ขอมาจดไว้ก่อน ในวันที่ความรู้สึกมันยังล้นๆ


ตั้งแต่เกิดมาเนี้ย เอาความจริงเลยคือยังไม่เคยสมหวังในความรัก ไม่ว่าจะไปรักเค้าก่อน หรือเค้ามาชอบเราก่อน (ไม่กล้าจะใช้คำว่ามีใครมารักเราก่อนจริงๆอะ5555) แต่เรายังจำทุกคนที่เรารู้สึกชอบมากๆได้ดี เป็นตอนนั้นก็คงเรียกว่ารักเค้าแหละ แต่พอมาเป็นปัจจุบันใช้คำว่ารักแล้วมันยังไงไม่รู้ ก็เราไม่ได้รักเค้าแล้ว5555 (อ้าวอีนี่) ขอใช้คำว่าชอบมากๆแล้วกัน วันนี้จะเล่าถึงทุกคนสักหน่อย

  1. คนแรกเลยชื่อพี่บิ๊ก พี่บิ๊กเนี่ยอยู่โรงเรียนประถมเดียวกัน พี่บิ๊กอยู่ป.6 เราอยู่ป.4 บ้านก็อยู่ย่านเดียวกันอีก ก็เลยได้ขึ้นรถตู้โรงเรียนคันเดียวกัน พี่บิ๊กเป็นคนพูดน้อย เป็นนักดนตรีในวงโยธวาธิตของโรงเรียน หน้าตาก็ไม่ได้หล่อเหลาอะไร ปากเจ่อๆ ด้วยอะไรไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเราชอบไปแอบมองเค้าซ้อมวงโยฯ เวลาเข้าแถวแล้ววงโยฯเดินผ่านต้องคอยชะเง้อชะแง้ ถึงขนาดจะอยากจะเข้าวงโยฯเพื่อจะได้เจอพี่บิ๊กกับกลองของเค้า55555 เป็นยังงี้อยู่ทั้งปีเลย ตอนเช้าก็ตื่นเช้า ไม่ยอมพลาดรถตู้ ต้องได้ขึ้น พี่บิ๊กจะขึ้นทีหลังเรา รถตู้จะมารับเราก่อนเพราะบ้านเราอยู่ข้างใน พอพี่บิ๊กมาก็จะเก๊กๆ เหมือนมีท่าของเด็กป.6เก๊กๆ พูดน้อย กางเกงยาวๆนิดนึง นั่นแหละตรงเสปคตอนนั้นมาก5555555 เราชอบมองเค้า ไม่เคยกล้าเล่าให้เพื่อนประถมฟัง กลัวโดนล้อ แต่ความลับไม่มีในโลก ไม่มีอะไรที่เราจะปกปิดมิด ช่วงท้ายๆเทอม เพื่อนในห้องไปแซวเราต่อหน้าพี่บิ๊ก ตอนนั้นโกรธมากๆๆ เราก็คิดว่าพี่บิ๊กต้องโกรธมาก อารมณ์มองตัวเองต่ำต้อย5555 แต่พี่บิ๊กดันยิ้ม ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญเด็กเด๋อๆอย่างเราสักนิด หลังจากวันนั้นพี่บิ๊กจะยิ้มให้เราตลอด แต่ไม่เคยคุยกันเลยนะ แล้วพี่บิ๊กก็จบออกไป เค้าไปต่อม.ต้นที่ไหนก็ไม่รู้ ผ่านหน้าบ้านเค้าก็เคยเห็นเค้าสองสามที หลังจากนั้นเราก็ย้ายออกจากแถวนั้นเพราะขึ้นมัธยม แล้วไม่ได้เจอพี่บิ๊กสุดเท่ห์ของเราคนนั้นอีกเลย นั่นคือคนที่ชอบสุดๆแล้วตอนประถม
