MIS Final 2017 Chapter 6

วิชา MIS บทที่ 6
Chapter 6 การบริหารข้อมูล

Data Warehouse & Data Mining

Data Warehouse

เป็นการรวบรวมข้อมูลที่ถูกกลั่นกรองมาจากระบบปฎิบัติการหลายระบบภายในและภายนอกองค์กรณ์ สำหรับวิเคราะห์ ทางธุรกิจ วิจัยตลาด และสนับสนุนการตัดสินใจ เป็นข้อมูลที่สะอาด Cleaned เป็นข้อมูลที่แปลงสภาพ จากข้อมูลให้เป็นสารสนเทศแล้ว

Data Werehouse เป็นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจ ของผู้บริหาร

Data Werehouse ถูกจำแนกออกเป็นส่วนย่อยๆ เรียกว่า Data Mart ซึ่งเป็นหน่วยเก็บข้อมูลที่เป็น เซตย่อยของข้อมูลจาก Data Werehouse โดย Data Mart เป็นเฉพาะข้อมูลเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับกิจการ แผนก หรือ กระบวนการทางธุรกิจ

ขั้นตอนของ Data Warehouse

  1. การกลั่นกรองข้อมูล (Extraction)
  2. การทำความสะอาดข้อมูล (Cleaning) การแก้คำผิด เรียงลำดับ
  3. การเคลื่อนย้าย ข้อมูลสะอาดไปสู่ Data Werehouse

# ETL Extract Transfer Loading : การคลีนข้อมูลให้สะอาดก่อนนำไปใช้

ความต่างระหว่าง Data Warehouse กับ ฐานข้อมูลรายการค้า

  • ฐานข้อมูลรายการค้า = จะถูกบันทึกและปรับยอดด้วยรายการค้าทีเ่กิดขึ้นในแต่ละวัน
  • Data warehouse = เป็นการบันทึก snapshots หรือบทสรุปของรายการค้าเหล่านี้ตามช่วงเวลา เพื่อให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจนั้นๆ

วิธีการในการดึงข้อมูลออกมาใช้ประโยชน์จาก Data Warehouse มี 2 วิธี

  1. Data Mining
  2. การประมวลผลเชิงวิเคราะห์ออนไลน์ (Online Analytical Processing OLAP)

Data Mining

คือ กระบวนการที่ใช้ในการคัดเลือก สืบค้น และจำลองข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อให้สามารถค้นพบความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อแตกต่างระหว่างการใช้สอบถามแบบดั้งเดิมกับการใช้คำถาม Data Mining

  1. การสอบถามแบบดั้งเดิม (traditional queries) ใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผลิตภัณฑ์ X กับผลิตภัณฑ์ Y ที่ขายได้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คำตอบที่ได้รับอาจได้แก่ จากยอดขายรวมผลิตภัณฑ์ X และ Y ในช่วงเดือนที่มาเป็นการขายผลิตภัณฑ์ X 40% และผลิตภัณฑ์ Y 60%
  2. การสอบถามแบบ Data Mining (data mining queries) คำถามจะซับซ้อนกว่า เช่น ให้ค้นหาคู่ของผลิตภัณฑ์ที่มักจะถูกขายร่วมกันในช่วงเวลาของวันหยุดสุดสัปดาห์ คำถามเช่นนี้ เป็นการพยายามหาต้นแบบของข้อมูลย้อนกลับไปหลายปี

Data Mining มีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 4 ข้อ ได้แก่

  1. การจัดเรียงลำดับหรือการวิเคราะห์แนวทาง คือการค้นหาต้นแบบที่เหตุการณ์หนึ่งนำไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ตามมา
  2. การแยกหมวดหมู่ การค้นหาว่าเหตุการณ์ใดตกอยู่นกลุ่มหรือหมวดหมู่ใดที่ตั้งไว้ เช่น ช่วงอายุของลูกค้าที่มักซื้อผลิตภัณฑ์ เพศ หรือสาขาอาชีพ
  3. การค้นหาความสัมพันธ์ ซึ่งมักจะเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นที่ทราบมาก่อน เช่น การค้นหาว่าลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างไร
  4. การพยากรณ์ คือ การค้นหาต้นแบบของข้อมูลที่จะนำไปสู่การพยากรณ์ที่มีเหตุผล เช่น ลูกค้าที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์มักให้ความสนใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ข้างเคียงอะไรอื่นอีกบ้าง

ตัวอย่างการใช้เทคนิค Data Miningในการดึงข้อมูลออกมาใช้งาน

  1. การใช้สารสนเทศเพื่อการคาดเดาพฤติกรรมของลูกค้า
  2. การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการคัดเลือกและแบ่งแยกลูกค้าเพื่อให้บริการพิเศษ
  3. การใช้สารสนเทศเพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น

การประมวลผลเชิงวิเคราะห์ออนไลน์ (OLAP)

โปรแกรมการใช้งานที่ช่วยให้ ผู้ใช้สามารถหมุนรอบลูกบาศก์ เพื่อดูสารสนเทศของลูกบาศก์ (cube) แต่ละด้าน ลูกบาศก์แต่ละด้านจะนำเสนอสารสนเทศในสองมิติ ทำให้ผู้บริหารได้รับสารสนเทศในหลายมุมมองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยการหมุนลูกบาศก์ไปเรื่อยๆ

