[ EP4 ] Journey บินแล้วจ้า MANGO x HONGKONG : นี่สินะ ที่เขาเรียกว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว

อ่านตอนที่ 3 ได้ที่นี่ : [ EP3 ] Journey บินแล้วจ้า MANGO x HONGKONG : ผัดหมี่ฮ่องกง และ ความหวาดเสียว

ก่อนอื่นต้องขอกราบแทบเท้า ชาว Followers ของบล็อกนี้ ขออภัยที่หายไปนานมาก 
ตอนนี้ เราว่างกลับมาเขียนล่ะจ้า ฮ่าๆๆ

จากตอนที่แล้ว เราเขียนถึงว่าได้ไปสวนสนุก ซึ่งก็น่ากลัวสาดๆ แต่ก็สนุกดี เรามาต่อกันที่ สถานที่ต่อไป ที่เราได้ไปเที่ยวกันดีกว่า

Victoria Peak , HONGKONG

ก่อนเข้าไป เราจะต้องอยู่ที่จุดนัดพบตามที่ทาง Klook ได้แจ้งไว้ แล้วเราก็จะได้บัตรนี้ แล้วก็สติกเกอร์

เราต้องเดินตามๆคนอื่นไป ซึ่งคนพาทัวร์เขาก็จะบอกว่าตึกนี้ๆคืออะไร แต่ไม่ได้ฟังอะไรทั้งนั้นเลย 55

แล้วเราก็เดิน ต่อไป

ต่อไป

.

.

ตอนนี้ก็มาถึงเข้าแถว รอรถไฟที่ขึ้นไปเดอะพีค ซึ่งข้างทางก็จะมีส่วนประวัติศาสตร์ที่ได้จัดโชว์ไว้ในตู้กระจก กลางคืนแอบกลัวๆเหมือนกัน

การรอรถไฟ เรียกได้ว่าก็รอนาน พอเข้าไป ได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว รถไฟก็ทำการออกเดินขบวน เรียกได้ว่า เปิดประสบการณ์ใหม่อีกแล้ว นั่นคือ รถไฟ ขึ้นเขา แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเว้ย… หูอื้ออ ดังนั้นระหว่างทางจนถึงข้างบนสูงสุด..

แล้วพอถึงแล้ว ข้างใน เป็นเหมือนห้างอ่ะ เดินเข้าไปแล้วก็ต้องขึ้นบรรไดเลื่อนไปอีก
พอจนถึงข้างบนสุดล่ะ เหี้ย (ขออภัยในความหยาบ) เปิดประตูไป … ว้าปปปป

หนาววว ลมเย็นมาก .. แต่วิวข้างล่าง มองลงมา คือแบบ เชี่ย สวยสัส มันคือแบบในหนัง Skyscraper ชัดๆอ่ะ ดูรูปข้างล่างนั่นสิ

หลังจากเราเสพบรรยากาศแล้ว ก็ได้ทำการลงเขามา .. เอาจริงตอนนั้นเริ่มรู้สึกพลังงานลดลงแล้ว เพราะสี่ทุ่มกว่าแล้ว

จากนั้นเราก็ นั่นใต้ดินมาหา … ข้าวเย็น (ตอนห้าทุ่ม) 
ซึ่งเราก็มาจบที่ร้านนี้ จ้าาาา

ราเมงนาจา

ชื่อร้าน Bari — Uma Ramen ย่าน Tsim Sha Tsui

รสชาติโอเคเลย อร่อย หมูชาชูสะใจมาก ส่วนราคาก็ถ้าตีเป็นเลขกลมๆก็ประมาณคนละ 100HKD ~400 บาทไทย

ให้ดูรูปเต็มๆนาจา

แล้วก็ยังมี … เกี๊ยวซ่าาาา #เที่ยวฮ่องกงยังไงให้เหมือนอยู่ญี่ปุ่น

ทุกคนพร้อมกินมาก พูดเลย

พออิ่มหนำ สำราญ ก็ได้เวลาที่ต้องกลับที่พักแล้วอ่ะ ไม่งั้นรถไฟใต้ดินจะหมดแล้วค่าคุณ 5555555555

