อะไรใน hearthstone ที่ผมเล่นแล้วนึกถึงเกม Yu-Gi-Oh! ภาคเก่า ๆ ขึ้นมา

-ภาพจากช่อง Youtube “Leonel Alvarezhttps://www.youtube.com/watch?v=9pxLLllcLJ4

ย้อนกลับไปสมัยผมยังอยู่มัธยม ด้วยความเป็นคนชอบการ์ดเกม ประกอบกับการ์ตูน Yu-Gi-Oh! เกมกลคนอัจฉริยะกำลังถึงจุดฟีค เกม Yu-Gi-Oh! duel monsters 4 ที่ออกวางจำหน่ายได้กระตุ้นความอยากเป็นเจ้าของแก่ นร. หัวเกรียนงบน้อยอย่างผมมาก ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ว่าจะตลับหรือเครื่อง Gameboy Color ผมก็ไม่มีปัญญาซื้อทั้งนั้นแหละ สิ่งที่พอจะทำได้คือซื้อบทสรุปมาอ่านไปพลาง ๆ ก่อน (น่าเศร้ามั้ย T T) หลังจากนั้นผมถึงได้รู้จักกับ emulator กับ rom เป็นครั้งแรก และแล้วเราก็เข้าไปสู่ด้านมืด… เอ๊ยไม่ใช่ หมายถึงมีโอกาสได้เล่นเกมนี้กับเขาบ้างผ่านโปรแกรม emulator

พอโตขึ้นอีกหน่อย ผมมีโอกาสได้เล่นการ์ดเกมในรูปแบบดิจิตอลอีกหลายตัว ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ จนกระทั่งเลิกไปตอนเริ่มเข้าทำงาน หลังจากนั้นถึงได้กลับมาเล่น Hearthstone ตามคำชวนของเพื่อน ซึ่งหลาย ๆ อย่างใน Hearthstone นั้นทำให้ผมอดนึกถึงเกมและการ์ตูน Yu-Gi-Oh! ภาคเก่า ๆ ที่เคยเล่นและอ่านเมื่อตอนเด็กไม่ได้ ดังนั้นผมเลยอยากเขียนบทความรำลึกความหลัง ว่าผมคิดถึงอะไรบ้างเมื่อได้เล่น Hearthstone ครับ

หมายเหตุ — บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาว่า Hearthstone ไปลอก Yu-Gi-Oh! มาแต่อย่างใด อันนี้เขียนจากความรู้สึกล้วน ๆ ประมาณว่าเห็น A ทำให้คิดถึง B จังเลย ไม่ได้หมายถึง A ไปลอก B มา อะไรแบบนั้นนะครับ

1. มีการจำกัดอาชีพหรือตัวละคร

เมื่อก่อนเกม Yu-Gi-Oh! ภาคแรก ๆ ไม่เคยมีการจำกัดอาชีพ หรือจำกัดตัวละครมาก่อน ทำให้เราสามารถเล่นการ์ดใบใดก็ได้ที่อยากเล่น ความยากในการสร้างเด็คจึงอยู่ที่การหาการ์ดที่ต้องการมาใช้มากกว่า ต่อมาเกมภาค 4 ที่ลงในเครื่อง Gameboy Color ทางผู้ผลิตได้แบ่งตัวเกมมา 3 เวอร์ชั่นตามตัวละครหลักอย่าง ยูกิ, ไคบะ และ โจวโนะอุจิ (เกมเดียวกันแบ่งขายหลายตลับแบบนี้ สงสัยจะเอาอย่าง pokemon) แต่ละตัวละคร (แต่ละตลับเกม) ก็จะใช้การ์ดได้แตกต่างกัน โดยการ์ดจะแบ่งออกเป็นการ์ดทั่วไปที่ใช้ได้ทุกตัวละคร และการ์ดที่ใช้ได้แค่บางตัวละคร ซึ่งในเกม Yu-Gi-Oh! ภาคต่อๆ มาก็ไม่เคยมีระบบการแบ่งตัวละครแบบนี้อีกเลย (ยกเว้นในภาค spinoff ต่าง ๆ ที่ไม่ได้เล่น Yu-Gi-Oh! TCG แต่เป็นเกมแบบอื่นในกติกาใหม่ ๆ) ดังนั้นพอผมมาเห็นระบบอาชีพใน Hearthstone เลยรู้สึกคิดถึงขึ้นมาครับ

เกม Yu-Gi-Oh! duel monsters 4 แบ่งขาย 3 ตลับ แต่ละตลับก็จะใช้การ์ดได้ไม่เหมือนกัน ทำให้มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป
อาชีพทั้ง 9 ใน hearthstone (ส่วนตัวผมชอบ priest ที่สุด)

