แบกเป้เที่ยวเชียงใหม่ 5วัน 4คืน : แม่กำปอง กิ่วแม่ปาน อ่างขาง

บันทึกช่วยจำเรื่องราวระหว่างทริป backpack ต้นปี 2560 ฉบับอ่านเล่นขำๆ ใส่รูปเยอะๆ ลำไยๆ กลวงๆ เล่นกับหมา หาอะไรกิน บินไปเรื่อย เหนื่อยก็ต้องไปต่อ

ทริปนี้เกิดได้ยังไง?
 — 
จำไม่ได้ 5555 แต่คนเริ่มคือเพื่อนบี ไปย้อนอ่านแชทดูก็ขำดี นางบ่นอยากไปเชียงใหม่อยากปีนเขาตั้งแต่กรกฎาคม 2559 เราเลยบอกให้มาปีนผาที่Flick มธ. ผ่านมาจนพฤศจิกายน ประเด็นนี้ก็ถูกยกมาพูดอีก กระทั่งหาข้อมูลการเดินทางทั้งเครื่องบิน รถไฟ สถานที่เที่ยว ที่พัก จนได้จองบ้านพักที่แม่กำปองเป็นที่แรก ซึ่งจองล่วงหน้าเป็นเดือนพร้อมโอนเงินเรียบร้อย…ดังนั้น ไม่ไปไม่ได้นะ จ่ายเงินไปแล้ว 555

05/01/2560 : ดีใจ…ในที่สุดรถก็มา นั่งรอรถกันเป็นชั่วโมง เพราะกะเวลาผิดเอง (เด๋อ)

ทำไมถึงไปกันแค่สองคน?

—เพราะ ปิดเทอมช้ากว่าเพื่อน พอเราสอบเสร็จเพื่อนหลายคนก็ใกล้จะเปิดเทอม…ทยอยกลับมอกันหมด เหลือแค่เราสองสหายที่ปิดช้า/เปิดช้ากว่าใครเพื่อน แล้วก็ทริปที่เราจัดไว้มันนานหลายวันเกินไป เพราะตอนแรกบอกเพื่อนว่าจะไป 7วัน (โอ๋ๆไม่ร้องๆ 5555555555555)

เดินทางไปเชียงใหม่ยังไง?

— ตอนแรกตั้งใจจะไปขึ้นรถไฟฟรี แต่ด้วยอุปสรรคความยากลำบากในการเดินทางต่างๆ เราเลยตัดใจขึ้นรถทัวร์จากเพชรบูรณ์ไปนี่แหละ เดินทางไปเชียงใหม่คืนวันที่ 5มกราคม 2560 กลับเพชรบูรณ์วันที่ 10 มกราคม 2560

06/01/2560 : สถานีขนส่งช้างเผือก จ.เชียงใหม่

วันที่ 6 มกราคม 2560 : ถึงเชียงใหม่แล้วเจ้า

วันแรก…เราไปที่หมู่บ้านแม่กำปอง โดยรถตู้น้ำพุร้อนสันกำแพงที่จองไว้แบบไปกลับ คนละ 200 บาท ขึ้นรถที่ขนส่งช้างเผือก รอบ 07.30น.

พักที่ “เฮือนอุ้ย” คนละ 550บาท/คืน

มาถึงหมู่บ้านแม่กำปอง เดินขึ้นเนินชันๆมา 2ลูก ก็เจอที่พัก มีร้านก๋วยเตี๋ยวด้วย…แต่ไม่ได้กินเลย 55555

เก็บของแล้วก็มาเดินเล่น เจอบ้านหลังนี้เท่ดี
ที่นี่หมาเยอะมาก แต่ไม่ดุ
ฟินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เจ้าตัวนี้น่ารักสุดๆ ด้วยคอสตูมเสื้อสีชมพู และการทำหน้าหยิ่งๆแต่ก็มาเดินตาม
เดินไปแวะถ่ายรูปไป ทางชันและค่อนข้างลื่นเพราะฝนตก ต้องคอยหลบรถดีๆ มีเสียงล้อบดถนนเรียกความสนใจเป็นระยะ
เดินไปตรงไหนก็ได้ยินเสียงน้ำตก
หิวแล้ว เดินลงมาหาอะไรกิน…เจ้าไข่ป่าม อาหารมื้อแรกของเรา
ยังไม่สาแก่ใจบ่าว จึงแวะหาอะไรกินอีก ที่ร้านลุงปิ๊ด&ป้าเป็ง
เมื่อกี้อิ่มแล้ว แต่เดินกลับขึ้นมาอีก เพราะตรงนี้มีสัญญาณมือถือ อยู่ข้างล่าง No Service ติดต่อใครไม่ได้เลย…ฝนตกพอดีเลยแวะเข้าร้านชมนกชมไม้ คนเต็มร้าน รออยู่สักพักจึงได้ที่นั่ง สั่งของกินเล่นเบาๆ 5555
หลังจากไปร้านแมวดอย(ขายของฝากแมวๆ)(ไม่ได้ถ่ายรูปร้านไว้) เรานั่งเขียนโปสการ์ดไปคุยกับพี่เจ้าของร้านไปน่าจะเป็นชั่วโมงเลย 5555 พอเสร็จก็กินอีกแล้ว บะหมี่ร้านข้าวซอย ข้าวเหนียวหมูย่างร้านอยู่ใกล้ๆกัน และนมร้อนอร่อยมากเหมาะกับอากาศเย็นๆ ฟินๆๆๆๆๆ
อิ่มแล้วรีบกลับที่พักมาอาบน้ำ แต่ขอชงโอวัลตินกินก่อน
หนาวๆ ผ้าห่มสองผืน
อาบน้ำก่อนจะดึกและหนาวไปมากกว่านี้
อาบน้ำเสร็จมืดพอดี 555 เวลาผ่านไปเร็วจัง หิวอีกแล้วจ้า เดินลงมาจากที่พักทางลื่นกว่าเดิมเพราะฝนเพิ่งหยุดตก ต้องเดินระวังๆ เรามาหยุดอยู่หน้าร้านซูชิบาร์ สั่งโมริซาซิมิมา…กินไปสักพัก คาวจัง เห็นพี่เจ้าของร้านกำลังทอดๆอะไรอยู่ เลยไปขอร่วมกระทะด้วย อิ่มท้องก็กลับมาเข้านอนเพราะไม่มีอะไรทำ อิอิ

วันที่ 7 มกราคม 2560 : ลาก่อนชีวิต Slow Life ที่หมู่บ้านแม่กำปอง

เช้านี้ฟ้าเริ่มเปิดแล้ว แต่บางมุมที่มีหมอกก็สวยดี คนละอารมณ์เลย
เรารีบตื่นแต่เช้ามาร้านไส้อั่วแม่นิ่มตามคำแนะนำของพี่เจ้าของร้านแมวดอย
มื้อนี้หมดไปคนละ 100บาท อิ่มเกินไปจริงๆ ทั้งไส้อั่ว หมูทอด ต้มแซ่บรสเผ็ดร้อนจนกินไม่ไหว :p
ปาท่องโก๋ชุดละ 30บาท ตัวเล็กๆกรอบๆจิ้มนมข้นหวาน กินเพลินเลย
กำลังจะกลับไปเช็คเอาท์ แต่เห็นคนขึ้นไปถ่ายรูปตรงนี้ เลยขึ้นไปบ้าง
หมอกลอยมาแล้วววววววววววววววว
เดินกลับทางวัด เพราะมีบันไดจะได้ไม่ต้องไต่เนิน
หลอกหมากินนม แต่โดนเมิน
อ่าว…จะกลับที่พักก็ไปไม่ถึงสักที เจอของดีก่อนจนได้
หูยยยย สวยจัง แต่จะเที่ยงแล้วต้องรีบไปเช็คเอาท์ 55555555555

เช็คเอาท์เฮือนอุ้ยแล้วมานั่งรอรถตู้ที่คาเฟ่ใกล้ๆโรงเรียนที่รถจะมาจอด
จากนั้นก็…วาร์ปเข้าตัวเมืองเชียงใหม่กัน ^w^)/

@ Funwahn Hostel&Cafe : ตรงนี้คือส่วนคาเฟ่ ห้องพักไม่ได้ถ่ายไว้ เป็นห้องนอนรวม เราจองแบบเตียงคู่เพราะประหยัดกว่า นอน 2 คืน คนละ 550บาท อยู่ใกล้ขนส่งช้างเผือก

เก็บของเสร็จแล้วโบกรถแดงไป MAYA หาซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟ แบตกล้องจะหมด แต่ก็หาซื้อไม่ได้…ไม่เป็นไรไปหาอะไรกินที่นิมมานดีกว่า อิอิ

