มีอาการอย่างไร เรียกว่าเป็นซึมเศร้า (Depressive symptoms)
ฉันว่าปัจจุบันนี้มีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเยอะมากนะ เริ่มจากอันนี้ก่อนเลยการที่หลายคนนั้นวินิจฉัยตัวเองตามบทความเกี่ยวกับอาการโรคซึมเศร้าตามเว็บไซต์ต่างๆ แล้วคิดว่าตัวเองเป็นซึมเศร้าเพียงเพราะเพิ่งดูซีรีส์เกาหลีจบ แล้วพระเอกตาย เธอกินไม่ได้ นอนไม่หลับไปสามวัน พอวันที่สี่เธอก็ออกไปลั้ลลาเหมือนเดิม แล้วเธอเรียกว่าตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งมันผิด !!

อันที่จริงแล้วตามบทความที่ให้ความรู้เรื่องอาการซึมเศร้าต่างๆนั้นอาจจะไม่ได้บอกรายละเอียดที่แน่ชัดนักว่าการที่เราจะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้านั้นต้องประกอบไปด้วยอาการอะไรบ้าง หรือเขาอาจจะมีบอกหมดแหละ แต่เธออาจจะไม่ได้อ่านให้ละเอียด จริงๆแล้วต้องดูว่าเรามีอาการครบไหม? เป็นมานานเท่าไหร่แล้ว? ซึ่งตรงนี้หลายคนจึงมีการเข้าใจผิดว่าถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่งก็เป็นโรคซึมเศร้าแล้ว
เอาจริงๆก็อาจจะเป็นได้ที่คนที่มีอาการเศร้ามาช่วงเวลาหนึ่งมีแนวโน้มเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้รู้แนวทางในการปฏิบัติตัวหรือการรับการดูแลที่ถูกต้อง
อ่ะ !! มาว่ากันตามหลักวิชาการกันดีกว่านะเธอ ตามหลักเกณฑ์ของ DSM V(2013) เขาได้กำหนดว่าถ้าเรามีอาการดังต่อไปนี้เป็นส่วนใหญ่เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานเกินสองอาทิตย์ และต้องมีอาการเกิดขึ้นเกือบทั้งวัน (อย่างน้อย 50% ของวัน)และเกือบทุกวัน (4–7 วันต่อสัปดาห์) มีแนวโน้มที่จะเป็นซึมเศร้าได้จ้ะ
- ต้องมีอาการเศร้า และ/หรือ ขาดความสนใจในการทำสิ่งต่างๆท่ีเคยทำแล้วสนุก ในผู้ใหญ่ อย่างใดอย่างหนึ่งร่วมด้วยเสมอ ถ้าไม่มีสองอาการนี้อาจจะมีภาวะอย่างอื่นไม่ใช่ซึมเศร้า ให้ไปทำการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์อีกครั้ง
- มีอาการเศร้า และ/หรือ ขาดความสนใจในการทำสิ่งต่างๆที่เคยทำแล้วสนุก และมีอาการฉุนเฉียวในเด็กและวัยรุ่น
- มีอาการร่วมอย่างน้อย 5 อาการดังต่อไปนี้
- มีความผิดปกติในการกิน กินน้อยลงหรือกินมากขึ้นกว่าปกติ
- การนอนหลับผิดปกติ นอนน้อยลงหรือนอนมากขึ้นกว่าปกติ
- อ่อนเพลียง่าย ไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไร
- เคลื่อนไหวผิดปกติ อาจเคลื่อนที่ช้าลง หรืออาจจะไวขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ
- ไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดและมีความยากลำบากในการตัดสินใจ
- รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า มองตัวเองในแง่ลบ
- มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
ถ้าเช็คแล้วมีอาการตามเกณฑ์ทุกอย่าง นั่นหล่ะ ถือว่าเธอมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ละ มาถึงตรงนี้ฉันอยากจะชื่นชมหลายคนที่พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวโรค หาข้อมูลในการขอความช่วยเหลือ แล้วเข้าไปปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพราะยิ่งเรารู้ตัวเร็ว ความรุนแรงของโรคก็จะน้อย เราก็จะมีวิธีการรักษาที่อาจจะไม่ต้องเริ่มด้วยการใช้ยา อาจจะแค่การพูดคุยกับนักจิตวิทยา มีการปรับวิธีการคิด หรือปรับการใช้ชีวิต เป็นต้น
ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเลือกไปพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อตอนถึงขั้นรุนแรงแล้ว ซึ่งบางคนก็ไปพบแพทย์เมื่อลงมือฆ่าตัวตายไปแล้ว บางทีอาจจะสายเกินไป…
เอาเป็นว่ารู้ตัวไว้ก่อนน่ะดี ยิ่งเดี๋ยวนี้บริการทางด้านสุขภาพจิตมีให้บริการอย่างหลากหลาย ทั้ง Hot line สายด่วนทางสุขภาพจิต, โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาลประจำจังหวัด, คลีนิคให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพจิต, มูลนิธิป้องกันการฆ่าตัวตาย เป็นต้น
อย่ารอจนสายเกินไป ถ้าเธอมีอาการครบดังข้างต้น ให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที เชื่อฉันนะ…..
Reference
Association, A. P. (2013). DSM 5. American Journal of Psychiatry. https://doi.org/10.1176/appi.books.9780890425596.744053
