Depression ซึมเศร้าคืออะไรกันแน่??
ทุกวันนี้หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า “ซึมเศร้า” มากขึ้น เมื่อก่อนเราก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร เป็นยังไง จนมารู้ตัวอีกทีก็สูญเสียคนรอบข้างไปทีละคน สองคนจากโรคนี้ จากนั้นเราได้มีโอกาสมาเรียนต่อเกี่ยวกับเรื่องโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษ จึงอยากจะมาแชร์สิ่งต่างๆที่เราได้เรียนมา

“ซึมเศร้า” มันไม่ใช่ความอ่อนแอ มันไม่ใช่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มันไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ เอออ แต่มันก็จะมีบางทีที่คนไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แต่มีแค่อารมณ์ซึมเศร้า (ซึ่งต่างกันนะ ไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟัง) คนที่อาศัยการเช็คอาการจากอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ อันนั้นก็ไม่นับ ทางที่ดีควรจะได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์นะจ๊ะ ว่าป่วยจริง เพราะอาการทางอินเตอร์เน็ตเป็นแค่การคัดกรองจ้ะ แสดงว่ามีความเสี่ยง ยังไม่ได้เป็นโรค เข้าใจเนาะ?)
แต่…แต่ซึมเศร้าคือภาวะที่เราไม่สามารถที่จะควบคุมความคิด การกระทำ หรือแม้แต่ความรู้สึกของเราได้ในช่วงเวลาที่เราป่วย มันมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ เลยส่งผลให้เรามีความคิดที่เปลี่ยนไป แล้วความคิดเนี่ยมันก็เชื่อมโยงกับการกระทำของเราไง แล้วมันก็เชื่อมไปที่ความรู้สึกของเราด้วยไง มันเลยส่งผลต่อเนื่องซึ่งกันและกัน แต่ทีเนี้ย ซึมเศร้าคนมักจะไม่ค่อยสังเกตว่าตัวเองเป็น จนกว่าจะเกิดอาการผิดปกติบางอย่างกับตัวเอง มันก็เหมือนกับที่เราเป็นไข้หวัด ที่เราสังเกตว่าร่างกายมันจะซึมๆ มีไข้ขึ้น ไม่อยากกินอาหาร อยากนอนทั้งวัน เราเลยต้องลุกไปหายามากิน หนักหน่อยก็ไปหาหมอ พยายามรักษาสุขภาพให้ดี พักผ่อนเยอะๆ มันก็หาย
ซึมเศร้าก็เช่นเดียวกัน มันก็เหมือนกับการมีอาการเจ็บป่วยทางกายที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน เพียงแต่โรคนี้มันเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึก มันไม่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน มันจะเริ่มมีอาการบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวมาทีละนิด เช่น รู้สึกเศร้าบ่อยครั้ง นู่นก็ดูทึมๆ โลกไม่สดใน ไม่เอนจอยชีวิตเหมือนเดิม ไม่อยากไปเม้ามอยฝอยเข็มกับเพื่อน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก (ติดซีรีส์เกาหลีไม่นับนะ!!) หรือบางคนอาจจะนอนมาก ไม่อยากตื่น มีอาการซึมๆ รู้สึกไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้าง ชอบมองตัวเองในแง่ลบ จากที่เคยมั่นใจในตนเอง ความรู้สึกภาคภูมิใจเหล่านั้นก็หดหายไป น้ำหนักลดลง ไม่มีความรู้สึกหิวเลย ต่างจากเมื่อก่อนที่ฉันจะสามารถจกพิซซ่าและส้มตำได้ในเวลาเดียวกัน แต่บางรายอาจจะกินมากขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ มีอารมณ์โมโหมากขึ้น หงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ การเคลื่อนไหวช้า พูดช้าลง หรือมีความเจ็บป่วยทางกายต่างๆ ฯลฯ (เอาเป็นว่าครั้งหน้าจะมาเขียนอาการอย่างละเอียดอีกทีละกันเนาะ) ถ้าคนที่เป็นไม่รู้เท่าทัน มันก็จะสามารถขยับจากการเจ็บป่วยเล็กน้อย ไปจนถึงขั้นรุนแรงได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้จักมัน เข้าใจมัน เราก็จะสามารถรับมือกับมันได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะภาวะซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเหลือเกินในภาวะสังคมดังเช่นปัจจุบันนี้ จริงไหมล่ะ???
เอาล่ะ!! เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยผ่านประสบการณ์การเป็นซึมเศร้ากันมาบ้าง หรือถ้าไม่ก็อาจจะเคยมีเพื่อน คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ดารา เซเลบริตี้ที่เขาเคยออกมาพูดถึงภาวะซึมเศร้ากันมากขึ้น ทีนี้เนี่ย เราก็อยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้ส่งต่อข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางการป้องกัน การช่วยเหลือต่างๆ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ใครเคยมีประสบการณ์อะไรมาพูดคุย มาแชร์กันได้นะ เราชอบฟัง ….