เจอกูโรตีก็พุ่งใส่เลย คนเยอะ ต้องรอคิว พนักงานก็สมคำร่ำลือ ฮ่าาา ที่สั่งมากินคือทิชชู่ฝอยทองอะไรสักอย่าง อร่อยดี แต่ไมโลหวานมากกกกก มีชาร้อนให้ด้วย ชอบๆ

ตอนแรกจะไปกินคั่วไก่นิมมานต่อ แต่เดินไปสักพักนึกได้ว่าเพื่อนบอกจะไปคอนเสิร์ต “ดักแก่” ซึ่งคืออะไรไม่รู้ บัตร100เดียวเลยให้ซื้อบัตรเผื่อด้วย 2ใบ แล้วใกล้เวลาพอดีเลยไม่กินก็ได้

รอเพื่อนฟิวมารับตรงนี้ 555
ได้บัตรแล้ววว เจอเพื่อนฟิว ลูกพี่วู้ด และคุณอ๊อฟใจ โกๆๆๆ The Parkinson มาด้วยยยย ซ้อมร้องเพลงแป๊บ
เพลินๆ แต่ง่วงแล้วเด้อ
กลับที่พัก ต้องเปิดmap จำทางไม่ได้จ้า ขอบคุณลูกพี่ทั้งสองคนมากค่าที่มาส่ง นางยังบอกว่าดึกๆอันตรายอย่าออกไปไหนกัน ลูกพี่โผม
แต่ก่อนเข้าที่พัก ขอหาอะไรกินก่อนนะครับลูกพี่ : หมูกระจก ลาบหมู แอ๊บกุ้ง ข้าวเหนียว หมดนี่ 60บาท หารกันคนละ 30 อิ่มท้องพอกรุ้มกริ่ม กลับไปนอนได้เจ้า

วันที่ 8 มกราคม 2560 : ไปไหนกันดีล่ะทีนี้

แพลนวันที่8 คือไปกิ่วแม่ปาน แต่ติดธุระนิดหน่อยและตื่นสายจ้า เลยเที่ยวในเมืองต่อ ไปเซนทรัลแอร์พอร์ตจ้า หาซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟ สุดท้ายก็หาซื้อจนได้ในราคา 130บาท เพื่อนเกียบอกว่าแพ๊งงงง เสร็จแล้วก็หาทางไปบ้านข้างวัดกัน โบกรถแดงไปลงซอยวัดอุโมงค์ เปิดmapแล้วคิดว่าเดินเข้าไปไหว แต่แดดร้อน และไม่รู้ว่าไหวเนี่ยไหวจริงมั้ย เลยโทรปรึกษาเพื่อนๆชาวเชียงใหม่ที่น่ารัก

นั่งปรึกษาหารือกับเพื่อนไอซ์ ผู้ที่บ่นงอนๆว่าเมื่อวานก็รอให้โทรมาหาอยู่ ถามว่าทำไมไม่ไปคอนดักแก่ นางบอกก็ไม่มีคนชวน คุณเพื่อนนนนน 55555 ผิดไปแล้ว จากนั้นลูกพี่วู้ดกับฟิวก็มาพอดีแล้วก็ขับไปส่งเราที่บ้านข้างวัด พร้อมบ่นว่า กูขับมอไซค์ไปยังเหนื่อยเลย เดินไปไม่ได้หรอก วันหลังอย่าเดินเข้าใจไหม 55555 ไปถึงก็พบว่า…แม่งไม่เห็นมีอะไรเลย แล้วเราก็โทรให้ไอซ์มารับ อิอิ
ไอซ์พามานั่งร้าน SameSame เจอกอกับโอ๊ตด้วย สักพักทุกคนก็ออกไปหาข้าวกิน ส่วนเราก็นั่งต่อสักพัก แล้วหาทางออกจากร้านนี้ไปMAYA เพื่อซื้อมาชเมโล่และมาม่ากะเอาไปกินตอนนอนเต๊นท์ที่อ่างขาง แล้วก็หาอะไรกินที่นิมมานต่อ

ตั้งใจจะไปกินที่ร้าน ต๋องเต็มโต๊ะ แต่โต๊ะเต็ม คนล้นร้าน เลยไปถนนคนเดินท่าแพ เดินไปกินไป เดินจนปวดเท้า แล้วก็รีบกลับเพราะต้องตื่นเช้าสำหรับทริปวันต่อไป เย่

ถนนคนเดินท่าแพ และสามกษัตริย์

วันที่ 9 มกราคม 2560 : ที่ที่อยากไปก็ต้องได้ไปสิ ขึ้นสองดอยในวันเดียวเลยละกัน!