  2. คนต่อมา คนนี้เราชอบตอนช่วงประมาณม.2 ชื่อพี่เต้ย คนนี้จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ จำได้ว่าเราอยู่ม.2 พี่เต้ยอยู่ม.5 มาคุมน้องๆม.2ซ้อมพาเหรด เค้าน่ารัก ใช้กระเป๋าของโรงเรียนรุ่นลิมิเตดเก่าแก่ที่ทุกคนอยากได้ พี่เต้ยไม่ค่อยพูด ออกแนวชอบยิ้มอย่างเดียว นุ่มนิ่ม เค้าจะผมเยอะๆ ตาโต ปากใหญ่ๆอีกแล้ว55555 กลุ่มเพื่อนเค้าก็ตลกดี เพื่อนสนิทเราก็ชอบเพื่อนพี่เต้ย ตอนนั้นไม่รู้ว่ามั่นหน้ามั่นโหยกอะไรมาก กล้าไปแซว กล้าไปเดินอ้อยอิ่งใส่เค้า ให้เพื่อนไปขอ msn แอดเอ็มไป ชอบอยู่ได้ปีนึงละมั้ง มันไม่ได้ชอบมาก แต่คือก็ชอบนะ แบบเครซี่ๆเลย พอพี่เต้ยจบไป มีช่วงนึงเราอยากรู้พี่เต้ยเป็นไงบ้าง ผ่านไป2–3ปี ปรากฏเป็นตุ้ดไปแล้ว แม่ง…
  3. คนที่สาม คนนี้ตอนประมาณม.4 เจอที่เรียนพิเศษภาษาอังกฤษแถวพญาไท ชื่อโท เรียนห้องเดียวกัน เค้าจะนั่งท้ายๆห้องหน่อย เรียนได้สักพักนึงเราพึ่งสังเกตเห็นเค้า ชอบแอบมองเค้า อยู่ดีๆก็รู้สึกว่าเค้าโดนใจ คนนี้จะตี๋ๆผมตั้งๆขาวๆมีสิวแล้วก็ใส่แว่น วันนึงพอเลิกเรียนน่าจะปิดคอร์สพอดี เรากับเพื่อนไปแอบอยู่หน้าประตู รอเค้าออกมา เราให้เพื่อนไปขอmsnให้ ตอนนั้นในโทรศัพท์มันจะมีพวก IM+ ไรสักอย่างที่ไว้เล่นเอ็มนี่แหละ ก็สักพักก็แอดเลย คุยเลย ปรากฏว่าบ้านอยู่แถวบ้านเราอีกแล้ว55555555 แม่งโลกโคตรเล่นตลก คุยกันนานพอสมควรเลยนะ เค้าก็ดูหยอดๆเราด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มคุยกันในสไกป์ แล้วมีตอนนึง เรานึกไรไม่รู้ เอาอีเมลล์เค้าไปเสิชในกูเกิ้ล ปรากฏว่าเจอไปตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับแตกนอกแตกใน เป็นเว็ปบอร์ดแบบเถื่อนๆ แล้วก็ไปเจอว่าสมัครเว็บโป๊ๆไว้ด้วย เรานี่รู้สึกแบบ โหย รับไม่ได้ ชอบเค้านะ ชอบมากด้วย แต่รู้สึกแย่มาก เค้าหลายเป็นพวกหมกมุ่นทางเพศในสายตาเรา หลังจากนั้นเราคุยน้อยลง เราไม่ตอบ เราค่อยๆห่าง สุดท้ายเค้าก็หายไป นานไปเลยสักพักใหญ่ๆมากๆ เราคิดถึงเค้าหรืออารมณ์เหงาอะไรสักอย่าง เราทักสไกป์เค้าไป เราไปสืบในเฟซบุ้คก่อน ปรากฏว่าเค้าไปเรียนอเมริกาแล้ว ชีวิตเจริญ (ต่างจากกูตอนนั้นที่มานั่งทำงานกีฬาสีงกๆๆ) พอเราทักเค้าไป เค้าก็พูดดี บอกจำได้ๆ หยกที่เคยเรียนด้วยกัน หยกที่น่ารักๆ ตลกร้ายคือหยกเป็นชื่อเพื่อนเราที่ไปด้วยกัน แต่กูชื่อมุก -_- ขนาดชื่อยังจำผิดเลยยังมีหน้ามาบอกว่าน่ารัก ว้อยยยยย หลังจากนั้นเค้าก็มีแฟนอยู่มหาลัยเดียวกับเรา เป็นเพื่อนเค้าสมัยมัธยม ตอนนี้เค้าก็ยังรักกันดีอยู่เลย อ้อ มีอีกเรื่องนึง เค้าเคยทักแชทเพื่อนเราในเฟสบุ้ค เพื่อนคนนี้ก็แก๊งที่ไปเรียนด้วยกันนั่นแหละ แต่ไม่ใช่หยกนะ เค้าก็ทักมาว่าหยกใช่มั้ย จำเราได้รึป่าว …. ว่อยยยยย หยกบ้านมึงสิ
