Agile ไปทำไม … ทำไมมันไม่ Agile

“Agile ที่เรียนมามันไม่ใช่แบบนี้ มาเปลี่ยนวิธีการแบบนี้มันไม่ใช่ Agile แล้ว!!”

หรือ

“ทำไมต้องมาเสียเวลาทำ Agile ต้องเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่ จำเป็นต่อ Product แค่ไหน”

สองประโยคคลาสสิคที่เชื่อว่าเหล่า Agile coach ต้องเคยได้ยินกันมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง เป็นเครื่องหมายการค้ารับรองว่าคุณเคยผ่านประสบการณ์หน้าสั่นจากทีมพัฒนา เมเนเจอร์ และหลายๆคน หลังจากที่เราเดินไปบอกว่า “เราจะใช้ Agile กัน!!” นี่ยังไม่นับคนจำนวนหนึ่งที่บอกว่า “ทำแล้วไม่เห็นจะเร็วขึ้นกว่าเดิมเลย” โอวคัมมอนนน…

ตราบที่คำตอบของคุณยังคงเป็นเพียงลิงค์บทความหรือทฤษฎีอัน abstract ก็เหมือนกำลังอธิบายศิลปะเบื้องต้นด้วยภาพของปีกัสโซ่ (ซึ่งเราเชื่อว่ามีความงามและมีคุณค่า แต่ไม่อาจเข้าถึงได้สำหรับบางคน)

คำถามเหล่านี้จึงยังคงผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน เสียดแทงหัวใจดวงน้อย ๆ ของ “เหล่าผู้นำสานส์” แห่ง Agile ทั้งมือใหม่และมือเก๋า เรียกได้ว่า“โคช”คนไหนมีประสบการณ์หน่อยก็ต้องใช้เวลาอธิบายและทำความเข้าใจกับว่าที่ผู้ร่วมอุดมการณ์กันไป ส่วนโคชมือใหม่ก็อาจต้องถอยกลับไปตั้งหลักทบทวนกับตัวเองว่า “นั่นสิ…ทำไมวะ!!”

แหม่ มันจะไปยากอะไรก็เข้าไปอ่าน http://agilemanifesto.org ดูอีกสักแปดรอบก็น่าจะตอบได้หึหึ ไอแอมจีเนียส!! อ่านจบปุ๊บวิ่งเข้าไปพร้อมข้อมูลเต็มเปี่ยมอีกรอบ

หน้าสั่นกลับมาเหมือนเดิม

#อย่าเพิ่งท้อใจไป


ผมมีโอกาสได้นั่งร่วมวงสนทนาท่ามกลางกองหนังสือมากมายในห้องขนาด 3x3 เมตร กับรุ่นน้องที่เป็นโคชด้วยกันท่านหนึ่งซึ่งจะไม่บอกว่าชื่อเต้ย เรานั่งแชร์กันว่า

ถ้าเราไม่ใช้ Agile แล้วเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น เจ้าคำถามจากตอนต้นบทความจะยังคงตามมาอยู่มั้ย? :
“มาแน่ตราบใดที่มันมีชื่อเรียก” เราได้ข้อคิดว่าบางอย่างถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใส่ชื่อให้สิ่งที่จะทำหรอก value มันอยู่ที่ผลลัพธ์ค่อยๆ สังเกตและปรับปรุงกันไป ส่วนตัวแล้วชอบวิธีการนี้มาก (ซึ่งวิธีนี้ได้แนวคิดมาจากพี่ปอนด์ Pondd Suwitcha sugthana ขอบคุณครับ) และแนวคิดนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายๆ สถานการณ์ในชีวิตประจำวันด้วย…ดีจริงๆ

— — —

แล้ว Agile นี่สรุปทำแบบไหนมันถึงจะถูก 100% กันแน่ :
หัวข้อนี้น่าสนใจมาก ได้แนวคิดนึงจากเต้ยมา ส่วนตัวผมมองว่ามันคือการอุปมาอุปมัยที่เฟี๊ยวใช้ได้ระดับนึงทีเดียว
มันก็เหมือนกับที่เราบอกว่า “เราจะเป็นคนดี” นั่นแหละ ทุกคนรู้จักคำว่า คนดี แต่ดี 100% ต้องเป็นแบบไหนล่ะ
คนดีคือ ต้องช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ทำร้ายสัตว์ ไม่โกหก ฯลฯ สุดแล้วแต่จินตนาการของมนุษย์ผู้ไม่เพรียบพร้อม
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วคนดีในแต่ละที่และเวลามันแตกต่างกัน อยู่ที่ว่าจุดจุดนั้นเค้าต้องใช้คนดีแบบไหน ถ้าเรารู้วิธีเป็นคนดีที่เหมาะกับจุดนี้อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมืออะไรมาช่วยนำทางหรอก แต่ถ้าประชากรมากขึ้นอาจต้องมีบางอย่างให้คนที่กำลังมองหาวิธีเป็นคนดีสามารถอ้างอิงได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น ลัทธิ หรือศาสนาที่หลายคนใช้ยึดเหนี่ยวและเป็นเครื่องมือนำทางซึ่งแต่ละที่ก็มีพิธีกรรมต่างกันไป
การทำงานก็เช่นกันหากทุกคนสามารถทำงานและประสานงานตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีอไจล์และผองเพื่อนมาคอยนำทาง
ในทางกลับกัน หากองค์กรคาดหวังผลลัพธ์ที่ตรงกับ Agile value ทั้งสี่ข้อ หมายความว่าคุณกำลังเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของ Agile แล้วไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม
“Agile ไม่มีตัวตนให้จับต้อง และไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อ”