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้า แต่ก็สายกว่าที่ตั้งใจไว้ เรารีบมาขึ้นรถเมล์สีฟ้าเพื่อไปลงที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง ต่อรถสองแถวสีเหลืองขึ้นกิ่วแม่ปานกัน

รอคนจนเต็มรถ มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด12คน ค่าเสียหายคนละ 220 บาท
เตรียมความพร้อมเดินศึกษาธรรมชาติที่กิ่วแม่ปาน ระยะทาง 3.2 km.
เดินเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก พี่นุชคนนำทางผู้ใจดี
ออกมาจากป่าเขียวๆ 5555
คนตัวจิ๊ดดดด
หมอกขาวๆ ฟินๆ
สู้ๆนะทุกโคนนนนนนนนน ทำไมโลกมันเอียงอย่างนี้นะ
พี่นุชบอกว่าเจ้าตัวนี้เหมือนแมลงเต่าทองแต่สีน้ำเงิน เหหหหหห
เบอร์รี่ป่า ลองชิมแล้ว ฝาดๆ
สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก สวยจนไม่รู้จะทำยังไงดี หันไปถามเพื่อน เพื่อนบอก ก็ถ่ายรูปสิ นังเด๋อ
ถ่ายรูปกันนนนน
เดินครบแล้ว 1 รอบ เดินตามกลิ่นไก่ย่างไปเล้ย หิวววววว

รับประทานอาหารเสร็จละ555 เราก็มาหารือกันว่าจะเอาไงต่อมีคนรีบกลับ รีบไปขึ้นเครื่อง บลาๆๆ กับคนที่อยากเที่ยวต่อแบบไม่รีบ สรุป ก็ไปต่อที่ยอดดอยอินทนนท์ จอดถ่ายรูปแป๊บเดียว แล้วก็ลงมาแวะที่น้ำตก15นาที แล้วกลับ สักพักจอดเปลี่ยนไปขึ้นสองแถวอีกคัน เพื่อนั่งเข้าเมืองยาวๆไป 35บาท

เริ่มอยากรีบๆกลับ 5555555
ยิงมาสองสามรูปแล้วไปนั่งรอที่รถ อิอิ

เสร็จจากกิ่วแม่ปาน รีบมาเช็คเอาท์ที่ฝันหวาน แบกเป้ไปต่อที่ขนส่งช้างเผือก ขึ้นรถเมล์สีส้มๆ เชียงใหม่-ท่าตอน เพื่อไปอ่างขาง ก่อนหน้านี้ก็โทรไปที่สถานีเกษตรถามว่าถ้าขึ้นไปตอนนี้(17.00น.)ขึ้นไปได้ไหมทันไหม มีรถสองแถวให้เหมาขึ้นดอยไหมไรงี้ เขาก็บอกว่าได้ มีรถ จะขึ้นไม่ขึ้นก็แล้วแต่เลย 55555

สุดท้ายโดดขึ้นรถเมล์แบบไม่รู้จะไปต่อยังไง จองเต๊นท์ไว้แล้วนะ สัญญาณมือถือก็ไม่ค่อยมีระหว่างทางก็พยายามติดต่อหาเบอร์รถที่จะเหมาขึ้นไป ต่างคนต่างเหนื่อยมาก อารมณ์บูดบึ้ง แงงงงง สุดท้ายก็โทรจนได้รถ

เราไปถึงปากทางขึ้นดอยที่วัดหาดสำราญประมาณ 20.30น. ซึ่งมันดึกและมืดมาก ไม่ควรขึ้นไป ในใจเราก็ยังหวั่นๆว่าจะเป็นไรปะวะ แต่ลุงเจ้าของรถยอมมารับเรา เราก็ไปอะ สู้

รูปนี้ถ่ายตอนเช้าของอีกวันแจ้

เต๊นท์ที่จองไว้ อยู่ที่ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ อ่างขาง 300บาท/เต๊นท์/คืน หารกันสองคนก็คนละ150บาท

ทางเข้าต้นน้ำชันมาก เอ้อ…แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าทางที่ขึ้นมาบนดอย เลี้ยวทีพวงมาลัยแทบหัก ตั้งนโมในใจเป็นระยะ

พอมาถึงก็ตกลงราคาเหมารถกับลุงอีกที ราคาไปกลับ 1400บาท เหมาพาเที่ยวโครงการหลวง ไร่สตรอว์เบอร์รี่นอแล ไร่ชา เพิ่มอีก 700บาท สรุปค่าเสียหาย 2100บาทจ้า คนละ 1050บาท แงงงงง

วันที่ 10 มกราคม 2560 : เที่ยวอ่างขางฉบับเร่งด่วน ลุยเล่ยยยยย!

