อยากเรียน Writing ให้เก่งๆ ทำไงดี

อยากเรียนอังกฤษให้เก่งต้องหัด Writing รวมทั้งหัดพูดด้วย แต่จะหัดเขียนอย่างไรให้ได้ผล? หลายคนยังหาคำตอบไม่เจอว่าที่ผ่านมาการฝึก Writing ให้ถูกวิธีนั้นทำอย่างไร?? เพราะส่วนใหญ่คนที่เรียน Writing ไม่เก่ง มักประสบปัญหาคล้ายๆ กัน คือ ไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนอย่างไร?? หากจะต้องเขียนประโยคสั้นๆ หรือเขียนประโยคยาวๆ ก็ไม่สามารถสื่อสารทางการเขียนให้คนอื่นเข้าใจได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าภาษาไทยต้องเขียนตอบอย่างไร แต่หากจะให้เขียนตอบเป็นภาษาอังกฤษก็อาจจะทำให้ไม่สามารถทำเป็นรูปประโยคที่สมบูรณ์ได้ ทำให้คนที่ไม่มีทักษะการเขียน Writing ขาดความมั่นใจ แม้ว่าจะเก่งคำศัพท์ และท่องหลักไวยากรณ์ได้แบบเป๊ะๆ แต่ก็ไม่สามารถเรียนได้ดี

หากถามหลายๆ คนว่าชอบการอ่าน หรือการเรียน Writing ส่วนใหญ่ก็จะตอบแตกต่างกันไป ซึ่งจริงๆแล้ว Writing อาจจะยากเพราะไม่รู้คำศัพท์ การใช้เทนส์ การเรียงประโยค ฯลฯ ต่างจากการฟังที่แม้บางครั้งไม่สามารถเดาคำแปลได้หมด แต่ก็สามารถอาศัยสีหน้าท่าทางของคนพูดเพื่อประกอบความเข้าใจได้ อีกทั้งการพูดก็ยังพอใช้ภาษามือช่วยให้เข้าใจได้ สำหรับการอ่านก็ใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจไปทีละนิด ส่วน Writing กลับเป็นเรื่องที่หลายๆ คนจะต้องกังวลทั้งเรื่องไวยากรณ์ คำศัพท์ และหลักการเขียนอื่นๆ อีกมากมาย

ตัวช่วยของการปรับปรุงการเรียน

ลองคิดดูว่าประเด็นหลักคืออะไรและมีเหตุผลอะไร ซึ่งประเด็นหลักการ Writing มิใช่สักแต่เขียนแค่ๆ 2–3 ประเด็นในการสนับสนุนประโยค แต่จะต้อง Writing เพื่อพยายามจูงให้คนอ่านเห็นคล้อยตาม ลองหาเหตุผลเพื่อให้เกิดการโต้แย้งเพื่อให้ประโยคดูแข็งแรง และต้องเขียนด้วยความชอบมิใช่แค่จับปากกาได้ก็ลากๆ ไปให้จบๆ แต่การเขียน Writingคุณจะต้องเชื่อมั่นจริงๆ และเพื่อสิ่งที่คุณเขียนแสดงออกให้คนอื่นเชื่อตามไปด้วย ก่อนลงมือเขียนลองวางโครงเรื่องด้วย คำหลัก หรือ key words หลักๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนความคิดให้ผ่านในแต่ละประเด็นที่นำเสนอและควรคิดให้เร็วคิดให้ทะลุ เพื่อให้งานเขียนสมบูรณ์

แนวทางการเรียน

Writing จะต้องชัดทุกประโยคความคิด อ่านแล้วต้องให้เข้าใจทันที ห้ามกำกวมเพื่อโอกาส การเขียน ออกมาจะได้ชัดตามไปด้วย เวลาเขียนศัพท์และ grammar รวมทั้งโครงสร้างประโยคจะต้องไหลตามมาแบบอัตโนมัติ การเขียน Writing ให้ระวังเรื่อง tense เป็นสำคัญ ซึ่งคนที่ Writing เก่ง แค่ 3–4 ประโยคก็สามารถเขียนให้เข้าประเด็นและน่าเชื่อถือได้แล้ว แต่ต้องเป็นเนื้อๆ หาจริงๆ ซึ่งการ Writing ถือเป็นงานศาสตร์และงานศิลป์ควบคู่กัน เพราะนอกจาก Writing จะต้องมีความรู้และความ สามารถในสิ่งที่กำลังจะเขียนแล้ว ผู้เขียนยังต้องมีทักษะในการเรียบเรียงและอธิบาย รวมทั้งการใช้ภาษาที่เหมาะสมสำหรับงานเขียนด้วย โดยเฉพาะสำหรับงานเขียนเชิงวิชาการ ( Academic Writing ) ที่ผู้เขียนจำเป็นต้องมีทั้งองค์ความรู้ที่จะถ่ายทอดที่ชัดเจน ซึ่งจะต้องมีทั้งเหตุมีผลที่น่าเชื่อถือ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการเขียน Writing จะต้องมีทักษะด้านภาษาที่ถูกต้อง สวยงาม และเหมาะสมในระดับที่สามารถสร้างทั้งความรู้ และความประทับให้แก่ผู้อ่านได้

การใช้ภาษาที่ดี

Writing ที่ดีจะเป็นเหมือนใบเบิกทางในวงการการศึกษาได้ เพราะการเขียนด้วยการใช้ภาษาที่ถูกต้อง สวยงาม และรัดกุม คือหนึ่งในความสามารถที่ดีของผู้ที่มีการศึกษา ดังนั้น ในการสอบวัดระดับการใช้ภาษา ผู้เขียนจึงต้องมีความเจนจัดในทักษะการเขียน Writing และมีความรอบคอบในการเลือกใช้คำ และมีความรู้ลึกซึ้งถึงระบบของการใช้ภาษา สำหรับการสอบ IELTS ( การทดสอบทักษะภาษาอังกฤษระดับสูง ) ผู้เขียนจะต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการเขียน การใช้ภาษา และการแสดงเหตุและผล เพราะทุกคำศัพท์ที่ปรากฏในงานเขียน Writing จะบ่งบอกทักษะหลากหลายด้านของผู้เขียน ว่าเหมาะสมจะเป็นผู้ใช้ภาษาอังกฤษระดับสูงหรือไม่?? และเหมาะสมสำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ หรือระดับปริญญาโทและปริญญาเอก หรือไม่

หลักการ Writing ด้วยวิธีง่าย ๆ

Writing จะต้องตีโจทย์ให้แตกก่อน ซึ่งผู้เขียนจะต้องรู้ว่าให้ทำอะไร หรือจะนำเสนออะไร จากนั้นจึงกำหนดวัตถุประสงค์ในการนำเสนอให้ชัดเจน และกำหนดโครงร่างการนำเสนอ จากนั้นจึงเริ่มเขียนตามเค้าโครงร่างที่วางไว้ โดยจะต้องเขียนให้ตรงประเด็น และไม่ต้องเรียงลำดับของเรื่องก็ได้ และไม่ต้องคำนึงถึงหลักของการ ที่สำคัญคือไม่ควรใช้คำซ้ำ โดยในหนึ่ง Paragraph จะมีความหมายหลัก ซึ่งหากเปลี่ยน แนวคิดหลักใหม่ก็ให้เริ่ม Paragraph ใหม่ จาก นั้นก็เขียนบทนำและบทสรุปหลังบทอื่น เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ให้ทบทวน โดยทิ้งเวลาไว้สักระยะหนึ่งแล้วกลับมาทบทวนใหม่ด้วยการเขียนข้อความให้ชัดเจน เขียนอย่างตรงไปตรงมา อาจปรับวิธีเขียนให้คม ชัดเจน ไม่นำเสนอซ้ำ หรือใช้คำเวิ่นเว้อ และนำเสนอด้วยภาษาเขียน หรือภาษาที่เป็นทางการ ซึ่งจะต้องเน้นให้ความสำคัญกับประโยคหลัก และปรับขนาดความยาวของประโยคให้สมบูรณ์แบบที่สุด

ก่อนนำงานเขียนส่งควรตรวจสอบการ Writing ทั้งหมดอีกครั้ง โดยดูทีละ Section ถึงการเชื่อมต่อระหว่างประโยคในแต่ละ Paragraph ซึ่งจะต้องเรียงลำดับประโยคที่ถูกต้อง และแต่ละประโยคจะต้องทำการเชื่อมต่อให้สวยงาม ไม่แข็งจนเกินไป โดยดูแต่ละประโยคที่จะต้องไม่ใช้คำเดียวกันซ้ำ ๆ หลายที่ รวมทั้งการสะกดไวยากรณ์ให้ถูกต้องและให้ความ หมายที่ชัดเจน การเรียน Writing ที่จะประสบความนั้น ว่าแล้วเดินไปหยิบกระดาษซักแผ่นแล้วเขียนเลย

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.