“Let The Data Tell the Story” : เรามีข่าวให้เสพย์กันมากแค่ไหนบน Facebook?

Credit : pixabay.com ( CCo Public Domain)

ต้องบอกว่าบล็อกนี้เกิดจากความสนใจเกี่ยวกับมิติของสื่อเก่า สื่อใหม่ล้วนๆ เลยครับ เนื่องจากปีนี้มีสื่อใหม่ที่ผมอยากเรียกว่าเป็น Digital DNA เกิดขึ้นมาอย่างน่าสนใจ ในขณะที่สื่อเก่าก็ขยับมาเล่นบนพื้นที่ออนไลน์และโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น ก็เลยอยากเห็น Movement ที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียล เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในทุกๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมา เราไม่ได้เสพย์ข่าวผ่านรายการโทรทัศน์อีกต่อไป แต่เราเสพย์ข่าวบนหน้า feeds ของ Facebook กันเสียเป็นส่วนใหญ่

ก่อนจะมาดูผลลัพธ์ ผมขอบอกนิยามและขอบเขตการเก็บข้อมูลของผมก่อนนะครับ

ก่อนอื่นเลยผมแยกสื่อออกเป็น 2แบบหลักๆ ตามความสนใจส่วนตัว

  1. สำนักข่าวดั้งเดิมที่ขยับตัวมาเล่นออนไลน์ อย่าง มติชนออนไลน์, ไทยรัฐออนไลน์, ข่าวสดออนไลน์ เป็นต้น
  2. สำนักข่าวออนไลน์ อย่าง The Standard, The Momentum, The Matter

จริงๆ ก็จะยังมีเว็บข่าวจากพวกสถานีโทรทัศน์อีก แต่อันนั้นขอยกไว้ยังไม่พูดถึงเพราะในเว็บไซต์ และ Facebook Content ยังมีความหลากหลายอยู่มาก ไม่ใช่แค่ข่าวอย่างเดียว รวมถึงเว็บข่าวเฉพาะทางไม่ว่าจะเป็นเว็บข่าวการตลาด ข่าวธุรกิจ ข่าวเทคโนโลยี ซึ่งมีเยอะมากๆ ก็จะยังไม่ได้รวมเข้ามาในการศึกษาครั้งนี้ครับ

โดยทำการเก็บข้อมูลจาก “Facebook Page” ของสำนักข่าวต่อไปนี้เป็นระยะเวลา 30 วันในเดือนมิถุนายน 2560

สำนักข่าวแบบดั้งเดิม

  1. Khaosod- ข่าวสด
  2. Matichon Online-มติชนออนไลน์
  3. Thairath
  4. Dailynews
  5. นสพ. แนวหน้า
  6. Posttoday
  7. คมชัดลึก

สำนักข่าวออนไลน์

  1. The Matter
  2. The Momentum
  3. The Standard

เอาหละ เรามาดูข้อมูลที่ได้กันบ้างดีกว่า

ในเดือนมิถุนายนทั้ง 10 เพจนี้มีการโพสท์ข่าวรวมทั้งหมด 37,421 โพสท์ โดยแบ่งเป็นโพสท์จากสำนักข่าวดั้งเดิม 36,294 โพสท์ (เฉลี่ยเพจละ 5,275 โพสท์) และสำนักข่าวออนไลน์ 1,127 โพสท์ (เฉลี่ยเพจละ 376 โพสท์)

โดยหากไล่เรียงตามแต่ละสำนักข่าวก็จะเรียงได้ดังนี้

หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้วมีข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ เหล่านี้ประมาณ 1,247 ข่าวต่อวัน

เมื่อดูพฤติกรรมการนำเสนอข่าวบน Facebook ของแต่ละสำนักข่าวกันบ้าง จะพบว่าแต่ละสำนักข่าวของทั้งสื่อดั้งเดิมและออนไลน์จะค่อนข้างมีความต่อเนื่องในการนำเสนอ คือค่ายไหนที่โพสท์มากก็จะโพสท์มากอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีความแอคทีฟเกี่ยวพันกับเหตุการณ์แต่ละวันแต่อย่างไร รวมถึง The Standard ที่เปิดตัวในในช่วงต้นเดือนมิถุนายนก็จะมีการโพสท์ข่าวมากเป็นพิเศษ

แล้วคนให้ความสนใจกันมากแค่ไหน?