เราโทรไปหาลุงเกือบเจ็ดโมง บอกลุงว่าพร้อมแล้วจ้าลุงมารับหนูเลย ลุงบอกมารอตั้งแต่หกโมงเช้าแล้ว 5555555 รีบโดดออกจากเต๊นท์กันเลยทีเดียว

มากินข้าวเช้าที่ร้านดอกเหมย ตรงด่านใกล้ๆทางเข้าโครงการหลวง จานละ 50บาท
ค่าเข้าคนละ 50 บาท
สีม่วง
น้องง
ตุ้งติ้ง
เขียวขาว
ชอบม่วงๆ
สวยจังเลยเจ้าบ้าเอ๊ย
ชอบดอกไม้อะไรขนาดนั้นอะ
บองบองบองบองบองบองบองบอง รีบถ่าย555
คิดว่าลงรูปเยอะไปแล้วอะ 555
ซากุร้าาา
เปลี่ยนที่บ้าง สวน๘๐ ถ่ายรูปกับดอกชมพูๆอย่างเดียวเลยจ้า เซลฟี่วนไป แบตกล้องหมด แบตอีกก้อนอยู่ในรถลุง
ไร่ชาแปลงสองพัน สวยมากกกก แต่หมอกหม่นๆเทาๆ มากับฝนครับ รีบถ่ายเร้ว
ไม่ต้องเห็นหน้าเยอะ เดี๋ยวทำลายบรรยากาศ
ไร่สตรอว์เบอร์รี่อ่างขางจ้า ฝนลงแล้ววว ถ่ายรูปสามนาทีแล้วขึ้นรถโลด

ที่สุดท้ายแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
ฐานปฏิบัติการบ้านนอแลจ้า ขับรถเข้ามาทหารบอกว่า ระวังหมาน้อย

หมอกลงเยอะมาก ไม่เห็นอะไรเลย
หลังรั้วกั้น คือ พม่า จ้า
จบทริปด้วยหมาน้อย จำนวนเยอะมากมาย น่ารักกกก

เอาล่ะได้เวลากลับบ้าน คุณลุงไปส่งที่ท่ารถรอรถตู้เข้าเมือง คนละ150บาท

หิววว รีบหาอะไรกิน แล้วมานั่งรอรถตู้ที่นี่ ที่ไหนก็ไม่รู้ 555

รถตู้มาแล้ววว ใช้เวลา3ชั่วโมงกว่าจะถึงตัวเมือง มันช่างทรมานจิตใจบ่าวเหลือเกิน

ถึงแล้วเราไปขึ้นรถทัวร์กลับบ้านที่อาเขต ได้รอบ19.00น. ถึงหล่มสักตีสองครึ่ง และคงไม่ดีถ้าจะให้ที่บ้านมารับ 5555 เลยรอรถเมล์เข้าตัวเมืองเพชรบูรณ์อีกชั่วโมงครึ่ง เวลา 04.00 น. เย่ ถึงบ้านแล้ว โดดขึ้นเตียงนอนไปเลยยาวๆ

สรุปโดยประมาณ ทริป 5วัน 4คืน

ค่าเสียหายโดยรวมประมาณ 6,000บาท (รวมค่าจิปาถะต่างๆแล้ว)

ค่าที่พัก 4 คืน : 1,400 บาท (โฮสเทล บ้านพัก เต๊นท์)

ค่าเดินทาง : 2,460 บาท (รถทัวร์ รถเมล์ รถแดง รถตู้ เหมารถเที่ยว)

ค่ากิน/ของจิปาถะ : 2,000 บาท

ดังนั้น ชวนเพื่อนไปหลายๆคนก็ดีนะ สัก4–5คน เช่ารถยนต์แล้วหารกัน อาจไปได้หลายที่ด้วย ขับไปเองสะดวกดีถ้าทางที่ไปง่ายๆไม่อันตรายมากนะจ๊ะ

  • ขอบคุณเพื่อนบีผู้ร่วมทริปนี้ มันว้าวมาก แล้วก็ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่คอยขับรถรับส่งพวกเรานะจย้า แล้วก็ขอบคุณทุกความห่วงใยค่า
  • ปิดจ็อบ สวยงาม ขอบคุณค่า บายยยยยยยยยยยยยยยยย