2. มี Starchip เหมือนกัน

เวลาเราเล่น Hearthstone ในโหมด Rank ทุกครั้งที่ชนะ เราจะได้คะแนนที่พอสะสมได้จุดหนึ่ง ก็จะเลื่อนระดับไปอยู่ใน Rank ที่สูงขึ้น ซึ่งคะแนนที่ว่าหน้าตาเป็นดาวสีทองเหมือนชิปที่ใช้เดิมพันในการ์ตูน Yu-Gi-Oh! ภาคเกาะเปกาซัสเป๊ะเลย (โปรดดูภาพประกอบความเป๊ะ)

การ์ตูน Yugioh ภาคเกาะเปกาซัส เวลาสู้กันต้องเดิมพันด้วย Starchip ใครรวบรวมได้ครบ 10 อันก่อนก็จะได้รับสิทธิเข้าไปแข่งรอบสุดท้าย
โปรดอย่าเถือ Starchip เหมือนไอ้หมอนี่ เพราะมันอาจหล่นหายได้
คะแนนสะสมในโหมด Rank ของ Hearthstone เหมือน Starchip ใน Yu-Gi-Oh! เลยใช่ปะล่ะ

3. มีการสู้กับ NPC เพื่อปลดล็อคการ์ด

ในเกม Yu-Gi-Oh! duel monsters 4 คุณจะต้องเอาชนะบอสเนื้อเรื่องเพื่อปลดล็อคการ์ดที่ยังไม่สามารถใช้ได้ในช่วงแรก ส่วนใน Hearthstone เราต้องสู้กับ NPC เพื่อปลดล็อคการ์ดเบสิกของแต่ละอาชีพมาใช้งาน และยังมี Adventure ให้เราได้ลุยดันเจี้ยนเพื่อหาการ์ดพิเศษที่หาไม่ได้จากการเปิดซอง ซึ่งการ์ดเกมดิจิตอลหลาย ๆ ตัวก็มีระบบประมาณนี้ ผมแค่ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะรู้สึกเหมือนเล่นเกมผ่านด่านดีครับ (ขนะก็ปลดล็อคของมาใช้ไปเรื่อย ๆ)

เกี่ยวกับ NPC อีกอย่างนึงที่ผมชอบมากก็คือไอเดียที่ให้ NPC สู้กับเราโดยใช้กติกา หรือการ์ดที่ได้เปรียบ คือในเกม Yu-Gi-Oh! ยุคแรก ๆ สมัย Gameboy หรือ PS1 ตอนนั้น AI ยังไม่ได้ฉลาดอะไรมากนัก พวก NPC ระดับบอส ถ้าใช้การ์ดแบบเดียวย่อมไม่สามารถเอาชนะผู้เล่นได้อยู่แล้ว (เพราะเราฉลาด และ AI มันไม่มีกลยุทธอะไรมาก) ดังนั้นผู้ผลิตเกมเลยต้องโกงนิดหน่อยโดยเอาการ์ดที่มีความสามารถสูงกว่าปกติให้ NPC ใช้ หรือใช้กติกาเอาเปรียบมาสู้กับเรา ซึ่งใน Hearthstone ก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ซัดกับบอสที่ทรงพลังสุด ๆ โหมด Heroic ใน Adventure เช่นกัน (เล่นโหมดนี้อย่าไปหาว่า NPC โกงนะครับ ที่ผ่านมาเขาแค่ยังไม่ได้ใช้ “พลังที่แท้จริง” เท่านั้นเอง 55+)

ลงดันเจี้ยน ต่อยบอส หาการ์ด ในโหมด Adventure

4. กว่าจะได้การ์ดมาช่างลำบากลำบน

ถ้าคนที่เคยเล่น Yu-Gi-Oh! สมัย Gameboy หรือ PS1 มาก่อน ย่อมรู้ดีกว่าการได้การ์ดดี ๆ มานั้นยากแค่ไหน เพราะยุคนั้นการได้การ์ดจะไม่ได้มาจากการหาเงินไปเปิดซอง แต่ได้มาจากการสู้กับ NPC ให้ชนะแล้วจะสุ่มได้การ์ดมา 1 ใบ (ระบบนี้เรียกว่า Get Card) แน่นอนว่าโอกาสได้การ์ดดี ๆ นั้นยากมาก (ง่ายกว่าถูกหวยหน่อยนึง T T) บางทีต้องชนะเป็น 100 ครั้งถึงจะได้การ์ดที่ต้องการ ต่อมาในเกมภาคใหม่ ๆ ที่เล่นการ์ดกันด้วยกติกาจริงที่แบบ Yu-Gi-Oh! TCG ก็ยกเลิกระบบ Get Card แบบนี้ไป เปลี่ยนมาใช้เงินที่ได้จากการชนะ NPC มาเปิดซองแทน ซึ่งสะดวกกว่ามากครับ (มีแต่ซีรีย์ Yu-Gi-Oh! Power of Chaos ที่ลงเครื่อง PC ที่ยังเอาระบบ Get Card มาใช้ คาดว่าต้องทำแบบนี้เพราะการ์ดในเกมมันมีน้อย ถ้าชนะแล้วได้การ์ดครั้งละหลาย ๆ ใบผู้เล่นจะสะสมการ์ดได้เร็วเกินไป)

