รีวิว Uber: แท็กซี่เลอค่าที่มนุษย์กรุงเทพรอมานาน

เชื่อว่าทุกคนเคยเจอประสบการณ์แย่ๆ กับแท็กซี่กรุงเทพบางคัน ไม่ว่าจะเป็นไม่รับคนไทย, โดนไล่ลง, คุยการเมือง, เปิดเพลงดัง, พูดจาลวนลาม, รถเหม็น หรือขับโชว์ฝีมือมุดช่องอย่างกับกำลังสวมบทเป็นดอมจาก Fast & Furious แต่ด้วยความที่ก่อนหน้านี้เราไม่มีทางเลือก ถึงเกลียดก็ต้องทนใช้ไป

ผมก็เช่นกัน จนมาลองใช้ Uber บริการจากบริษัท tech startup อันโด่งดังจาก San Francisco ที่พลิกโฉมการเรียกแท็กซี่ในเมืองใหญ่มาแล้วทั่วโลก และตอนนี้มาถึงกรุงเทพแล้ว

หลังจากได้ลองนั่งฟรีครั้งแรกในกรุงเทพไปตั้งแต่ตอนเปิดตัวช่วงต้นเดือนมีนาคม 2557 จนถึงวันนี้ผมยังใช้บริการ Uber แทบทุกวัน เฉลี่ยสัปดาห์ละ 5–10 ครั้ง

อยากลองนั่งฟรีมั่ง? จิ้มเลย!

First Impression สำคัญเสมอ ถ้าใครได้ลองใช้บริการ Uber ก็มักจะชอบเลยตั้งแต่ครั้งแรก หลายคนชอบเพราะมันปลอดภัย, เพราะมันอีไล้, เพราะรถคันใหญ่, เพราะคนขับพูดจาไพเราะ, เพราะเป็นทาสทุนนิยม หรืออะไรก็ว่าไป

สำหรับผม Uber มันให้ความรู้สึกเหมือนเรามีคนขับรถส่วนตัว มากกว่าที่จะเป็นแท็กซี่ ผมชอบที่มันง่าย เราไม่ต้องออกไปโบก ไม่ต้องต่อรอง ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องพกเงินสด ขั้นตอนใช้งานทุกอย่างดูลื่นไหล มีมือถือเครื่องเดียวจบ

แค่เรามีแอปบน iOS หรือ Android, สมัครสมาชิก, กรอกเลขบัตรเครดิต (หรือบัตรเดบิต) แล้วก็เรียกใช้ได้เลย

แถมใช้ได้ตลอด 24 ชม. เหมาะมากสำหรับคนที่เที่ยวกลางคืน เวลาผับเลิก เพราะปลอดภัยสุดๆ และไม่ต้องไปทะเลาะกับแท็กซี่หน้าผับที่ดึกๆ แล้วชอบคิดราคาเหมา

ปกติแล้วผมจะเรียกกลับบ้าน เรียกเข้าเมือง เรียกไปเรียน จริงๆ แล้วก็ใช้ไปทุกที่ทั่วกรุงเทพนั่นแหละ ถ้ารถไม่ติดมากแบบวันศุกร์แห่งชาติ รอประมาณ 5 นาทีรถก็มาแล้ว หรือนานสุดก็ไม่เกิน 15 นาที

แอปจะโชว์รถที่พร้อมให้บริการเราแบบ realtime เมื่อกดเรียกแล้วเราก็จะรู้ชื่อคนขับ ทะเบียน และรุ่นของรถที่จะมารับเรา พร้อมกับคะแนนรีวิวคนขับ จากลูกค้าที่เคยนั่งรถคันนี้มาก่อน

สำหรับ UberBlack ในกรุงเทพจะใช้รถ Toyota Camry เป็นส่วนใหญ่ มี Merc E-Class, Honda Accord, หรือ Nissan Teana ผสมบ้างประปราย ถือว่าเป็นบริการระดับบนสุดของ Uber กรุงเทพ

ล่าสุดมี UberSUV มาเพิ่มด้วย เป็นรถคันใหญ่เช่น CR-V, Fortuner เหมาะสำหรับไปกันหลายคน หรือมีกระเป๋าเดินทางหลายใบ

พอรถมาถึง แอปจะแจ้งเตือนให้รู้ เราไม่จำเป็นต้องไปยืนรอข้างถนนให้ร้อนแต่อย่างใด โดยส่วนใหญ่แล้วคนขับจะลงมาเปิดประตูให้ แต่ผมชอบชิงเปิดขึ้นไปนั่งเองมากกว่า รอเค้ามาเปิดให้แล้วรู้สึกแปลกๆ

เมื่อขึ้นรถจะได้น้ำขวดเล็ก กับผ้าเย็น แล้วคนขับก็จะกดเริ่มเดินทางบน iPad ที่ใช้เป็นเหมือนมิเตอร์ แล้วเริ่มพาเราสู่จุดหมายปลายทาง

