MIS Final 2017 Chapter 7

แนววิชา MIS บทที่ 7
by Manit Cholpinyo
Chapter 7 Majors types of Infomation System and their relationships.

ความหมายของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

เป็น ระบบที่รวม ผู้ใช้เและเครื่อง เข้าไว้ด้วยกันโดยมีจุดมุ่งหมายในการจัดหาสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน (Operation) การจัดการ(Management) และการตัดสินใจ (Decision Making) ในองค์กร


คุณสมบัติของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

  1. การจัดการ สารสนเทศที่ได้จากระบบนี้จะต้องสนองความต้องการของผู้บริหารในทุกระดับ
  2. ผู้บริหารต้องเป็นแกนนำ
  3. เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในแง่ของการมองภาพรวมของปัญหา
  4. ใช้ข้อมูลร่วม
  5. วางแผนที่ดี คือต้องรู้ถึงวัตถุประสงค์และความต้องการในอนาคต
  6. มีแนวคิดเชิงระบบ
  7. ใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน
  8. ต้องใช้ Computer

ประเภทของระบบสารสนเทศ

  • ระบบการประมวลผลรายการ Transaction Processing System : TPS
  • ระบบสารสนเทศสำนักงานอัตโนมัติ Office Automation Systems : OAS
  • ระบบการจัดการความรู้ Knowledge Management Systems : KMS
  • ระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการ Management Information Systems : MIS
  • ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ Decision Support System : DSS
  • ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม Group Decision Support System
  • ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร Executive Support Systems : ESS
  • ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System : ES, ISS

Transaction Processing System : TPS

เป็นระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบ และพัฒนาขึ้นเพื่อ สนับสนุนการดำเนินงานภายในองค์กร โดยการประยุกต์ หรือ อาศัยคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยปฎิบัติงานประจำในแต่ละวันขององค์กรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  • รวบรวมข้อมูล
  • ประมวลผลข้อมูล
  • นำเสนอสารสนเทศ
  • จัดเก็บข้อมูล

TPS > ฐานข้อมูล > ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ > รายงาน


Management Information Systems : MIS

เป็นระบบสารสนเทศที่อาศัยข้อมูลที่ได้จากระบบ TPS มาผ่านกระบวนการที่นำไปสู่ข้อสรุปของข้อมูลดังกล่าว สารสนเทศที่ได้จาก MIS จะแสดงในรุปของ รายงานตามระยะเวลา Periodic Report ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนงานดำเเนินงาน Planning การควบคุม Controlling หรือช่วยตัดสินใจ Decision Making เช่น รายงานสรุปยอดขายประจำเดือน /ปี

MIS จะผลิตสารสนเทศที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาแบบมีโครงสร้าง เช่น การพิจารณาเพิ่มยอดขายการผลิตสินค้าโดยอาศัยข้อมูลจาก รายงานสรุปยอดขายรายเดือน

ลักษณะของ MIS

  1. สนับสนุนการตัดสินใจที่มีโครงสร้างและกึ่งโครงสร้างในระดับการปฏิบัติงานและการจัดการ
  2. โดยทั่วไปมีการรายงานและการควบคุมเชิง
  3. ได้รับการออกแบบมาเพื่อรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานที่มีอยู่และเพื่อช่วยในการควบคุมการดำเนินงานเป็นประจำทุกวัน
  4. พึ่งพาข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่และกระแสข้อมูล
  5. มีความสามารถในการวิเคราะห์น้อย
  6. ความช่วยเหลือโดยทั่วไปในการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลในอดีตและปัจจุบัน
  7. รูปแบบคงที่รายงานมาตรฐาน
  8. รายงานที่คัดลอกยากหรือสำเนาอ่อน
  9. ใช้ข้อมูลภายใน
  10. รายงานที่ผู้ใช้พัฒนา
  11. ผู้ใช้ต้องขอรายงานอย่างเป็นทางการจากแผนก IS

Office Automation Systems : OAS

  • ระบบสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การสื่อสารแบบอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ใน สำนักงาน
  • ระบบ OAS ถูกใช้กับพนักงานธุรการที่ต้องทำงานสนับสนุนผู้บริหารทั้งหลาย ส่วนมาก ใครก็ตามในกลุ่มนี้ ที่ทำหน้าที่จัดการ เผยแพร่สารสนเทศมักจะเรียกว่า data workers

Knowledge Management Systems : KMS

  • พนักงานระดับ Top กับ Middle กลุ่มนี้จะเป็นพนักงานมืออาชีพ
  • พนักงานกลุ่มนี้มีหน้าที่ค้นหาหรือพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อป้อนให้กับองค์กร และรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วในองค์กร
  • ระบบ KMS สนับสนุนพนักงานชำนาญการเหล่านี้ ในการจัดหา ตั้งแต่ Internet search engines ไปจนถึง Web based computer aided design

