ลองนั่ง Uber ที่ Seoul และ Kuala Lumpur

หลังจากที่เป็นลูกค้าประจำ Uber ในกรุงเทพแทบทุกวัน (หรือบางวันก็หลายรอบ) จนเขียนรีวิวเล่าประสบการณ์ไปแล้ว เราลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่ง Uber ในต่างประเทศกันบ้างดีกว่า

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ไป Kuala Lumpur และ Seoul ทริปต่อเนื่องกันพอดี ซึ่งทั้งสองเมืองก็มี UberBlack ให้บริการเหมือนกับกรุงเทพ แน่นอนว่าต้องไม่พลาดที่จะไปลองนั่งมาทั้งสองเมือง

ข้อดีอย่างนึงของ Uber คือแอปบนมือถือที่เราใช้อยู่ สามารถนำไปใช้ได้กับทุกเมืองในโลกที่มี Uber ไม่ต้องโหลดใหม่ ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่แต่อย่างใด กดเรียกเหมือนปกติได้เลย ทำให้มันสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆ

ที่แรก Kuala Lumpur นั้นแทบจะเหมือนกับกรุงเทพทุกประการ; ใช้ Camry สีเงิน, ใช้ iPad mini, ค่าโดยสารพอๆ กัน, บริการเป็นมิตรมีมาตรฐานดีเหมือนกัน แต่คนขับภาษาอังกฤษดีมาก คุยกันยาวเลย

ไปช่วงนั้นเค้ากำลังมี campaign เปิดตัวใหม่อยู่พอดี เลยมีของแจกเป็นเข็มกลัดให้ด้วย

ถ้าใครนึกไม่ออก อยากลองนั่งบ้าง สมัครตอนนี้ Uber แจก ฿300 ให้นั่งฟรีในกรุงเทพอยู่ (คลิก!)

ส่วน Seoul ทีแรกก็ไม่ได้จะนั่ง Uber เพราะเช็คราคาแล้วโหดใช้ได้ แต่ดันต้องไปเจอ Taxi บางคันที่ Seoul ซึ่งก็มีปัญหาล้านแปดคือ ปฎิเสธผู้โดยสาร, หยาบคาย, ไม่ยอมกดมิเตอร์จะให้เหมา นี่มันเป็นปัญหาระดับโลกเลยใช่มั้ยเนี่ย

เลยลองกัดฟันเรียก Uber ดู ปรากฎว่ามันสุดยอดมากทั้งด้านตัวรถ เพราะที่นั่นเค้าใช้ Mercedes E-300 กับ Hyundai Equus รถหรูคันใหญ่ระดับ E-segment นั่งสบายหายห่วง เครื่องยนต์ V6 แรงเหลือเฟือ วิ่งบนทางด่วนนี่ฟินเลย

ด้านบริการ เรามีกระเป๋าไปด้วยกันหลายใบ คนขับก็จัดการให้เต็มที่ทั้งยกขึ้น ยกลง ทั้งยัดจนมันเข้าไปได้ ด้วยความยินดียิ้มแย้มตลอด เทียบกับแท็กซี่สีส้มของ Seoul แล้ว Uber ดีกว่าเยอะ (ปกติคนเกาหลีนี่ไม่ค่อยยิ้มเนอะ ไม่รู้เครียดอะไรกัน) แม้จะคุยกันไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็พยายามฟังเราอธิบายว่าเราจะไปไหนเต็มที่

ค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ ₩10000–15000 ถ้าแชร์กัน 4 คนก็แพงกว่ารถไฟใต้ดินแค่นิดเดียว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี และฮายโซวสุดๆ

มีเกร็ดเล็กๆ ที่อยากเล่า เราแอบสังเกตว่าคนขับ Uber เกาหลีท่าทางจะรายได้ดีเอามากๆ ทุกคันที่เรานั่ง คนขับเป็นเจ้าของรถเอง ใส่สูทเนี้ยบ รองเท้าเงาวับ ใช้กระเป๋าแบรนด์เนมของแท้ (มีเพื่อนคนนึงดูเป็น) และแต่งตัวดูดี น่าไปขับบ้างจริงๆ (ฮา)


Originally published on July 28, 2014.

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Siwakorn Pongklum’s story.