สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนนน [Ep 28]

วันนี้กินข้าวเย็นในครัวพร้อมลุงสตีฟ (สามีเจ๊โรส) เลยได้คุยกัน มีประเด็นเกี่ยวกับประเทศนิวซีแลนด์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

อาหารคือ ต้มยำทะเล ไข่เจียวแซลม่อน และฟักทองนึ่ง

มาทบทวนความรู้เดิมกันกก่อน คนส่วนมากจะรู้จักนิวซีแลนด์ตามคีย์เวิร์ด ต่อไปนี้

ธรรมชาติสวย/ แกะ/ ลอร์ดออฟเดอะริง/ ครีมรกแกะ/ แผ่นดินไหว/รักบี้/ เมารี/ ความสงบสุข/ ภูเขา

เชื่อมั้ยว่ายังมีคนอีกมากที่คิดว่านิวซีแลนด์คือเกาะหนึ่งของออสเตรเลีย (ถ้าล้อเรื่องนี้ชาวกีวี่จะเคืองมาก) จริงๆมันยังมีบางแง่มุมที่เราไม่เคยรู้มากมาย เรารู้เรื่องการเมืองของอเมริกาดีกว่าของบ้านตัวเอง รู้เรื่องวัฒนธรรมญี่ปุ่น เสมือนว่าเป็นเพื่อนบ้านเรา แต่เรารู้อะไรเกี่ยวกับนิวซีแลนด์บ้าง

บทบาทในเวทีโลกของนิวซีแลนด์ไม่โดดเด่น เรียกว่าแทบจะไม่มีเลยยังได้ แต่มีเรื่องสุดจี๊ดที่ชาวโลกต่างยกย่องคือการที่นิวซีแลนด์ไม่ยอมสยบต่ออเมริกา (ไม่ใช่เพราะกลัวแต่ไม่แคร์มากกว่า) เรื่องมีอยู่ว่า

เมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อน กองทัพเรืออเมริกันจะ “มาเยี่ยม”นิวซีแลนด์โดยขอเอาเรือรบ(ที่คาดว่าจะมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในนั้น)มา เนื่องจากชาวนิวซีแลนด์มีนโยบายไม่เอานิวเคลียร์ (ออกแนวเหมือนที่ชาวอ่างทองไม่เอาโลตัส!)จึงถามไปเพื่อความชัวร์ว่า ตกลงเรือที่จะมาน่ะ มันมีอาวุธนิวเคลียร์จริงป่าว อเมริกาก็ทำนิสัยแบบอเมริกา คือทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องการเมือง แทนที่จะตอบว่ามีหรือไม่มี ก็นิ่งเฉย ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ อาจจะด้วยความที่อยากจะลองดูว่า ถ้าเข้ามาได้ก็เหมือนประกาศให้ชาวโลกรู้กันกลายๆนะ ว่านิวซีแลนด์อยู่ข้างอเมริกา การที่อเมริกาทำแบบนี้ทำให้ชาวกีวี่ประท้วงกันยกใหญ่ นายกในขณะนั้นปฏิเสธอเมริกาไปอย่างไร้เยื่อใย

เหตุการณ์ครั้งนี้นำไปสู่มหากาพย์ความงอนระหว่างกองทัพอเมริกากับนิวซีแลนด์ (ที่่คิดว่าคงเป็นการงอนข้างเดียวมากกว่าโกรธกัน) เริ่มแรกทำไปสู่การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตและการทหาร เพราะคงจะเป็นหนึ่งในไม่กี่หนที่อเมริกาโดนปฏิเสธ แต่ถามว่านิวซีแลนด์แคร์มัั้ย ก็ไม่ เพราะกองทัพนิวซีแลนด์ (ประเทศนี้มีกองทัพด้วยนะ ไม่รู้ล่ะสิ อิอิ)ไม่ได้มีหน้าที่หลักที่จะไปรบกับใคร หลักๆแล้วทหารมีหน้าที่ดูแลบริการประชาชนมากกว่่า เช่นเวลาเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว น้ำท่วมอะไรแบบนี้ สิ่งที่กองทัพนิวซีแลนด์พึ่งพาสหรัฐคือเทคโนโลยีการทหารและการฝึกซ้อมร่มกัน นอกนั้นก็ไม่ได้มีพันธะอะไรที่สำคัญมากมาย