Decision Support Systems DSS

เป็นระบบสารสนเทศที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ โดยมีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ และมีการใช้ตัวแบบจำลอง (Model) ต่างๆ เพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจ และตอบปัญหาได้ทั้งแบบกึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้าง

  • สนับสนุนการแก้ปัญหา และการตัดสินใจเฉพาะกรณีตามที่ผู้บริหารต้องการ

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

  • DSS เป็น ระบบที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก MIS ที่ขาดการชี้แนะ หรือ เสนอทางเลือกให้กับผู้ใช้ ซึ่ง MIS จะนำเสนอแค่ยอดรวมของสิ่งที่สนใจเท่านั้น
  • เป็นระบบที่สนับสนุนความต้องการเฉพาะของ ผู้บริหารแต่ละคน
  • ช่วยตัดสินใจในกรณีที่มีทางเลือกหลายๆ ทาง
  • DSS มิได้ให้คำตอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้สารสนเทศที่เป็น ทางเลือกด้วย
  • มีการใช้นัวแบบ (Model) ในการวางแผนและการทำนายต่างๆ
  • ส่วนใหญ่ใช้ในระดับบน และ ระดับกลาง
  • รองรับการตัดสินใจที่ซับซ้อน
  • เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในลักษระของ What-If Analysis

ลักษณะของ DSS

  • สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะเสนอความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงไป
  • ง่ายต่อการเรียนรู้และการใช้งาน
  • การตัดสินใจที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของปัญหา

Executive Support System (ESS)

เป็นระบบที่ช่วยการสนับสนุนการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษาแนวโน้มและการวางแผนกลยุทธ์

ลักษณะของ ESS

  • สารมารถกำหนดเป้าหมายระยะยาว โดยเปรียบเทียบจุดอ่อนจุดแข็งขององค์กรได้
  • มีีความสามารถในการวิเครราะห์เปรียบเทียบและทำนายแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ ภายใต้สภาพการณ์ต่างๆ
  • มีความสามารถและความเป็นไปได้ในการรวมกับหน่วยงานอื่นๆ ในอนาคต
  • ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อัตรค่าจ้างในอนาคต การลดจำนวนพนักงานบริหาร
  • สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ

Intelligent Support Systems (ISS)

  • เน้นไปทางปัญญาประดิษฐ์ ที่ช่วยแก้ปัญหาในแบบอัจฉริยะ
  • รูปแบบหนึ่งของการประยุกต์ใช้ AI คือ ระบบผู้ชำนาญการ ทำหน้าที่เก็บองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญแล้วป้อนไปยังผู้ที่ยังไม่เก่ง
  • ระบบเหล่านี้จะแตกต่างไปจาก TPS (ทำตัวเป็นศูนย์กลางของข้อมูล) MIS และ DSS (มุ่งเน้นไปที่การประมวลผลข้อมูล) โดยผู้ใช้ DSS จะตัดสินใจบนสารสนเทศที่สร้างขึ้นจากระบบ เมื่อเปรียบเเทียบกับ ES ระบบจะให้คำแนะนำในการตัดสินใจบนพื้นฐานของความชำนวญ

ข้อแตกต่างระหว่างระบบ MIS กับ DSS

  • สารสนเทศที่ได้จาก MIS จะใช้ในการตัดสินปัญหาที่มีโครงสร้าง (Structured Problem) ในขณะที่สารสนเทศที่ได้จาก DSS จะใช้ในการตัดสินปัญหากึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Problem) หรือ ปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง
  • MIS จะผลิตสารสนเทศในลักษณะที่เน้นหรือแสดงให้เห็นถึงความจริงที่ซ้อนอยู่ภายในข้อมูลเหล่านั้นในขณะที่ Dss จะแสดงทางเลือกทั้งหมดที่เป็นไปได้สำหรับปัญหาใดๆ ที่สนใจ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ/ข้อเปรียบเทียบสำหรับแต่ละทางเลือกนั้นโดยผู้ใช้สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบการตัดสินใจต่อไป

ข้อแตกต่างระหว่างระบบ DSS กับ ESS

  • DSS จะนำเสนอทางเลือกทั้งหมดที่เป็นไปได้ รวมทั้งความคิดเห็น ข้อแนะนำ หรือข้อเปรียบเทียบที่ระบบมีต่อทางเลือกแต่ละทางนั้น ในขณะที่ ESS จะไม่เพียงแต่เสนอทางเลือก และข้อแนะนำ หรือ ข้อเปรียบเทียบให้กับผู้ใช้เท่านั้นแต่ ESS ยังสามารถแสดงแนวโน้ม หรือคาดคะเนเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอาคตด้วย
One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.