Do you know ? Scars never fade

ที่มาhttps://pixabay.com/en/sun-heart-autumn-leaf-beautiful-622740/

เคยมั้ย เคยทะเลาะกับเพื่อนจนต้องเกลียดกันแบบเอาเป็นเอาตายรึป่าว?…. ถ้าเคยก็ขอให้เข้ามาอ่านเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตของฉันก่อน จริงๆแล้วเรื่องมันก็ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว…เมื่อก่อนฉันเป็นเด็กที่ชอบใช้อารมณ์ตัดสินเรื่องต่างๆ ถ้าพูดว่าชอบใช้อารมณ์ตัดสินล่ะก็หลายคนคงนึกถึงว่าฉันเป็นคนขี้โมโหล่ะสิ ป่าวเลยอารมณ์ที่ว่าของฉันเนี่ยมาทุกแบบเลยบ้างก็โกรธ บ้างก็เสียใจ ไม่เข้าใจบ้างแหละ เลยทำให้คนรอบข้างปวดหัวกับพฤติกรรมขึ้นๆลงๆของฉันกันทั้งนั้นแต่ก็คงชินจนไม่ได้ว่าอะไร (ยอมรับเลยว่าตอนนั้นพฤติกรรมฉันแย่สุดๆ)


ครั้งหนึ่งประมาณ ป.5 เพื่อนของฉันที่คบกันมานานต้องมาทะเลาะกับฉันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ฉันใช้อารมณ์ตัดสินเองล้วนๆ ตอนนั้นฉันไม่เคยลืมเลยว่าเพื่อนคนนั้นพูดกับฉันว่าไง เธอบอกว่า “เพราะเราเป็นเพื่อนกับแกมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่แกทำตัวแบบนี้เราก็พยายามมองข้ามตลอดแต่วันนี้ไม่คิดเหรอว่ามันไร้สาระไปหน่อยอ่ะ” เธอพูดแบบว่าจะกินฉันอยู่แล้ว ดูก็รู้ว่าโมโหสุดๆไปเลย โดนด่าบวกกับอารมณ์ขึ้นอยู่ก็เลยสวนกลับไปแบบ… “ก็แล้วไง บอกว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานถ้าแค่นี้รับไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นเลยดีม่ะ”(อ่า สุดๆไปเลย เอาตรงๆตอนนี้ยังละอายกับคำพูดตัวเองอยู่เลย)

ที่มาhttps://pixabay.com/en/board-heart-play-over-love-off-1820678/

หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรกันถ้าไม่จำเป็น ก็คิดอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้แต่ก็ยังจะทำอีกนี่คือผลกรรมที่ทำไว้คือต้องมาเสียใจทีหลังแล้วก็รู้สึกอึดอัดเวลาเจอหน้ากันตลอด ถ้าย้อนเวลาได้ก็อยากจะไปแก้ไขมัน…

ที่มาhttps://pixabay.com/en/clock-wall-clock-watch-time-old-1274699/

วันหนึ่ง ฉันอยู่ในบ้านกำลังเล่น โทรศัพท์ ไม่มีอะไรทำก็เลยหาอะไรอ่านก็เจอเรื่องที่น่าสนใจ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กคนหนึ่งที่มีนิสัยคล้ายๆฉัน

พ่อของเขาบอกให้เขาลองตอกตะปูที่รั้วบ้านตัวเองเวลามีอะไรทำให้ต้องโมโห เขาก็ทำตามที่พ่อบอกทุกวัน นับวันตะปูที่ต้องตอกเริ่มน้อยลงเพราะเขาคิดว่าถ้าจะโกรธแล้วต้องมานั่งตอกตะปูสู้ไม่โกรธยังจะดีกว่า วันหนึ่งพวกตะปูที่ต้องตอกก็ไม่มีอีกต่อไป เขาไปบอกพ่อด้วยความดีใจผู้เป็นพ่อจึงบอกว่า “งั้นถ้าเจ้าควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ลองถอนตะปูออก 1 ตัวสิ” เวลาเขาควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เขาก็จะมาถอนตะปูออกจนไม่เหลือตะปูให้ถอน เขาก็ไปบอกพ่ออีกว่าเขาถอนมันหมดแล้ว พ่อเขาจึงบอกเขาว่า “เจ้าลองมองที่รั้วสิ” เขามองไปทีรั้วที่เขาเคยทั้งตอกและถอนตะปูนั้น มันมีแต่รอยตะปูที่เขาเคยตอกเอาไว้ ผู้เป็นพ่อกล่าวต่อว่า “รั้วที่เจ้าตอกตะปูก็เปรียบเสมือนหัวใจของคนที่เจ้าไปว่ากล่าวกับเขา มันก็เหมือนเจ้าไปกรีดหัวใจของเขาจนเกิดเป็นบาดแผลและมันไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมได้อีกไม่ว่าจะพูดอะไรก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ มีแต่ทำให้มันทุเลาแล้วหายกลายเป็นแผลเป็นตลอดไป เพื่อนก็คือคนที่คอยให้กำลังใจเจ้า ไม่ว่าจะตอนไหนเขาจะอยู่เคียงข้างเจ้า ฉะนั้นจงรักษามันไว้ให้ดี”

ที่มาhttps://pixabay.com/en/silhouette-girls-dusk-sunset-teen-1209202/

ทันทีที่อ่านจบความรู้สึกผิดมันยิ่งเอ่อล้นขึ้นมาแต่ฉันก็ไปตอกตะปูไม่ได้กลายเป็นว่ารั้วมันกลายเป็น แผลที่มองไม่เห็นไปซะแล้ว แล้วฉันจะทำไงล่ะ… “ถ้าทำให้แผลหายไปไม่ได้ ก็ขอทำให้ทุเลาลงก็พอ” นี่คือสิ่งที่ฉันคิด…การเจอหน้ากับเธอในครั้งต่อไปฉันได้ทำในสิ่งที่นานๆทีจะได้ทำครั้งคือการเอ่ยคำว่า “ขอโทษ”จากใจจริงของฉัน ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนจะร้องไห้แต่ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอนิ่งไปแล้วบอกว่า “ขอโทษอะไรแกก็แบบนี้แต่เด็กอ่ะ” เธอเลือกที่จะลืมอดีตที่ผ่านมาแล้วกลับมาเป็นเพื่อนกับฉันอีก กลับไปที่ 4 บรรทัดที่แล้ว คำถามที่ว่า..แล้วฉันจะทำไงดีล่ะ..ตอนนี้รู้แล้วว่าในเมื่อตอกตะปูรำลึกผิดไม่ทันก็ช่างมันแต่ต่อไปฉันจะพยายามรักษารั้วนั้นไว้ให้ดีที่สุด “แล้วคุณล่ะจะมีวิธีที่จะรักษารั้วที่เปรียบเสมือนหัวใจของเพื่อนคุณอย่างไร??”

ที่มาhttps://pixabay.com/en/person-human-child-girl-hat-915658/

ขอบคุณเว็บไซต์ดีๆ https://kanyarat102.wordpress.com/free-style

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.