ตามหาแววตาที่หายไป
หนึ่งปีที่กลับมาใช้ชีวิตในเมืองกรุง ผจญภัยในป่าคอนกรีต หายใจเข้าออกในกล่องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าที่ทำงาน มากกว่าทิ้งตัวลงนอนผ่อนคลายที่บ้าน เวลาหายไปไหนหมดก็ไม่ทราบได้ รู้ตัวอีกทีเวลาผ่านไปหนึ่งปี พร้อมรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่มากับความเหนื่อยล้า นอนไม่เคยพอ และที่หายไปคือแววตาแห่ง deep passion
เร็วๆ นี้ ได้พูดคุยกับรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ยังสดใสและมีพลัง สมองเปิดรับ หูพร้อมฟัง ยังมีความกล้าหาญถามคำถามที่ผู้ใหญ่บางคนก็ไม่ค่อยจะชอบ ที่สำคัญคือมีแววตาที่ใสเป็นประกาย แววตาแห่งการเรียนรู้ แววตาแห่งการพร้อมจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต
ฉันมองตัวเองในกระจก ไม่รู้ว่ากระจกขุ่นมัว หรือตาของฉันพร่าเหลือเกิน ฉันมองไม่เห็นแววตาของตัวเอง ที่เห็นชัดก็มีแต่รอยตีนกาที่มาทักทายบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายเดือนมานี้
ฉันเก็บเรื่องนี้มาครุ่นคิดหลายวัน….เด็กรุ่นใหม่ แววตาแบบนั้น ฉันเมื่อหลายปีก่อน ก็เคยมีแววตาแบบนั้น ทำไม หลายปีผ่านไป หรือพูดให้ชัดคือไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แววตา หรือชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวัง ความฝัน ความต้องการอยากเรียนรู้ หายไปไหนหมด ฉันคิดๆๆๆ และก็ตามมาด้วยข้อสรุปว่า ฉันควรจะต้องกลับไปหา deep passion ของตัวเองอีกครั้ง อยากน้อยที่สุดก็ควรที่จะบอกให้คนอื่นรู้ว่า อะไรที่ฉันทำได้ดีบ้าง อะไรที่มีคนบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากฉันบ้าง อะไรที่ฉันมีคุณค่าต่อสังคมบ้าง
และนี่คือที่มาถึง project ทดลอง “ตามหาแววตาที่หายไป” Operation Deep Passion ของฉัน