ตัวอย่างของการใช้โปรแกรมประเภท OLAP ในการค้นหาคำตอบ

Office Depot, Inc. ใช้โปรแกรม OLAP ในการค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ใดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ผูกโยง กัน คำว่า ผูกโยง (cross-setting) หมายความว่าเมื่อลูกค้าซื้อกระดาษก็มักจะซื้อปากกาควบคู่กันไปด้วย หรือลูกค้าที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มักจะซื้อผลิตภัณฑ์ข้างเคียงอื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์


โปรแกรมสำเร็จรูปประเภทสมองกลอัจฉริยะทางธุรกิจ (BI) Business Intelligence

สมองกลอัจฉริยะทางธุรกิจ

คือ สารสนเทศที่ได้รับการกลั่นกรองมาจากที่รวมข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งโดยปกติก็คือ Data Warehouse หรือ ฐานข้อมูลแบบออนไลน์ ระบบสมองกลอัจฉริยะทางธุรกิจจะค้นพบต้นแบบ (pattern) แนวโน้ม และสารสนเทศอื่นที่สามารถถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มการดำเนินการขององค์การ

ส่วนประกอบของโปรแกรม BI

โปรแกรม BI ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่

  1. คลังข้อมูล (data warehouse)
  2. เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์เจาะลึกข้อมูลในคลังข้อมูล (Business Analytics)
  3. เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์ความสามารถในการปฏิบัติงาน (Business Performance Management-BPM)
  4. เครื่องมือหรือโปรแกรมที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น (user interface) เช่น แผงหน้าปัด (dashboard)
BA : เครื่องมือเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูล
BPM : เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์ความสามารถในการปฏิบัติงาน

BPM : Business Process Management

กรอบหรือแนวคิดในการบริหารจัดการองค์กรโดยอัตโนมัติ โดยการเชื่อมวิธีการทางธุรกิจกับกระบวนการในการทำงาน และระบบงานเข้าด้วยกันโดยการสร้าง metrics เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานที่สูงสุดขององค์กร

BPM เป็นกลยุทธ์ขององค์กรที่ต้องการมององค์กร อย่างครอบคลุม

BSC Balanced Scorecards-BSC

เป็นทั้งเครื่องมือที่ใช้วัดระดับความสามารถในการทำงานขององค์กร และวิธีการในการบริหารจัดการที่ สามารถแปลงวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ด้าน อันได้แก่ ด้านการเงิน ด้านการบริการลูกค้า ด้านการพัฒนากระบวนการในการดำเนินงาน และด้านความสามารถในการเรียนรู้ ให้กลายเป็นการกระทำที่ทำได้จริง


การบริหารองค์ความรู้

ความรู้ประเภทหนึ่ง คือ ความรู้ในเรื่องหรือหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง

ความรู้อีกประเภทหนึ่ง คือ รู้ว่าจะต้องไปหาข้อมูลหรือคำตอบในเรื่องที่ต้องการได้ที่ไหน

วัตถุประสงค์ของการบริหารองค์ความรู้ (Knowledge Management-KM) หมายถึงความรู้ทั้ง 2 ประเภท

การบริหารองค์ความรู้ประกอบด้วยหลายกิจกรรม ได้แก่ การเก็บรวบรวม การจำแนก การแบ่งปัน การวิเคราะห์ และการกระจายองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มหรือพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร

กิจกรรมหลายๆ กิจกรรมให้มีขั้นตอนที่ชัดเจน กิจกรรมเหล่านี้ ได้แก่

1. การเคลื่อนย้ายองค์ความรู้ (จากบุคคล) เข้าสู่ฐานข้อมูลขององค์กร

2. การกลั่นกรองและแยกแยะองค์ความรู้ที่มีสาระสำคัญ

3. การจัดระเบียบให้องค์ความรู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลในลักษณะที่อำนวยให้บุคลากรขององค์กรเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านี้ได้อย่างสะดวก

องค์ความรู้แตกต่างจากสินทรัพย์อื่น ดังนี้
  1. องค์ความรู้ยิ่งถูกใช้ยิ่งเพิ่มค่า
  2. เมื่อองค์ความรู้เติบโตขยายวงกว้างขึ้น องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนองค์ความรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
  3. องค์ความรู้เป็นสิ่งที่กำหนดค่าได้ยาก
  4. องค์ความรู้เป็นสิ่งที่กำหนดค่าจากการแบ่งปันได้ยาก องค์ความรู้ใดจะเกิดประโยชน์แก่ใครมากที่สุดเป็นสิ่งที่ระบุได้ยาก
  5. องค์ความรู้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
คำจำกัดความของคำว่าองค์ความรู้ จำแนกไว้ 2 ประเภท
  1. องค์ความรู้ที่เป็นเนื้อหา คือองค์ความรู้ที่ถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลทั่วไป
  2. องค์ความรู้โดยปริยาย คือ องค์ความรู้ที่จัดเก็บได้ยาก เช่น ประสบการณ์ของบุคคลที่ฝังลึกอยู่ในสมองหรือจิตใจของบุคคลนั้นๆ

KMS

ระบบการบริหารองค์ความรู้ คือ การใช้ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบในการบริหารจัดการองค์ความรู้

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.