สรุปของวันนี้

จบวันที่สองอย่างสมบูรณ์ละ นอนไปตีสองกว่าอีกแล้ว …

เราจะเขียนวันที่ 3 ต่อเลยนะ (กันดอง ถ้าดองอีกทีคือจะเขียนปลายปีละนะ)

วันนี้เราก็มีเวลานอน (เย่) แต่ก็รู้สึกใจหายนะ มันเป็นวันที่เราค้นพบว่าแบบ การไปเที่ยวนี่มันดีต่อใจจริงๆ ได้พบเจออะไรใหม่ๆ วันนี้เราเริ่มต้นวันด้วยการเก็บของเตรียมกลับไทย พร้อมลงมาเช็คเอ้าท์

บายที่นอน
แพคของเสร็จละ

ต่อไปคือการหาอะไรกิน ในย่าน Heard Street ซึ่งไปจบที่ร้านนี้

เห็นแบบนี้ แต่อร่อยมาก รู้สึกว่าประมาณ ยี่สิบกว่าเหรียญได้นะ

ต่อไปจ้า เป็นเควสของเกื้อกาญจน์เองที่ต้องทำให้ได้ ไหนๆก็มาฮ่องกงทั้งทีแล้ว นั่นคือไปวัด… วัด หวัง ต้า เซียน ! เรียกได้ว่า มาทุกทางให้เธอแล้ว ขอทุกอย่างกันเลยทีเดียว เลยเอาบุญมาฝากชาวบล็อกด้วยนะ ฮ่าๆ ไปดูรูปกันเลยครัฟ!

วัดหวังต้าเซียน เป็นวัดที่คนไทยเยอะมาก แม้แต่คนที่ให้คำแนะนำในเรื่องด้ายแดง ยังพูดภาษาไทยได้เลย เรียกได้ว่าน้ำตาจะไหล ฮ่าๆ

ลองถ่ายกับคุณหมูดู เกิดปีหมู~

จบที่สถานี หวังต้าเซียนแล้ว ได้บุญและความหวังไปเพียบ ฮ่าๆ กลับมาที่แถวที่พักกันต่อ เพราะเดี๋ยวเพื่อนจะไปช็อปของ Mi

ตอนที่เราไปช่วงเมษา ช็อปใหญ่ข้างล่าง นางยังไม่เสร็จนะ แต่ข้างบนต้องขึ้นลิฟไป ขึ้นบนๆเลย

ภาพช็อปใหม่ที่กำลังสร้าง

พอเสร็จจากตรงนี้ ก็วนๆ เวียนๆแถวนี้แหละ

เจอของแรร์ค่ะซิส .. สิบห้าเหรียญ แต่ในห้างลดเหลือสิบเหรียญ ด้วยความที่อยากลอง ซื้อเลยจ้า

หลังจากนั้นไปร้านซื้อของฝาก ซึ่งก็ลืมชื่อร้านแล้ว แต่ห้าง Pioneer อะไรซักอย่างนี่แล

หลังจากนั้น ค่ะ กิน

ข้าวผัดเนื้อ อร่อยสาดดดดดดด

หลังจากนั้นก็กลับมารวมตัวที่โรงแรม เพื่อรอรถบัสกลับสนามบิน ซึ่งใช่ค่ะ เราจะบินกลับกันล้ะ T^T

ระยะทางวันนี้นะ

บอร์ดดิ้งพาสตอนกลับ ซึ่งยังสตั้นท์อยู่ว่าต้องกลับจริงดิ อยู่ในช่วงต้องซึ้งในความรู้สึกนี้ให้มากที่สุด 555

อ๋อ ขากลับ กลับฮ่องกงแอร์ไลน์ บริการดีมีมาตรฐานแต่ฟังกัปตันพูดอังกฤษยากมาก TT

กลับจริงๆแล้วนะโว้ยยยยยยยย
the plane is ready to take off
น้ำตาไหลเลยว่ะ..

ทำไมวะ..

เขียนจบจนได้

สุดท้ายนี้ขอบคุณเพื่อนร่วมทริป และทุกๆคนที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการไปฮ่องกง การดูแลตัวเอง อีกทั้งขอบคุณบริษัทไทยแวร์ที่พาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ

แล้วเจอกันใหม่นะ :D