รับ ไม่รับ

*** การเมือง ***
 สรุปสิ่งที่พูดเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิ์รับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
 เมื่อวันที่กลับบ้าน (2559.07.23)
 …………………………………………..

ยังไม่ต้องตั้งคำถามหรอกว่า 
 ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากรัฐธรรมนูญปราบโกงนี้ 
 ที่ควรตั้งคำถามคือ 
 เรายังชอบที่จะให้คนโกงคนตอแหล
 มาเป็นผู้แทนเรา มาดูแลเราอยู่หรือไม่
 ถ้ายังใฝ่แบบนั้นก็ไม่ต้องรับ
 แต่ถ้าไม่ต้องการ ก็รับไป มันก็แค่นี้

ส่วน ผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับนั้น
 มันก็อยู่ที่ว่า 
 เราได้ตัวแทนผู้แทนเป็นคนดีจริง ๆ หรือไม่
 ได้ผู้แทนที่หวังดีต่อประเทศและห่วงใยเราจริงหรือไม่
 ถ้าได้คนดี ไม่โกง และทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชน
 ก็แทบจะไม่ต้องถามถึงผลประโยชน์ที่มีในรัฐธรรมนูญ
 แต่…
 ถ้าได้คนโกง ได้พวกมืออ่อนปากหวานมาเป็นผู้แทน
 เราจะเห็นเขาในวันที่มาหาเสียงและงานบุญของพวกเรา
 ซึ่งที่ผ่านมา เขามาเพื่อให้เราจำหน้าเขาได้เท่านั้น
 และต่อให้ในรัฐธรรมนูญเขียนให้สิทธิประโยชน์กับ
 ประชาชนไว้มากแค่ไหน มันก็จะเป็นได้เพียงแค่
 ตัวหนังสือธรรมดาที่เขียนเอาไว้เฉย ๆ

…. ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าพวกนักการเมืองเขาไม่กลัวกฎหมาย

ถามนิดนะ
 เงินจำนำข้าวและหัวหอม บ้านเราได้กันครบหรือยัง
 (…มีเสียงหัวเราะแห้ง ๆ เบา ๆ ไม่มีเสียงตอบใด ๆ )
 … ก็ประมาณนี้ 
 เพราะธรรมชาติพวกขี้โกง ตอแหล
 จะมีวาทะศิลป์ที่ดี จะมีเหตุผลที่น่าฟัง จะแต่งตัวดีมาก ๆ
 (ผมขยับมัดผ้าขาวม้าคาดเอว ให้แน่นขึ้นเพราะพุงดันจนหลวม — -”)
 พวกนี้ชอบสร้างคำที่แทงใจใช่เลย 
 ให้พวกที่คิดตื้น ๆ ได้ฟัง
 ให้พวกที่คิดไปเองว่ารู้มากรู้จริงได้พยักหน้าและบอกว่า ใช่ ๆ

สักครูนี้ผมได้ยินคนบอกว่า
 จะไม่ไปใช้สิทธิ์ เพราะไม่รับ ไม่ชอบ ไม่เป็นประชาธิปไตย
 อันนี้ผิดนะ ที่จริงคือการไปใช้สิทธิ์ว่า รับ ไม่รับ มันคือประชาธิปไตย
 ส่วนที่บอกจะไม่ไปลงคะแนน เพราะจะไม่รับ และไม่ชอบ
 อันนั้น เขาเรียก เผด็จการ
 ไม่รับไม่ชอบ ก็ต้องไปใช้สิทธิ เพื่อให้เขารู้ว่าเราไม่รับ
 เราต้องใช้สิทธิใช้เสียงของคนบ้านเรา สั่งสอนเขาสิ

ที่มาพูดนี่
 เพื่อเชิญให้ไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงให้มาก ๆ
 ไม่ได้มาบอกว่า ให้ไปรับ 
 รับไม่รับ มันสิทธิ์ของเรา มันสติปัญญาของเรา 
 มันความคิดของเรา คนอื่นไม่เกี่ยว
 แต่เราควรต้องไปใช้สิทธิ์กันทุกคน
 เพราะดูแต่ละคนสิ หิวประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ
 (มีเสียงหัวเราะ)

“แล้วมหาสิฮับบ่” เสียงหนึ่งถามขึ้น
 “เดาเบิ่งติล่ะ คนจั่งผมสิรับบ่” ผมตอบเป็นคำถาม
 “แล้วผู้ใหญ่บ้านล่ะ ได้ชี้นำให้พวกเรารับหรือไม่รับหรือเปล่า”
 (ผมหลอกถาม)
 “ไม่ ๆ ผมไม่เคยชี้นำ” เสียงผู้ใหญ่บ้านแทรกขึ้นดูสีหน้าจริงจัง 
 เสียงหัวเราะลั่นศาลา คงเพราะสีหน้าท่านผู้ใหญ่บ้าน
 “เพิ่นอ่านทำมะนูนออกไมค์ให้ฟังอยู่ดอก 
 บอกให้ไปใช้สิทธิ์อยู่ แต่เพิ่นบ่ได้บอกดอก
 ว่าให้รับหรือไม่รับ”
 มีเสียงชาวบ้านแก้ต่างให้

………………………………………….

คำทำนาย 
 “ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
 คงจะเกิดขึ้นในปีหน้า
 ถ้าประชาชนใหญ่พอจัดการนักการเมืองโกง ๆ ได้สำเร็จ

‪#‎กรัชกาย‬
 2559.07.28 — ทบทวน