Chongqing and Wulong

Suparat Wirattanapornkul
May 22 · 6 min read

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้จะมารีวิวการไปเยือนเมืองจีนด้วยตัวเอง สืบเนื่องจากเรื่องราว ในตอนนี้ ซึ่งเป็นที่มาในการเดินทางครั้งนี้ เหตุผลตลกคือ พาแม่มาดูหมีแพนด้าต้นฉบับที่เมืองจีนนั่นเอง ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะไปเฉิงตู แต่เวลาบินไม่เอื้ออำนวย เลยมาลงที่ ฉงชิ่ง (Chongqing) แทน ซึ่งเป็นเมืองระดับมหานครที่มีอะไรน่าสนใจมาก แถมในสวนสัตว์ยังมีหมีแพนด้าร่วม 10 ตัวเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากมาด้วยตัวเองก็ไปโหลด คู่มือ ของ AirAsia มาได้ แนะนำภาพรวม “เกือบดี”

เล่าด้วย Podcast จะถึงพริกถึงขิงกว่าครับ พอดีไม่มีเวลาพิมพ์มาก ฟังไป ดูภาพประกอบไปนะครับ

หลังจากมา Landing ที่สนามบิน Jiengbei ก็พาแม่ไปซื้อตัวรถไฟไปสถานี Sigongli ซึ่งสามารถไปต่อรสบัสเพื่อไปเมือง อู่หลง (Wulong) ไปดูอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์อันโด่งดังได้

สถานีรถไฟในจีนทุกสถานีแม่งตรวจกระเป๋าเหมือนเข้าสนามบินทุกครั้ง ถ้าใครมีสัมภาระเยอะ บอกเลยว่าจะรำคาญมาก

รูปแบบการขึ้นรถไฟจะคล้ายๆ กับนานาอารยะประเทศทั่วไป มีทิศบอก (ขอบคุณที่มีภาษาอังกฤษให้)

สถานีภาพรวมดูใหม่ และสะอาดใช้ได้ แต่ตอนขึ้นลงรถ ยังเป็นนิสัยจีนๆ คือแย่งกัน

สภาพภายในรถไฟ

เมื่อมาถึงสถานี ก็แวะมาหาอะไรกิน เลือกร้านนี้ ซึ่งขายบะหมี่ “หมาล่า” หมาล่าไม่ใช่การกินหมานะครับ มันเป็นชื่อเครื่องเทศที่กินแล้วลิ้นชา

ข้อดีของบะหมี่ที่นี่คือ กระบวนการทำเส้นดีมาก เส้นนุ่ม คนชอบกินบะหมี่จะถูกใจเส้นแน่นอน

ซื้อตั๋วแล้วรอรถบัสครับ ไม่มีเวลาขึ้นนะ ต่อคิว รถเต็มแล้วออก ระหว่างรอก็จะเจอพวกขากถุยน้ำลายลงพื้นด้วย สูบบุหรี่ก็มี

เมื่อมาถึงสถานี Wulong ก็ยังต้องต่อรถ Taxi อีกนะ เพื่อขึ้นไปโซนอุทยาน จะเห็นว่าระบบ Last Mile ที่เมืองจีนนี่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

และแล้วก็ถึงโซนอุทยาน ซึ่งที่พักเราก็อยู่บริเวณนี้เลย

หน้าตาที่พัก ดูไม่แย่ แต่จะมีความอับๆ หน่อย

จากนั้นช่วงเย็นหาอะไรกิน แล้วก็ต้องออกมานั่งรถบัสเพื่อไปดูโชว์ Wulong Impression กัน (ค่าตั๋วแพงมาก 238 หยวนต่อคน ใช้เวลาแสดงแค่ ช.ม. เดียว)

ความอลังการ เป็นจุดเด่นของเมืองจีน เค้าจัดแสงสีท่ามกลางหุบเขา ช่วงที่มา อากาศไม่หนาวมาก

เห็นพระจันทร์ ได้บรรยากาศที่ดี

จากนั้นก็กลับที่พักในอู่หลง และมาที่ Wulong Karst หรือที่เรียกว่า อุทยานแห่งชาติ “หลุมฟ้าสะพานสวรรค์” ซึ่งจัดเป็นอุทยานระดับ 5A ของเมืองจีน (สูงที่สุด) และยังเคยเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนต์ Curse of the Golden Flower และ Transformer ด้วย

นี่คือฉากที่ Transformer ถ่ายทำที่นี่ครับ

หลุมฟ้าไหมล่ะ

ตรงนี้เป็นจุดสนใจคือ หินมีการกัดกร่อนจนเป็นเหมือนรูป ช้าง

และนี่คือฉากที่ดีที่สุดของอุทยานนี้กับภาพโรงเตี๊ยมสมัยราชวงศ์ถัง (มั้ง) และเป็นฉากที่อยู่ในหนังชัดๆ ด้วย

