How to เตรียมตัวสอบ TOEIC ด้วยตัวเองล้วนๆ #3

อย่าลืมอ่าน #1 และ #2 ก่อนครับ

หลังจากผิดหวังจาก 10 คะแนนแทบจะร้องไห้ ฮ่าๆๆ ผมก็เว้นเวลาไปเกือบๆเดือนครับ เพราะหลังจากกลับมา ผมทำงานทุกวันเลย เลยไม่มีข้ออ้างในการผลัดวันประกันพรุ่ง ฮ่าๆๆ จนมาเตรียมตัวเต็มที่จริงๆช่วงปลายๆเดือนมีนาคม 2560 ครับ ช่วงที่จะไปสอบคือ ต้นเดือนพฤษภาคม 2560 นั้นคือเดือนกว่าๆครับ

ในการเตรียมตัวรอบนี้ผมปรับแผนใหม่เกือบหมดครับ ผมมาเน้นแกรมม่าและบทความซะเยอะ ผมทำข้อสอบในส่วนนี้มากขึ้น หาวิธีในการจำ ช่วงแรกก็ยังคงเหมือนเดิมครับ ทำแกรมม่าได้คะแนนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่บทความก็พอทำได้ดีระดับหนึ่ง คะแนนจะอยู่ประมาณ 20–35/52 และ 30–40/48 ซึ่งคะแนนมันเหวี่ยงมากครับ เหวี่ยงพอๆกับผมในตอนนั้น ฮ่าๆๆ ส่วนการฟังผมลดลงครับ เพราะมีความรู้สึกว่าน่าจะสบาย(ซึ่งคิดผิดครับ) ในช่วงของการเตรียมตัวครับ ผมทำข้อสอบไปเรื่อยๆ เหมือนที่บอกครับ บางครั้งก็ทำแค่บทความ บางครั้งก็ทำแต่แกรมม่า หรือบางครั้งก็รวมกันทำทั้งสองส่วน แต่พยามทำทุกคืนก่อนนอนครับ ได้มากได้น้อยก็แล้วแต่

จากการปรับแผนใหม่ทำให้ได้ทริคนการทำข้อสอบที่ผมแนะนำไปแล้วใน #2 ผมอาศัยดูการวางตำแหน่งของคำ ดูรูปแบบ และศัพท์อาศัยศัพท์ที่คุ้นเอาครับ บอกแล้วผมคลังศัพท์น้อย ฮ่าๆๆๆ ส่วนบทความก็อาศัยทำบ่อยๆครับ ผมจอแนะนำทริคในส่วนบทความดังนี้ครับ

  1. อ่านคำถามก่อนครับ บทความบางอันแทบไม่ต้องอ่านบทความก็สามารถตอบได้จากการ สแกน
  2. บทความมักจะถาม ใจความสำคัญ ของบทความครับ ส่วนมากอยู่ช่วงหัวของบทความ หรือไม่ก็ช่วงท้ายครับ
  3. พยามเช็ควันที่ในบทความดีๆครับ บางครั้งวันที่ในบทคำความอาจจะไม่ใช่คำตอบของคำถาม มีหลายครั้งที่ถามอีกวัน แต่ในบทความบอกอีกวัน เพราะงั้นต้องดูดีๆครับ
  4. ช้อยคล้ายกับส่วนการฟังครับคือให้ข้อความมาอย่างหนึ่ง แต่ช้อยเป็นอีกอย่างที่มีความหมายเดียวกัน เพราะงั้นต้องอ่านภาษาอังกฤษเข้าใจครับ จึงจะทำส่วนนี้ได้ดี

อย่างที่ผมบอกไปในช่วงแรกว่าผมเน้นส่วนการอ่านทั้งหมดเลยปรับแผนมาเตรียมพวกนี้ก่อน ช่วงอาทิตย์ก่อนจะไปสอบค่อยมาซ้อมการฟังครับ และมันก็เกิดปัญหาขึ้นจริงๆครับ ฮ่าาา

ความผิดพลาด

เนื่องจากผมไปทุ่มเวลากันส่วนการอ่านทำให้ พอกลับมาทำการฟัง คะแนนลดลงอย่างน่าตกใจครับ มันลดลงมาอยู่ช่วง 60+นิดๆ จาก 65–80 ครับ ซึ่งผมตกใจมาก พยามหาเหตุผลว่าทำไม ข้อสอบที่เตรียมมามันยากเหรอ ผมเลยลองให้เพื่อนฟังครับ และเพื่อนก็บอกว่า มันปกติครับ ผมเลยอ้าววว แบบนี้ไม่ได้ละ ผมก็เลยวางแผนใหม่อีกครั้งครับ เฮ้ออออ แผนใหม่คือ ผมพยามทำส่วนแกรมม่าเท่าที่ทำได้ โดยเก็บเอา part of speech ให้ได้มากที่สุด เน้นตัวนี้เป็นหลักครับ ส่วนการอ่านพยามทำให้ทันเวลา และอัพเดทการฟังให้ได้คะแนนใกล้เคียงเดิม กลายเป็นว่า ผมต้องทำสลับกันบ้างครับ บางวันฟังอย่างเดียว บางวันอ่านอย่างเดียว ซึ่งพอซ้อมการฟังมาเรื่อยๆคะแนนก็เริ่มกลับมาใกล้เคียงเดิมครับ แกรมม่ายังคงพอใช้เหมือนเดิม บทความพอทำหลายๆชุดก็ได้ทริคอย่างที่บอกไปตอนแรกครับ ช่วงต้นเดือนมีนาคม ผมมีเวลา 2–3 วัน ผมเร่งทำข้อสอบแบบทั้งหมด การฟัง การอ่าน รวมกันครับ เป็นการฝึกทำข้อสอบจริง เวลาจริง ให้เหมือนให้ห้องสอบมาที่สุดครับ แต่ก็เท่าที่ได้ครับ การฟังโอเค แกรมม่าพอใช้คือได้ประมาณครึ่งหนึ่งครับ บทความก็น้อยกว่าที่ตั้งใจนิดหนึ่ง แต่ก็โอเคครับ ทำไงได้มันจะได้แค่ไหนก็คงต้องยอมรับครับ ถ้าไม่ผ่านก็รอสอบใหม่ปีหน้า เฮ้ออ เหมือนปีที่แล้วเป๊ะ ฮ่าๆๆๆๆ

ไปสอบ

ครั้งนี้ผมใช้แผนของรอบที่แล้วครับ คือไปสองวัน เช้าไปถึงสอบบ่าย รอเอาผลอีกวันแล้วกลับครับ ไปครั้งนี้สบายขึ้นครับ พยามทำใจให้สงบ ไม่พะวงข้อที่พลาด ตั้งใจกับข้อต่อไป พอเข้าสอบก็ทำทุกอย่างตามที่วางแผนไว้ครับ ไม่พะวง สนใจข้อต่อไป จากการลองซ้อมหลายรอบ สอบรอบนี้ผมทำข้อสอบทัน ฮ่าๆๆ นั่นคือได้อ่านทุกข้อ ทุกบทความ ทำเสร็จเหลือว่า 1 นาทีกว่า ผมวางดินสอเลยครับ ไม่แก้แล้ว ได้เท่าไหร่ก็เอา ในส่วนการฟังรู้สึกว่า เอ้า ทำไมง่ายกว่าที่ซ้อม(อีกแล้ว ฮ่าๆๆ) ฟังเข้าใจ แกรมม่าก็เหมือนงาน ศัพท์คุ้นๆ แต่ก็มีเดาไปหลายข้อครับ คำที่ไม่รู้จริงๆ ฮ่าๆๆๆ ถือว่าทำได้ดีครับ พอใจในการสอบครั้งนี้ คะแนนเท่าไหร่ก็เอาครับ ไม่ได้ก็มาสอบใหม่แค่นั้น

มาเอาผลสอบ

เหมือนเดิมครับ ผมไม่รอจนถึงรอบแรกได้ซองมา กะจะเปิดหน้าออฟฟิตเค้า แต่คนเยอะเกินเลย ลงลิฟต์มาก่อนก็ได้ ฮ่าๆๆ และก็แกะซองครับ ตอนนั้นใจเต้นรัวมาก แหม พอแกะซองออกมาเท่านั้นแหละครับ

ซองขาด มันก็ต้องขาดสิแหม 5555

ผลในซองทำให้ผมใจเต้นกว่าเดิมอี๊กกกกก

บอกเลยจังหวะนั้นตื่นเต้นมากครับบบ 695 ผมรอดละ คุณได้ไปต่อ ฮ่าาาาา สิ่งแรกที่ผมทำคือถ่ายรูปไว้ก่อน แล้วพับซองใส่กระเป๋าครับ จากนั้นก็โทรหาแม่ครับ บอกว่าคะแนนผ่านแล้ว ฮ่าาา และลำดับต่อไปก็ต้องอัพรูปให้อวด เป็นคนขี้อวดไง ฮ่าาาา

วิเคราะห์สำหรับผมคะแนนส่วนการฟังลดลงจากเดิมครับ อาจจะเพราะเราเราฟังไม่ชัดเจนครับ แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ แต่ที่ตกใจมากคือคะแนนการอ่านเพิ่ม 90 คะแนน คงเพราะทำทันทุกข้อครับเลยทำให้คะแนนขึ้นครับ พอใจในผลคะแนนละ จริง 655 ก็พอใจละ ฮ่าๆๆๆ

ขอบคุณ

ทั้งหมดทั้งมวล ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนครับ ที่คอยให้กำลังใจ กร่นด่า เยาะเย้ย ฮ่าๆๆ แหม ให้คำแนะนำ คำปรึกษามาตลอดครับ

ขอบคุณพ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติๆที่ยังคงเชื่อว่า ผมทำได้เสมอ ทั้งแม้มันจะยากมากสำหรับผม

ขอบคุณเรื่องร้าย ต่างๆที่เข้ามาทำให้ผมต้องพยามให้มากยิ่งขึ้นๆ เหมือนที่ผมบอกครับ สำหรับผมไม่ทางลัด มีแต่ฝึกเท่านั้นครับ

Epilogue

มีประโยคหนึ่งที่แม่ได้บอกกับผมที่ทำให้ผมีกำลังใจ

ผม : เนี้ยรู้มั้ยถ้าสอบรอบนี้คะแนนไม่ผ่านต้องรอปีหน้าเลย
แม่ : ก็ทำให้ผ่านสิ

ผมอึ้งนิดหนึ่ง เออหวะ ก็แค่ทำให้ผ่านไง แค่นั้นเอง ฮ่าๆๆ เรื่องนี้จบง่ายมาก ผมเลยรู้สึกว่าก็แ่ค่ทำให้ผ่านแค่นั้นเอง

ขอให้กำลังใจสำหรับใครที่พยามสอบ หรือพยามทำอะไรก็แล้วแต่นะครับ ก็แค่ทำมันให้ได้ครับ ถ้าสมมติสุดความสามารถแล้วจริงๆ ก็คิดแค่ว่าเราคงไม่เหมาะกับมันจริงๆครับ เราสู้ได้เราก็ปล่อยมันได้ครับ สู้ๆนะครับ มันต้องมีที่ที่เป็นของเราครับ ฟี้ววววววว