ตลอดทางแน่นอนว่าคนขับจะบริการเราอย่างสุภาพ เหมือนนั่งรถสำหรับผู้บริหาร ไม่มีการรบกวน หรือทำให้รำคาญใจ หรือถ้าเราอยากจะสอบถาม หรือชวนคุยก็ทำได้เช่นกัน

เมื่อถึงที่หมาย เราก็ลงจากรถได้เลย ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเงินสดอะไรทั้งนั้น (ไม่ต้องทิปด้วย) ไม่มีเงินสดติดตัวซักบาทก็นั่งได้ ระบบจะตัดเงินจากบัตรเครดิตที่ให้ไว้ตั้งแต่แรกเอง และเราจะได้ใบเสร็จที่บอกรายละเอียดการเดินทางทั้งหมดทางอีเมล

ค่าบริการของ UberBlack จะแพงกว่าแท็กซี่ทั่วไป ประมาณ 1 เท่า เช่นเคยนั่งแท็กซี่เส้นทางนี้ ฿100 ถ้าเป็น UberBlack จะประมาณ ฿200

เราสามารถให้ดาว (1 ถึง 5) เพื่อประเมินการให้บริการได้ด้วย ซึ่งเป็นระบบที่ดีมากๆ ที่ลูกค้าสามารถส่ง feedback ได้โดยตรง ทำให้ Uber สามารถรักษามาตรฐานให้ดีได้ตลอด เพราะคนขับที่ได้คะแนนน้อย หรือมีปัญหาจะถูกปลดออกจากระบบของ Uber และในทางกลับกคนขับที่ได้คะแนนสูงก็อาจจะได้โบนัสเพิ่มด้วย

ความลับ(?) หลังจากที่เราลงไปแล้ว คนขับจะต้องให้ดาวเราด้วยเหมือนกัน! ผู้ใช้บริการที่มีปัญหามากๆ ได้คะแนนต่ำก็จะถูกแบนไม่ให้ใช้บริการ Uber เช่นกัน (แต่คิดว่าน่าจะไม่เคยมีใครโดนนะ) เพื่อรักษาประสบการณ์การใช้งานที่ดี และความปลอดภัยของทั้งผู้ใช้ และผู้ให้บริการ

ถ้าเราต้องการความช่วยเหลือเช่นลืมของไว้บนรถ หรือคิดว่าค่าโดยสารไม่แฟร์เพราะคนขับพาหลง ขับอ้อมอย่างไร้เหตุผล ก็กดแจ้งได้เลย เพราะรายละเอียดการเดินทางทั้งหมดถูกบันทึกไว้อยู่แล้ว ทาง Uber สามารถตรวจสอบย้อนหลัง และสามารถแก้ไขให้แฟร์กับลูกค้าที่สุด

ผมได้ไปฟังคุณ Tiger Fang (Expansion Manager ประจำกรุงเทพ) มาแนะนำ Uber ตั้งแต่เมื่อตอนเปิดตัว และคุยกับคนขับ Uber มาหลายคน ได้รู้อะไรเพิ่มหลายอย่างดังนี้

  • Uber มีอยู่แทบทุกเมืองใหญ่ในโลกแล้ว เราสามารถไปเรียกที่ New York City, Paris, Dubai, Seoul หรือที่ไหนก็ได้ด้วยแอปเดียวกับที่เราใช้ในกรุงเทพ มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา, เรื่องโดนฟันหัวแบะ, เรื่องความปลอดภัย หรือทิป
  • เป้าหมายที่ Uber ตั้งไว้คือเรียกรถจากที่ไหนก็ได้ภายใน 5 นาที ตอนนี้ในเขตเมืองก็น่าจะเข้าเป้าแล้ว มีรถ standby 24 ชม.
  • Uber ไม่ได้เป็นเจ้าของรถเองแม้แต่คันเดียว แต่จะใช้วิธีเปิดให้คนที่มีรถแล้วอยากหารายได้เสริม สมัครเข้ามาเป็นคนขับ Uber ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้คนขับ และคนนั่งได้เจอกัน
  • วิธีการนี้เรียกว่าธุรกิจแบบ Sharing Economy ทำให้สามารถขยายกิจการไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับ AirBnb ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของห้องพักแม้แต่ห้องเดียว แต่ตอนนี้มีห้องให้บริการทั่วโลกมากกว่าเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว

ถึงในกรุงเทพ Uber จะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงของแท็กซี่ แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ ในราคาพอๆ กับกาแฟ Starbucks แก้วนึง แลกมาด้วยความปลอดภัย กับคุณภาพบริการที่คาดหวังได้ว่ามันจะอยู่ในเกณฑ์ดีแน่นอน

ใครอยากลองนั่งฟรี ตอนนี้ Uber แจกฟรี ฿300 สำหรับนั่งครั้งแรก แค่คลิกลิ้งค์นี้เลยครับ!
uber.com/invite/ubermamuang

ส่วนใครลองนั่งแล้ว มาคุยกันใน comment ด้านล่างได้เลยครับ…

Disclaimer: this page contains affiliate links for Uber ‘Get free rides’ program


Originally published on May 5, 2014.

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Siwakorn Pongklum’s story.