ช่วงแรกตอนผมเล่น Hearthstone แบบเติมเงิน ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าการ์ดมันหายากอะไร พอหันมาเล่นแบบ F2P เท่านั้นแหละ สัมผัสได้เลยว่าการ์ดทุกใบมีค่า ย่อยทิ้งขว้างไม่ได้ กว่าจะได้การ์ด legendary มาซักใบนี่น้ำตาจะไหล และถ้าเปิดได้การ์ดดี ๆ ของคลาสไหนมากเข้าหน่อยก็ต้องหันไปเล่นคลาสนั้น เรื่องมากไม่ได้อีก T T แหม่ มันช่างให้ความรู้สึกเหมือนตอนเล่นเกม Yu-Gi-Oh! ภาคเก่า ๆ ซะเหลือเกิน

legend คือมายา ผีฟ้าคือของจริง
ภาพการ Get Card จากเกม Yu-Gi-Oh! Forbidden Memories ของเครื่อง ps1 การ์ดที่ได้คือมังกรขวัญใจเกษตรกร (นักฟาร์ม) Meteor Black Dragon (ต้องชนะด้วยเกรดระดับ S Power เท่านั้นถึงมีสิทธิลุ้น ดวงไม่ดีอาจต้องฟาร์มกันเป็นอาทิตย์กว่าจะได้… ถ้าซวยจริงเป็นเดือนยังไม่ได้เลยก็มี)
ฉันเลือกนาย! Meteor Black Dragon

5. การ์ดที่มีพลังราวกับเทพเจ้า

โมเม้นคลาสสิคในการ์ตูนเล่นการ์ดไม่ว่าจะเป็น ยูกิโอ, การ์ดไฟท์แวนการ์ด หรือ Duel Master ต้องมีคือเวลาจะลงการ์ดเก่ง ๆ มาบนสนาม เจ้าของการ์ดจะต้องมีคำพูดเท่ ๆ หรือบทสวดอะไรซักอย่างให้มันดูอลังการ หรืออย่างน้อยก็ต้องแหกปากเรียกชื่อมอนเตอร์ที่ลงมา ผู้เล่นอีกฝั่งก็จะรับลูกด้วยท่าทางเหงื่อตก, ลนลานหรืออะไรก็ว่าไป (แบบว่าอินกับระบบซีมูเลชั่นที่สมจริง ถ้านั่งเล่นการ์ดกันที่โต๊ะแบบปกติคงจะอุทานแค่ “yed เข้”)

ใน Hearthstone ก็จัดเต็มโมเม้นแบบนี้มาให้เราหายคิดถึง เพราะการ์ดระดับ legendary แต่ละใบจะมีเอฟเฟคและเสียงเพลงประกอบเฉพาะของตัวเอง ทำให้เวลาแอบแว๊บไปเช็ค Facebook ระหว่างเล่นเกมแล้วได้ยินเสียงเพลง legendary ที่อีกฝ่ายดรอปลงมาก็จะจำได้ทันทีว่าตัวอะไร (ยิ่งตัวเก่ง ๆ ด้วยนะ แค่ได้ยินเสียงเวลามันลงก็กุมขมับละ)

ตัวโกง : เอาการ์ดเมพกรูไปแดกซะ / พระเอก : yed เข้! หน้าคู่กันเลยทีเดียว
Tirion Fordring การ์ด minion ระดับ legendary สุด balance ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเจอ

ก็หมดแล้วสำหรับความเห็นของผมที่ว่า “อะไรใน hearthstone ที่ผมเล่นแล้วนึกถึงเกม Yu-Gi-Oh! ภาคเก่า ๆ ขึ้นมา” แล้วคุณล่ะ Hearthstone หรือการ์ดเกมอื่นที่คุณเล่น ทำให้คุณคิดถึงอะไรบ้าง ลองมาแชร์กันครับ

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade