Usability Testing (Part 1/3)
พิสูจน์ไอเดียจากการใช้งานจริง

Usability Testing คืออะไร
Usability Testing หรือที่รู้จักกันในชื่อ User Testing เป็นวิธีในการทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการตาม Task ที่กำหนดกับPersona เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาในการใช้งานหรือไม่ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Moderated กับ Unmoderated
Moderated (ผู้สัมภาษณ์ควบคุมการทดสอบ)
Face-to-face : ผู้สัมภาษณ์และผู้ใช้งาน อยู่ในห้องเดียวกัน และมีโต้ตอบซึ่งกันและกัน
Remote : ผู้สัมภาษณ์และผู้ใช้งาน อยู่ต่างที่กัน แต่มีการโต้ตอบซึ่งกันและกัน ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น Video call
ข้อดี : สามารถควบคุมและถามคำตอบกับผู้ใช้งานได้
ข้อเสีย : สัมภาษณ์กลุ่มผู้ใช้งานได้น้อยในเวลาที่จำกัด ใช้เวลานาน
Unmoderated (ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ควบคุมการทดสอบ)
Face-to-face : ผู้สัมภาษณ์และผู้ใช้งาน อยู่ในห้องเดียวกัน โดยผู้สัมภาษณ์จะไม่เข้ามายุ่งหรือสนทนากับผู้ใช้งาน จนกว่าผู้ใช้งานจะทำการทดสอบเสร็จ
Remote : ผู้ใช้งานทดสอบการใช้งานของผลิตภัณฑ์ โดยเวลาและสถานที่ ผู้ใช้งานกำหนดเอง
ข้อดี : สามารถทดสอบกับผู้ใช้งานได้ครั้งละจำนวนมากๆ
ข้อเสีย : ไม่สามารถพูดคุยกับผู้ใช้งานได้ เมื่อผู้ใช้งานทำการทดสอบอยู่ และตรวจสอบได้ยากว่าคนที่ recuit มา ตรงกับ Persona รึป่าว
ขั้นตอนในการทำ Usability Testing
- เลือกปัญหาที่ต้องการทดสอบ
- เลือก วัน เวลา สถานที่ สำหรับทำการทดสอบ
- เขียน Script ในการสัมภาษณ์ และลองทดสอบ ก่อนที่จะสัมภาษณ์จริง
- ทำการสัมภาษณ์ผู้ใช้งาน
สรุป
การทำ Usability Testing ทั้งแบบModerated และแบบUnmoderated มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน เราเพียงแต่ต้องเลือกใช้ Tools ให้เหมาะสมกับ Context นั้นๆ
ใน Part ต่อไปจะมาเจาะลึก เรื่อง Moderated Usability Testing และ Unmoderated Usability Testing
อ้างอิง
Marsh, S. (2018). User research. 1st ed. London: Kogan Page.