  4. สำหรับคนนี้เราพักหัวใจยาวๆเลยก่อนมาเจอเค้า เราชอบคนนี้ตอนปี2 ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยชอบใครเลยตั้งแต่ม.5 เฉยๆกับทุกคน มีบ้าผู้ชายบ้าง แต่ชั่วคราวทั้งนั้น555555 เราเจอคนนี้ตอนเรียนวิชาเอนวาย เป็นวิชาที่พวกปี1–2เรียน วิชามหาลัยนั้นแหละ เรียนที่ศูนย์เรียนรวมห้องใหญ่ จุได้หลายร้อยคน เค้าคนนี้ มานั่งอยู่แถวหน้าเรา มากับเพื่อนฝูงใหญ่เลย เรียนวิศวะ เคมี คนพวกนี้ไม่เคยมาเพื่อเรียนวิชานี้ มาเช็คชื่อเฉยๆ เข้ามาสักพักก็จะเปิด text เล่มใหญ่ๆ แล้วนั่งทำการบ้าน คุยกันไปมา แรกๆรำคาญมาก เสียงดัง บางคนเข้าๆออกๆ แต่เค้าจะไม่เหมือนเพื่อนเค้า เอ้าลืมบอก คนนี้ชื่อต้น ต้นจะออกแนวแปลกๆ5555 นั่งแยกกับเพื่อนเวลาทำการบ้าน ดูแบบต้องใช้ความคิด เราชอบดูเวลาเค้าทำการบ้าน ท่าที่เค้าจับดินสอ ท่าเกาหัว ท่าเอาแขนไปพาดเก้าอี้ข้างๆแล้วจับหัว เราชอบมาก ชอบทุกอย่าง ดูจนเพลิน ชอบนั่งมองหลังหัวเค้า ผมเค้าเยอะๆ หัวสวย คิดๆดูแล้วยังกับโรคจิต55555555 เค้าจะใช้กระเป๋าสีเหลือง superdry และมีไอแพดที่หน้าจอแตกร้าวจนเป็นเม็ดทรายหมดแล้ว เราเคยแอบเดินตามเค้าหลังเลิกเรียนว่าเค้าไปไหน ช่วงสอบเค้าก็ไปหอสมุด เราทำตัวอย่างนั้นอยู่สักพัก (สักพักนี่คือครึ่งเทอม5555555) พอปิดคลาสเราให้เพื่อนสนิทที่มีเพื่อนอยู่ภาควิชานั้น ไปสืบว่าเค้ามีแฟนมั้ย โดยให้คีย์เวิดไปว่าไอแพดจอแตก ปรากฏว่าเพื่อนของเพื่อนเราส่งรูปมา ตอนที่ดูแม่งไม่ใช่อะ คนละคนมากๆ ดูกันสามสี่คนก็ลงมติว่าไม่ใช่ แต่พอมาตอนหลังรู้อะไรปะ รูปนั้นคือใช่เค้าจริงๆ555555555 เราข้ามรายละเอียดไปแล้วกัน แต่เรากับต้นเนี่ย คุยกันอยู่5–6เดือน เราหยุด และเรากลับไปหาเค้าใหม่ เป็นอย่างงี้จนเกือบปี ต้นบอกเราตั้งแต่แรกๆว่าไม่อยากมีใคร ถ้าคุยก็คงเป็นเพื่อนกันไปก่อน เราจะรอหรอ แต่เราก็โอเค ตอนนั้นมีความสุขดี เราคิดว่าสักวันก็คงมีโอกาส เพราะเค้าก็คุยกับเราดี