ฝึกงาน Marketing ในวงในเป็นยังไงบ้าง?
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่กำลังหาที่ฝึกงานเหมือนเราเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว วันนี้เรามีประสบการณ์ที่เราได้เข้าไปเป็นอินเทิร์นที่ Wongnai ในช่วงปิดเทอมมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา มาเล่าให้ฟัง

เราชื่อมุก เรียนอยู่ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ขอเล่าย้อนกลับมาถึงตอนที่เราเข้ามาสมัครกับที่นี่ก่อนเลย ตอนแรกเราก็ส่ง resume ของเราไปทาง careers.wongnai.com แล้วไม่กี่สัปดาห์ที่นี่ก็ติดต่อกลับมาหาให้เข้าไปสัมภาษณ์ที่ออฟฟิศ
ตอนสัมภาษณ์ก็ไม่เครียดมากนะเป็นการถามเกี่ยวกับเรา ผลงานที่เคยทำมา ถามทัศนคติหลายๆ อย่างมากกว่า สำหรับใครที่กังวลเรื่องการสัมภาษณ์งานก็ไม่ต้องกังวลมากเพราะพี่เค้าก็ใจดีอยู่ 555555
วันแรกที่เราเข้าไป เราได้เข้าร่วม Squad ของ LINE Official Account เป็นการทำงานเป็นทีมร่วมกันกับพี่ๆ จากทีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทีม Marketing , ทีม Dev , ทีม Content และทีม AE ซึ่งเรามองว่ามันท้าทายความสามารถของเราเพราะพี่ๆ แต่ละคนที่อยู่ในทีมเก่งกันมาก แล้วเราก็ชอบบรรยากาศที่คนเก่งในแต่ละสายงานเค้ามานั่งถกกันเพราะมันทำให้ได้มุมมองในหลายๆ แบบมากจริงๆ
ในทีมจะแบ่งงานเป็น 2 แบบ แบบแรกคืองาน routine ที่เราจะช่วยหาคอนเทนท์มาลงในไทม์ไลน์กับงานคิด Quiz ต่างๆ ส่วนงานแบบที่สองจะเป็นงานเชิงพัฒนาว่าอยากให้มีอะไรเพิ่มเติมหรือจะทำยังไงให้คนเข้ามาใช้งานเพิ่มขึ้น ซึ่งงานในส่วนนี้เราต้องลงไปสอบถามความเห็นของตลาดและผู้ใช้งานจริงๆ ถือว่าตรงนี้ทำให้เราได้เอาความรู้ที่เรียนรู้มาปฏิบัติจริงในการทำงานเลย
เดือนแรกเหมือนเป็นช่วงแห่งการปรับตัวทั้งเรื่องสังคมในองค์กร การทำงานเป็นทีม และการบริหารเวลาในการทำงาน พี่ๆ ที่วงในส่วนใหญ่อายุจะใกล้ๆ กับเราเลยทำให้เรารู้สึกว่าเข้ากับพี่ๆ ได้เร็ว ไม่เครียดมาก ส่วนเพื่อนอินเทิร์นแต่ละคนด้วยความที่มาจากต่างที่กันก็จริงแต่เราก็รู้สึกว่าเราสนิทกับทุกคนเร็วมาก แต่ละคนเวลาทำงานก็จะเต็มที่ ส่วนเวลาเล่นก็จะสุดๆ เหมือนกัน


อีเว้นท์หลักในเดือนแรกที่เราเข้าร่วมก็คงจะเป็นงาน Wongnai City of Food ซึ่งเราไม่เคยคิดว่าเด็กอินเทิร์นอย่างเราจะมีโอกาสได้มาทำงานอีเว้นท์ที่สเกลใหญ่ระดับนี้ งานนี้ก็สอนให้เราได้พัฒนาเรื่องการสื่อสารกับคนอื่นเพราะมันไม่ใช่แค่การพูดคุยกับคนปกติแต่มันรวมไปถึงการโน้มน้าวให้เค้าเข้ามาเล่นเกมหรือใช้งาน LINE Official Account ของวงใน มันทำให้เราได้ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ใช้งานมากขึ้นและได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเค้าจริงๆ
นอกจากเรื่องที่เกี่ยวกับงานของเราแล้ว เราก็ยังได้ฝึกในเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การควบคุมอารมณ์ การบริหารจัดการเวลาและการทำงานอย่างเป็นระบบให้กิจกรรมในบูธมันออกมา flow ที่สุด ภาพข้างล่างถ่ายในบูธของเราเอง ซึ่งเป็นบูธให้คนที่ซื้ออาหารในงานแล้วมาถ่ายรูปชิคๆ พอถ่ายเสร็จก็แอดไลน์เรามาแล้วรอรับรูปได้เลย กิจกรรมสนุกๆ อย่างนี้ทำให้คนมาเยี่ยมบูธของเราไม่ขาดสาย