ลิฟท์แก้วที่พาเราลงมา

ถ่ายจากโรงเตี๊ยม

มีรูปปั้นเรื่อง Transformer อยุ่ประปราย

ตอนที่มานี่ ฝนตก น้ำเชี่ยวมาก

น้ำสาดลงมากระเซ็นแรงมากๆ

กลับมาที่ Tourist Center มีเจ้าหุ่น Transformer เรียงราย

ขากลับลองนั่งรถตู้สีทองกลับ พบว่าลำบากมาก ไม่มีที่วางกระเป๋า แออัด ไม่แนะนำให้ขึ้นนะครับ

รอนั่งรถบัสขากลับครับ นานมาก ยืนรอเป็น ช.ม. เลย

ใกล้จะได้ขึ้นละ

นั่งรถ 2.30 ช.ม. เพื่อกลับ ฉงชิ่ง

แล้วก็มาเช็คอินที่โรงแรมที่จองไว้คือ Somerset Jiefangbei (เป็นโรงแรมเครือ Ascott)

ดูดีมีมาตรฐานตามระดับโรงแรม 4 ดาว

จากนั้นก็มาหา หม้อไฟฉงชิ่ง อันโด่งดัง ที่ใครมาที่นี่แล้วไม่ได้กินถือว่าพลาดอย่างแรง แต่ก็โคตรเผ็ด คืนนั้นนอนแสบท้องเลยทีเดียว

จากนั้นก็มาชมบรรยากาศยามค่ำคืนใจกลางเมืองครับ สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงนี้ถือเป็นไฮไลต์เลย อยู่ตรงโซนที่เรียกว่า หงหยาต้ง (Hongya Dong)

แล้วก็ไปล่องเรือ ซึ่งสาวจีนคนนี้เป็นคนพาไปขึ้นรถบัส (ต้องขึ้นรสบัสเพื่อไปท่าเรือ และกว่าจะเดินถึงท่าเรือ ก็ไกลมากจนรองเท้าแม่ผมพัง)

คนมาต่อคิวล่องเรือเพื่อชมความงามในยามค่ำคืนกันมหาศาลมาก คิวไม่เป้นคิวตามสไตล์จีนๆ

คิวยาวทั้งขาขึ้น ขาลง

สภาพภายในเรือ ค่อนข้างดีทีเดียวนะ

ภาพถ่ายเมืองยามค่ำคืน (ถ่ายจากบนเรือ)

หงหยาต้ง จะดูสวยงามทีเดียว เพราะเป็นสถาปัตยกรรมโบราณส่องแสงสีทองท่ามกลางความเจริญของเมือง

เสร็จแล้วก็กลับมายังโซนใจกลางฉงชิ่งที่ชื่อว่า Jiefangbei (ใกล้ๆ กับโรงแรม) โซนนี้เป็นย่านที่เจริญที่สุด มีของแบรนด์เนมมาขายมากมาย เป็นถนนคนเดินที่ใหญ่ทีเดียว

จากนั้นวันถัดมา ความปราถนาก็เป็นจริง ได้ไปดูหมีแพนด้าจนได้

อันนี้ตัวลูก อยู่กันสองตัว มีของเล่นด้วย

นี่เป็นที่เดียวที่มีฝรั่ง ดูเหมือนฝรั่งจะชอบหมีแพนด้าเอาซะมากๆ

กินๆ นอนๆ

จากนั้นก็ไปที่ตลาดคนเดินโบราณชื่อดัง สือจี้โข่ว แต่เสียดายที่ฝนตกหนักมากๆ

ชอบภาพที่มีหญิงสาวร้องเพลงในร้านอาหารภายใน สือจี้โข่ว มากครับ ร้องเพราะ (ปกติเป็นคนชอบฟังเพลงจีน)

ฝนตกหนักจนต้องใช้ตัวสวมกันฝนแบบนี้

จากนั้นกลับมา Jiefangbei อีกครั้ง แวะ Apple Store

ที่นี่มีร้าน LINE Friend ด้วย ไม่ต้องไปถึง เกาหลี ญี่ปุ่น

เมนูอาหารที่นี่หลายครั้งจะเจอแบบนี้ครับ สั่งต่อไม่ถูก ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

บะหมี่อร่อย แต่ขาดเนื้อสัตว์นะ

ตรงนี้เป็นสถานีชื่อดังที่รถไฟวิ่งทะลุผ่านอพาร์ทเมนต์ ชื่อสถานี Liziba มีจุดให้คนมาถ่ายรูปด้วย (จุดที่ผมยืนอยู่นี่แหละ)

วิวตรงนี้จะมองแม่น้ำแยงซีเกียงได้สวยงามทีเดียว

แวะไปที่ Art Center ที่เป็นตึกทรงแหลมๆ แปลกๆ แต่เข้าไปไม่ได้น่ะ ไม่รู้ปิดหรืออะไร

จากนั้นก็แวะมาที่ศาลาประชาคม ที่เป็นที่ประชุมของงานสำคัญๆ

ภายใต้สถานี มีป้าๆ มารำไม้แบตด้วย

จากนั้นไปขึ้น Cable Car ข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงครับ

ขึ้นทั้งขาไป ขากลับ

ก่อนกลับเมืองไทย รองเท้าแม่เปลี่ยนใหม่ ส่วนรองเท้าลูกเน่ามาก

ครั้งนี้ถือว่าเขียนเนื้อหาน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเล่าไปแล้วใน Podcast ลองฟังกันดูนะครับ