แต่บางทีเค้าเองก็ทำมากกว่าเพื่อนกัน เค้าให้ความหวัง และเราก็รู้ว่าถูกให้ความหวัง ช่วงนั้นมีความสุขมาก ต้นอยู่กับเราในหลายช่วงชีวิต เจออะไรเกิดอะไรขึ้นแต่ละวันก็มาแชร์กัน เราก็จีบไปหยอดไปทุกวัน พอถึงช่วงทีเหนื่อย เราอยากหยุด ต้นไม่เคยง้อ ไม่เคยรั้ง แต่สุดท้ายเป็นเราเองตลอดที่แพ้ใจตัวเอง เรากลับไปให้เค้ารักษาเรา ทั้งๆที่เค้าเป็นคนทำเราเจ็บ เราปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนเป็นแบบนั้น จนวันนึงเราคิดว่าเราควรหยุดได้แล้ว แต่เราเป็นพวกไม่ชอบค้างคา เราหายไปสักพัก แล้วเราโทรไปหาต้นอีกที เราตัดสินใจบอกว่าเรารอไม่ไหวแล้ว ต้นบอกว่าเข้าใจ เราบอกต้นว่าแต่เป็นเพื่อนกันได้นะ เพราะก่อนหน้านี้ต้นเคยบอกเราว่าเราตลก เป็นคนดี อยากมีเราเป็นเพื่อน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เราเสียใจอยู่หลายเดือน ถึงขนาดเคยนอนกับเพื่อนตื่นมาเปิดเพลงแล้วมันรันเพลงที่เคยส่งให้กัน เราร้องไห้ แล้วพูดกับเพื่อนว่า มึง กูรักเค้า ฮ่าๆ ตลกดี ตอนนี้เราผ่านมาได้แล้ว แต่เราก็ยังไม่เคยคุยกับต้นอีกเลย แม้จะในฐานะเพื่อน คนนี้คือคนล่าสุดแล้ว ที่เรารู้สึกว่าชอบมากๆๆๆ
  5. คนนี้ คือคนปัจจุบัน คนที่ทำให้เราอยากเขียนเรื่องพวกนี้มาคอยย้ำว่าเราล้มเหลวแค่ไหนในเรื่องความรัก

เค้าเป็นพี่ที่ทำงานในช่วงที่เราไปฝึกงานก่อนขึ้นปี4 จริงๆไม่ได้อยากไปเล้ยยย แต่เพื่อนชวน แล้วก็ดีกว่าอยู่ว่างๆแหละวะ เราก็ไปสมัครเสร็จสรรพ เราได้อยู่แผนกเดียวกันกับเพื่อน ตอนมาถึงวันแรก เราต้องนั่งรอพี่ HR ที่ประชาสัมพันธ์ เพราะเรามาก่อนเวลา สักพักมีผู้ชายคนนึง เป็นฝรั่งมาทักเรากับเพื่อน Hi ในใจนี่คิดว่ามึงทักอย่างนี้กับคนแปลกหน้าทุกคนเลยหรอวะ5555555 ก็ไม่ได้สนใจ พอผ่านพิธีรีตองไรต่างๆนาๆพี่เค้าก็พาไปส่งที่แผนก แผนกเราจะอยู่ข้างๆกับแผนกนึงคือจัดซื้อ เราต้องไปอยู่กับจัดซื้อก่อนเพราะพี่ที่ดูแลเราเค้าไม่เข้าออฟฟิซวันนั้น ปรากฏว่าฝรั่งคนที่เจอเมื่อเช้าทำงานแผนกนี้ ก็เออ ก็ไม่ได้อะไร เป็นพวกกลัวฝรั่ง ไม่อยากพูดไม่อยากไรด้วย รู้สึก uncomfortable อะ แต่พอตอนเที่ยง เหมือนเค้ารอจังหวะเรากับเพื่อนจะลงไปกินข้าว แล้วเค้าก็พาทัวร์ร้านข้าวที่ออฟฟิซ สอนกดน้ำที่ตู้อัจฉริยะ ตอนนั้นเราเริ่มผ่อนคลายลงนิดนึง หลังจากนั้นก็นั่งกินข้าวกันบ่อยนิดนึง เราเกร็งโคตรๆทุกครั้ง55555 ในใจก็รู้แหละนะว่าเค้าคงเหงา ไม่ค่อยมีเพื่อน ป้าๆในแผนกไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษกัน แต่ชั้นก็ไม่ได้พูดคุยไรกับเธอมากมายมั้ยอะ 55555 จนมันมีตอนนึง เราไม่สบายแบบเป็นหวัดแรงมาก เจอเค้าตรงที่ชงกาแฟตอนเช้า เค้าก็ถามว่ายูป่วยหรอ เราก็บอกใช่ เค้าก็ไม่ได้พูดอะไร เรากลับไปนั่งที่โต๊ะ เค้าเดินมายื่นลูกอมแก้เจ็บคอจากกล่องพยาบาลในห้องมาให้ พูดประมาณว่ากินดูสิ if you want นะ เหมือนกลัวเราไม่กล้ารับของจากเค้า ตอนนั้นรู้สึกแบบว่า เออ ชั้นสเปเชียลปะวะ ก่อนหน้านี้เพื่อนที่มาด้วยกันก็ไม่สบาย ไม่เห็นเค้าจะทำอะไร ตอนนั้นยอมรับ เริ่มชอบเค้าแล้ว เริ่มอยากมาทำงานทุกวัน5555555555 แต่อีความกล้าเจอหน้าเค้าก็ลดน้อยลงเรื่อยๆพอๆกับที่ชอบเพิ่มขึ้นอะ ไม่กล้าบอกเพื่อนที่ไปด้วยกัน กลัวโดนมันด่าว่าเป็นคนใจง่าย แล้วตอนนั้นคือเราเคยได้ยินพี่ในแผนกเล่าว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้ว ยิ่งไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเข้าไปอีก หวังในใจลึกๆให้ความรู้สึกจั๊กจี้หัวใจนี่หายไปไวๆ เออเรากับเค้าเคยโกรธกันด้วย เหมือนเราไม่ได้ตั้งใจไปเมินเค้า แต่เค้าคงรู้สึกว่าเราเมินอะ เค้าไม่คุยด้วยเลย คุยแต่กับเพื่อนเรา เป็นงั้นอยู่เป็นอาทิตย์ เราโคตรจะไม่สบายใจ คือแคร์เค้ามากอะ ไม่อยากให้เค้าต้องรู้สึกแย่ แต่ไม่ยอมง้อนะ สุดท้ายเค้ามาคุยกับเราก่อน ชวนเราไปฟังประชุมผลฯครึ่งปี ตอนนั้นได้โอกาส ก็เลยพูดไปว่าโกรธอะไรกันมั้ย เค้าตลกใหญ่เลย ถามว่าทำไมคิดงั้นเราก็พูดไป ตอนนั้นก็ตลกกัน แล้วเค้าก็ขอเฟซบุ้คเรา เราก็ให้ไป แล้วแบบเค้าไม่แอดมาเลย พอตอนสุดท้ายไปทวงถามถึงถึงรู้ว่าเราอะปิดไม่ให้ใครแอด แล้วเค้าก็ส่งเมสเสจมาเมื่อนานม๊ากแล้ว แต่เราก็ไม่เห็น ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็เริ่มประมาณนั้นแหละ


เวลาเลิกงานของฝึกงานวันสุดท้าย เค้าทักเรามา คุยยาวเลย เราตกใจ ในใจก็คิดนี่จีบแน่ๆ แต่กลัวหวืด555555


ไม่เขียนต่อแล้ว วันนี้เราไม่ได้ชอบเค้ามากเท่าเมื่อวานที่อยากเขียนแล้ว

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.