Coffee & Me

ผมเริ่มดื่มกาแฟมาตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อกับแม่เป็นคนชอบดื่มกาแฟตอนเช้า และกาแฟเย็นตอนบ่าย ๆ ผมก็แอบขอชิมที่ละนิดที่ละหน่อย โตมาเริ่มเรียนอุดมศึกษามีงานต้องทำเยอะขึ้นก็เริ่มดื่มเนสกาแฟ ใส่นมใส่น้ำตาล กดกาแฟ 7–11 ไปร้านกาแฟก็สั่ง ลาเต้ หรือ Espresso ปั่น เป็นอย่างนี้มาตลอด พอเริ่มอยากศึกษาการชงกาแฟเอง ทำลาเต้อาร์ตเอง ก็ซื้อเครื่องชง Espresso เครื่องบดไฟฟ้า เครื่องตีฟองนมและโฟมนม จัดเต็มเพื่อจะหัดชงเองที่บ้าน เริ่มศึกษาการชงกาแฟอยู่กับ Espresso และนมมาประมาณ 1 ปี มีคนแนะนำว่าถ้าอยากจะรู้จักกาแฟมากขึ้นต้องหัดดื่ม Espresso Shot ให้เยอะขึ้นลดนมให้น้อยลงไปเรื่อยๆจนไม่เลย จะได้รสชาติของกาแฟจริงๆ ก็พยายามลองตามที่พี่ๆแนะนำ แต่ลองเท่าไรกาแฟก็ไม่เห็นเจอรสชาติอะไรมากไปกว่า กาแฟ ถั่ว และขม จนวันหนึ่งไปเจอหนังสือ coffee drip การชงกาแฟที่ไม่ต้องใช้เครื่องชง Espresso ที่เรียกว่า Drip Coffee และได้พูดถึงชนิดของเม็ดกาแฟต่างๆ การคั่วกาแฟระดับต่างๆที่จะดึงรสชาติของเม็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที ก็ทำให้ได้เปิดโลกกาแฟของผมทันที เป็นจุดเริ่มต้นของการหาเม็ดกาแฟจากโรงคั่วที่พิเศษมากขึ้น แทนที่จากการซื้อเม็ดกาแฟจากซุปเปอร์มาเก็ตและของทั่วไปในท้องตลาด

พอเริ่มศึกษาเรื่องกาแฟมากขึ้นก็พบว่า เม็ดกาแฟที่มีการดูแลอย่างดี เก็บเกี่ยวและผ่านการโปรเซสจากคนที่รู้และเข้าใจ และคั่วได้ระดับที่เหมาะสม จะทำให้กาแฟแต่ละแห่งปลูกมีคุณลักษณะรสชาติของมันเอง การชงในสัดส่วนกาแฟ น้ำ และอุณหภูมิที่เหมาะสมจะสามารถสกัดรสชาติของกาแฟนั้นๆออกมาได้อย่างเต็มที กาแฟไม่ได้มีแต่รสชาติขมอย่างเดียวอีกต่อไป นั้นเป็นที่มาของการออกตามหากาแฟที่เรียกว่า Speciality Coffee เร่ิมต้นก็สั่งเม็ดกาแฟนอกจากทั่วโลกมาลอง ขอดีของกาแฟนอกคือ แต่ละ Lot จะมีการระบุที่มาและรสชาติ (Flavor note) เพื่อเป็นไกด์ให้เราเมื่อดื่มแล้วเจอรสชาติที่ระบุไว้หรือเปล่า การดื่มกาแฟเราก็เกิดความสนุกคือการค้นหารรสชาติของกาแฟ

ช่วงเวลานั้นผมไม่ซื้อเม็ดกาแฟไทยอีกเลยเพราะทีมีอยู่ในตลาดช่วงนั้นเป็นเม็ดกาแฟคั่วกลางทั่วไป ไม่ได้มีการทำ Flavor note หรือมีการโปรเซสพิเศษใดๆ จนมาวันหนึ่งไปเที่ยวงานอาหารและเครื่องดืม ได้ไปพบกับร้านกาแฟที่มาออกงานหลากหลายร้าน เริ่มได้เห็นและสัมผัสกลุ่มกาแฟไทยที่พยายามพัฒนากาแฟไทยให้มีมาตรฐานสู้กับเมืองนอกได้ ผมได้เจอกับกาแฟไทยดีๆ หลากหลายตัวที่ทำรสชาติออกมาได้ไม่แพ้กาแฟต่างประเทศ

ปัจจุบันกาแฟที่ผมซื้อมาชงเกินครึ่งจะเป็นกาแฟพิเศษไทยในเชียงใหม่ และพยายามเสาะหาเพิ่มมากขึ้น หรือการออกไปชิมตามร้านที่มีกาแฟพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Slow Bar ร้านเล็กๆ เจ้าของทำเองชงเอง เราได้นั่งคุยแลกเปลี่ยน เป็นประสบการณ์ทำให้เราเติบโตและได้เรียกรู้โลกของกาแฟมากขึ้นไป

“ถ้าคุณได้ลองกาแฟที่ดี คุณจะเข้าใจเองว่าการดื่มกาแฟมันอร่อยและสนุกยังไง”

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.