โดยเราจะดูความสนใจของคนจากค่า Engagement กัน ซึ่งลำพังแค่ข่าวสดกับไทยรัฐก็ได้ Share of engagement ไปประมาณ 92% แสดงถึงการที่คนส่วนใหญ่ยังคงเสพย์ข่าวจากสำนักข่าวใหญ่ดั้งเดิม

แต่เมื่อมาดูที่ค่า Engagement เฉลี่ยต่อโพสท์ แม้ว่าข่าวสดและไทยรัฐยังคงเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 แต่จะเห็นได้ว่า The Matter ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และ The Momentum ที่อยู่ในอันดับ 5 แซงหน้าสื่อเก่าขึ้นมาติด Top5 ได้ ในขณะที่ The Standard อาจเป็นเพราะเพิ่งเปิดตัวทำให้ค่าเฉลี่ยยังตามหลังอยู่

แต่มีความน่าสนใจอยู่นิดนึงตรงที่ค่า Reactions กับค่า Comment โดยส่วนใหญ่แล้วยังคงเป็นสำนักข่าวแบบดั้งเดิม แต่หากมาดูที่ค่า Share จะพบว่า ‘The Matter’ ได้รับค่าแชร์โดยเฉลี่ยมากที่สุด ซึ่งนั่นแสดงถึงความสนใจในเนื้อหาที่แตกต่างกันไป และความเป็น Digital DNA ก็สามารถนำเสนอได้ตรงจุดมากกว่า

แล้วคนโซเชียลมีการแสดงความรู้สึกกับแต่ละสำนักข่าวเหมือนกันไหม?

โดยผมจะดูจาก ‘คำ’ ที่ถูกใช้มากที่สุดทั้งในมุมของการนำเสนอจากสำนักข่าวและการแสดงความเห็น

โดยภาพนี้เป็น Word Clouds จากโพสท์ของ Traditional News ทั้งหมด

Word Clouds จากโพสท์ของ Traditional News ทั้งหมด (ภาพจาก Zocialeye)

ส่วนด้านล่างนี้เป็นภาพ Word Clouds จากการแสดงความเห็นบนเพจของสำนักข่าวดั้งเดิมของคนทั่วไป

Word Clouds จากการแสดงความเห็นบนเพจของสำนักข่าวดั้งเดิมของคนทั่วไป (ภาพจาก zocialeye)

คราวนี้เรามาดูจากฝั่ง Online News กันบ้าง

Word Clouds การโพสท์ของสำนักข่าวออนไลน์

Word Clouds การโพสท์ของสำนักข่าวออนไลน์ (ภาพจาก zocialeye)

Word Clouds จากการแสดงความเห็นบนเพจของสำนักข่าวออนไลน์

Word Clouds จากการแสดงความเห็นบนเพจของสำนักข่าวออนไลน์ (ภาพจาก zocialeye)

เราจะพบได้ว่าการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวแบบเดิมกับสำนักข่าวออนไลน์นั้นค่อนข้างมีความแตกต่างกันชัดเจนจากคำที่ลอยขึ้นมาโดยสำนักข่าวดั้งเดิมดูเหมือนจะเน้นไปที่ข่าวอาชญากรรม คดีความต่างๆ ในขณะข่าวออนไลน์เน้นข่าวที่สะท้อนปัญหาสังคมและเรื่องอื่นๆ มากกว่า

ส่วนการแสดงความคิดเห็นของคนบนโซเชียลก็ย่อมเกิดจากการนำเสนอข่าวของต้นโพสท์ สิ่งที่เกิดขึ้นปฏิกิริยาของคนบนเพจสำนักข่าวออนไลน์จะแสดงความเห็นที่ไม่มีคำรุนแรงมาก แต่เป็นการแสดงทัศนคติ ความเห็น และตั้งคำถาม ในขณะที่การแสดงความเห็นบนเพจของสำนักข่าวดั้งเดิมดูจะมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงมากกว่า

ทั้งหมดทั้งมวลที่พิมพ์มาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การพยายามมองเข้าไปโลกของการนำเสนอข่าวแบบใหม่(บางส่วน) ที่เคลื่อนย้ายมาอยู่บน Facebook อย่างเต็มตัว ว่าทุกวันนี้ที่เราเปิด Facebook ขึ้นมาแล้วนั้น มีข่าวปริมาณแค่ไหนที่อาจจะผ่านเข้ามาสู่สายตาเรา ซึ่งเห็นชัดว่าคงเป็นเรื่องไม่แปลกเลยที่จะเกิดภาวะ ‘information overload’ รวมถึงปัญหาเรื่องที่ไม่อาจแยกแยะ faked news ได้(เพราะมีข้อมูลปริมาณมากเกินไปที่ต้องกรอง)

และที่สุดแล้วผมเพียงอยากเห็นถึงวิถีแห่งการนำเสนอข่าวรวมถึงปฏิกิริยาที่มีต่อข่าวบนโซเชียลว่ามีความแตกต่างอย่างไร โดยแค่เพียงหวังให้การนำเสนอและการเสพย์ข่าวของพวกเราจะเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และมีสติมากขึ้นครับ

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade