการสื่อสารแบบ broadcast แต่ก็ยังไม่มีคนใช้มากนัก (มักจะเปิดบัญชี แล้วไม่เข้ามาใช้) จนเริ่มเยอะขึ้นช่วงปี 2010 (คนตามข่าวการชุมนุมเสื้อแดงกัน) ช่วงนั้นผมเสพติด facebook มาก (แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเสื้อแดง) จนถึงปี 2012 ซึ่งรู้สึกว่าใช้เวลากับมันมากเกินไปและอยากอยู่แบบไม่ต้องเกี่ยวกับโลกออนไลน์ ก็เลยตัดสินใจลบ account ทิ้งไปเลย (ไม่ใช่ deactivate แต่ delete ไปเลย) แต่แล้วก็ต้องกลับมาใช้อีกครั้งในอีก 1 ปีให้หลังเนื่องจากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Social Media จนช่วงปีหลังๆ ตกใจเหมือนกัน เพราะคนทั่วไป (low profile ถ้าพบเจอข้างนอกจะไม่รู้สึกว่ามีอะไรโดดเด่น) โพสภาพทีก็ 100+ likes แล้ว ยิ่งถ้าพวกที่เป็นที่รู้จักเยอะนี่ซัดเข้าไป 4–500+ บางคนเป็น 1,000 likes ทั้งที่ไม่ได้เป็นดาราหรือคนดังในสังคม(จริงๆ) ที่ตกใจคือสังคมออนไลน์มัน hyper-connect กันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้คนเปิดดู facebook กันวันละกี่ครั้ง และทั้งวันเปิดไป กี่ ชม.? กันแน่ เมื่อเทียบกับยาเสพติดมันแทบจะเหมือนกันเลยทีเดียว

#นอกเรื่องอีกแล้ว #จบ