อเมริกาทำตัวเป็น Regina George ใน mean girl โดยไม่ให้นิวซีแลนด์เข้าร่วมกลุ่มทางการทหาร You can’t sit with us! ลุงสตีฟเล่าว่าตอนเหตุการณ์รำลึกเพิร์ล ฮาร์เบอร์ เรือรบของนานาชาติได้รับเชิญให้จอดในบริเวณเดียวกับของอเมริกา แต่ของนิวซีแลนด์ได้จอดในที่ของคนนอก งอนแรงมากเหมือนนางเอกหนังเกาหลี แต่นิวซีแลนด์ก็เป็นพระเอกเกาหลี คือเย็นชา ไม่สนใจน่ะนะ

จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วอเมริกาคงเริ่มหายงอน แล้วเอาเรือมาเยี่ยมนิวซีแลนด์ใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี

เรื่องที่สอง ใครว่าที่นี่ไม่มีการเหยียดผิว อาจจะคิดผิด และอาจจะคิดผิดอีกถ้าคิดว่าคนกีวี่เหยียดคนเมารี

เพราะความจริง คือ เมารีเหยียดกีวี่

จากที่สังเกตมาพบว่าเมารีเป็นพลเมืองชั้น 1.5 จะว่า 2 ก็ไม่ใช่ เพราะได้สิทธิเข้าถึงสวัสดิการรัฐอยู่ งานที่ชาวเมารีทำจะเป็นงานบริการ แรงงาน รับจ้าง เช่น คนขับรสบัส พนักงานทำความสะอาด เวลาไปมหาลัยจะไม่ค่อยเห็น นักศึกษาเมารี ถ้าเป็นที่ใกล้เคียงสุดคงเป็น นศ จากเกาะในทะเลเปซิฟิก เช่นซาโมน ฟิจิ

สตีฟบอกว่าในรอบสามสิบปีที่เป็นวิศวกรมา เคยเจอสถาปนิกและวิศวกรเมารีไม่ถึง 5 คน ลุงวิเคราะห์บอกว่าที่เป็นแบบนี้เพราะชาวเมารีเค้าไม่มีแนวคิดแบบฝรั่งที่ให้คุณค่าความสำเร็จส่วนบุคคลและจะเน้นค่านิยมการอยู่เป็นกลุ่มมากกว่า (Collectivism vs. Individualism) และไม่เน้นการมีการศึกษา เพราะเค้ารู้ว่ยังไงชาวเผ่าก็จะสนับสนุนกันเองและรัฐก็จะให้เงิน (อาทิตย์ละ 300 กว่าดอล สำหรับคนไม่มีงานทำ/ มากกว่าที่ น.ส.มุทิตา ซะอีก) ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้าไม่สนใจจะทำอะไรจริงๆจังๆ คือคนประเทศนี้รวยยาก แต่ก็จนยากเหมือนกัน

ฟังไปก็คล้ายๆคนผิวสีในอเมริกาที่จะไม่ค่อยชอบการเรียนหนังสือ แต่ส่วนที่ชาวเมารีต่างก็คือ เค้าจะรักและหวงแหนธรรมชาติและที่ดินมากๆ คนเมารีหลายคนได้เงินชดเชยจากรัฐเพราะถูกคนขาวโกงที่ดิน แต่ก็เอาเงินไปลงทุนกับอะไรที่จะไม่สร้างรายได้ สตีฟ(ผู้ซึ่งเคยเทคคอร์สระดับปริญญาโท เรื่อง ปัญหาชาวเมารีร่วมสมัย) บอกว่าเนื่องจากเมารีอาจจะสนใจอย่างอื่นมากกว่าการศึกษา ทำให้เกิดความผิดพลาดในการลงทุนได้ง่าย เงินที่ได้มาเลยหมด

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ใช่ว่าใครดีกว่าใคร มันคือค่านิยมที่แตกต่างของแต่ละคน ซึ่งบางอย่างอาจจะใช้ได้ดีในอดีต แต่อาจจะไม่ค่อยดีในสังคมยุคปัจจุบัน

และนี่ก็คือความรู้ใหม่เกี่ยวกับประเทศนี้ที่ได้เรียนรู้มาวันนี้

ปล ข่าวใหญ่ลง นสพ วันนี้คือกระจกแตก ไม่ได้มีใครทำนะ มันแตกเอง เค้าเลยออกข่าวเตือนประชาชนที่อยู่บนตึกสูงๆให้ระมัดระวัง เป็นไงล่ะ เวิ้งว้างไหม

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Terra Incognita’s story.