หลังจากจบงาน Wongnai City of Food ไปก็ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 2 พอดี เดือนนี้เป็นเดือนที่เราทุกคนได้รับ KPI ของตัวเองจริงๆ ว่าเราต้องทำยอดให้ได้เท่าไหร่ต่อสัปดาห์ แล้วเราจะมีการ check point ในแต่ละวีคว่าทำได้ตาม KPI มั้ย ถ้า KPI ขึ้นมันขึ้นเพราะอะไรหรือถ้าลงมันลงเพราะอะไร เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเราต้องคุยกันทุกสัปดาห์
นอกจากตัว KPI ที่ได้มาแล้วก็ยังมีตัว Daily report ที่เราจะต้องพิมพ์รายงานว่าเมื่อวานเราทำงานอะไรไปบ้างแล้ววันนี้เราตั้งใจจะทำอะไรบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเดือนนี้จะเป็นเดือนแห่งการทำงานจริงๆ แล้วความรู้สึกจะต่างจากเดือนแรกมากๆ เพราะเราจะได้เข้าไปดู analytics ในแต่ละงานของเรา แล้วต้องมานั่งวิเคราะห์ว่าจะทำยังไงให้มันดีขึ้นแบบจริงจัง เป็นงานที่ยากแต่ก็ท้าทายดีค่ะ
พูดถึงงานมาเยอะแล้วเราก็อยากจะเปลี่ยนโหมดไปโหมดสบายๆ บ้างละกัน รู้สึกถ้าบอกหมดก็ไม่น่าสนุกเท่าไหร่ อยากให้เข้าไปลองด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า มาดู service ที่มีที่วงในกันดีกว่า แน่นอนว่าพอพูดถึงวงในก็ต้องคิดถึงเรื่องของกินเป็นอย่างแรก มานี่ก็อยากจะให้ชั่งน้ำหนักกันก่อนเข้ากับหลังเข้าเป็น before-after 555555 เพราะว่าในแต่ละชั้นจะมีมาม่าคัพ โจ๊กคัพ แครกเกอร์ ขนมปี๊บ ของกินเล่นอื่นๆ กับตู้น้ำให้ในแต่ละชั้นของวงใน เรียกได้ว่าเหมือนมีมินิมาร์ทย่อมๆ อยู่ในแต่ละชั้นเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญคือมันฟรีจ้า
ทุกวันจันทร์กับวันพุธก็จะมีข้าวกลางวันเลี้ยงไม่ต้องหาข้าวกินเอง ส่วนในวันอื่นๆ ถ้าขี้เกียจลงไปหาอะไรกินก็สั่งข้าวจาก LINEMAN มากินกันที่ออฟฟิศได้ เอาจริงในส่วนของการสั่งอาหาร LINEMAN พี่ๆ จะสั่งกันบ่อยมากๆ คือไม่ใช่แค่อาหารกลางวันอ่ะคือสั่งตั้งแต่เกี๊ยวซ่ายันชูครีม555555. เรียกได้ว่านอกจากได้ทำงานแล้วยังอิ่มหนำสำราญกันไปอี้กกก
ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายจะเป็นสัปดาห์แห่งการเตรียมสไลด์เพื่อการพรีเซ้นท์กับพี่ยอด CEO และพี่ๆ ที่เป็นหัวหน้าแต่ละทีมฟัง มาดูภาพบรรยากาศในวันพรีเซ้นท์กัน


แล้วเราก็มีพี่ยอดให้คำแนะนำสรุปงานในตอนท้ายของการพรีเซ้นท์

จริงๆ ที่เราเล่ามาทั้งหมดก็ยังไม่ใช่ทุกอย่างที่เราเจอมาในการฝึกงานครั้งนี้ เอาเป็นว่าใครที่ต้องการประสบการณ์จากการทำงานจริงๆ การทำงานในองค์กรที่มีการพัฒนาและปรับตัวตลอดเวลาและที่สำคัญคืออิ่มท้องกลับไปแน่นอน ลองส่งใบสมัครมาดูกันได้นะ :)






