ใครๆก็เขียนโปรแกรมได้ !! ง่ายๆ ด้วยฟรีเว็บไซต์ Code.org

เป็น website ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการสอนการเขียนโปรแกรมให้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยองค์กรไม่แสวงผลกำไรด้วยความมุ่งหวังที่จะผลักดันให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ถูกนำไปใช้สอนในโรงเรียน เรียกว่า เป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับเด็กๆรุ่นใหม่ทั่วโลกกัน คุณครูหรือผู้ปกครองสามารถนำไปใช้สอนเด็กๆหรือลูกๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งทางผู้พัฒนาได้มีการออกแบบหลักสูตรการสอนไว้แล้ว และทำเป็นเกมส์ให้เด็กๆเล่นไปในระหว่างการเรียน ทำให้เด็กๆมีความสนุกและเกิดความสนใจในระหว่างการเรียนรู้ด้านการเขียนโปรแกรมนี้

ถ้าจะพูดถึงเรื่อง “การเขียนโปรแกรม” หลายคนก็อาจจะมีความคิดว่า มันเป็นงานหลักของ “โปรแกรมเมอร์” แต่การเขียนโปรแกรมนั้นมันคือสิ่งที่เราทุกคนควรรู้และมีทักษะ เพราะว่าการเขียนโปรแกรมจะช่วยให้เรามีระบบความคิดเชิงตรรกะ สามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการได้ดี ดังนั้นในหลายๆ ประเทศจึงได้มีการบรรจุวิชา “วิทยาการคำนวณ” ไว้ในหลักสูตรตั้งแต่ชั้นประถม เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะในการคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาผ่านการเรียนเขียนโปรแกรม เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้เริ่มวางรากฐานการเขียนโปรแกรมให้เด็กๆ ได้เรียนวิชานี้ ซึ่งจะเป็นวิชาบังคับในระดับชั้น ป.1 — ม.6 ที่จะเริ่มเรียนในปีการศึกษา 2561 ที่จะถึงนี้

code.org เป็นเว็บไซต์ไม่แสวงผลกำไรสัญชาติอเมริกัน เป็นองค์กรระดับโลกที่มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อสนับสนุนการศึกษาด้าน Computer Science (วิทยาการคอมพิวเตอร์) เป็นการให้โอกาสนักเรียนทุกคนทั่วโลกได้เรียน โดยเฉพาะเด็กขาดโอกาสในหลายๆ โรงเรียน และโครงการขององค์กรที่หลายๆ คนนั้นน่าจะคุ้นชื่อมากที่สุดก็คือ “Hour of Code” (หนึ่งชั่วโมงกับการเขียนโปรแกรม) ซึ่งเป็นโครงการที่จะช่วยฝึกให้ทุกคนได้ฝึกเรียนเขียนโปรแกรมแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไป

เนื่องจากผู้ก่อตั้ง code.org เชื่อว่าการเรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งกับเด็กๆ และควรจะให้เด็กได้ศึกษาเช่นเดียวกับวิชาพื้นฐานอย่างคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ จีงได้พยายามหาวิธีที่จะทำให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่) มาสนใจการเขียนโปรแกรมผ่านทาง code.org ทางองค์กรนั้นได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เช่น Microsoft, Facebook, Google, Apple, Amazon, Disney เป็นต้น ซึ่งเหล่า CEO หลายๆ คน เช่น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็ลงมาสอนเขียนโปรแกรมเองเลย

เมื่อเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ code.org จะเห็นว่ามีโปรแกรมให้เลือกเรียนมากมาย สามารถเลือกเล่นได้ตามระดับช่วงอายุของตัวเอง แต่ละโปรแกรมก็ไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ เพิ่มเติม อีกทั้งยังมีมีแบบฝึกหัดในรูปแบบ Block Coding ซึ่งมีความเข้าใจง่ายกว่าการเขียนด้วยโปรแกรม

ภาษาคอมพิเตอร์ ซึ่ง Block Coding นั้นจะมีลักษณะคล้ายๆ กับการต่อจิ๊กซอว์ มีสีสันสดใส ทำให้ไม่ต้องสับสนกับเรื่องไวยากรณ์ตัวภาษาคอมพิวเตอร์ แต่จะเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และเมื่อผู้เรียนฝึกหัดเริ่มมีความคุ้นชินกับโครงสร้างของการเขียนโปรแกรมและเข้าใจวิธีการแก้ปัญหาแล้ว ก็จะทำให้สามารถเปลี่ยนไปเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ก็เรียนสร้างโปรแกรมได้ เพราะทางเว็บไซต์ได้มีหลักสูตร Unplugged Lessons ที่ออกแบบมาให้สร้างโปรแกรมแบบไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งโปรแกรมนี้จะทำให้ได้ลองเขียนโปรแกรม โดยมีการเคลื่อนไหวร่างกายและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ก็คือเหมือนเราได้เล่นอะไรสักอย่าง แต่ได้ฝึกคิดตามไปด้วย เคลื่อนไหวไปด้วย ไม่ใช่นั่งเขียนโปรแกรมอยู่กับคอมพิวเตอร์นั่นเอง

เว็บไซต์นี้เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่ เป็นเด็กนักเรียนหรือคุณครู ก็สามารถเรียนเขียนโปรแกรมได้เช่นกัน ทางเว็บไซต์ได้ออกแบบหลักสูตรที่คุณครูสามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้เลย ซึ่งถือว่าดีมากๆ เพราะว่าในหลักสูตรนั้นไม่ได้มีแค่ตัวชี้วัดเพียงแค่นั้น แต่ยังมีแบบฝึกหัดให้ได้ฝึกทำ มีตัวอย่างต่างๆ วิธีการจัดกิจกรรม ซึ่งจะมีตั้งแต่หลักสูตรตั้งแต่ ป.1 จนถึงระดับที่เหมาะกับผู้ใหญ่

แต่คุณครูส่วนใหญ่นั้นก็อาจจะขาดพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม ทางองค์กรจึงได้จัดการอบรมฝึกเขียนโปรแกรมให้กับเหล่าแม่พิมพ์หลากหลายชาติทั่วโลก โดยปัจจุบันมีคุณครูที่ได้รับการฝึกเขียนโปรแกรมกว่า 72,000 คน และคุณครูทั่วโลกที่ผ่านการเรียนเขียนโปรแกรมผ่านเว็บไซต์ code.org มากกว่า 800,000 คน ซึ่งเป็นการอบรมแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

เริ่มใช้งาน
การใช้งาน code.org ทำโดยเข้าไปที่ website ชื่อ code.org จากนั้นสามารถเลือกภาษาที่ด้านล่างของ website โดยเราจะเลือกตั้งค่าเป็นภาษาไทย

จากนั้นให้ไปที่มุมบนด้านซ้ายมือจะมีไอคอนชื่อ Course Catalog ที่เราจะเข้าไปเลือกบทเรียนเพื่อใช้เรียนรู้กัน

เมื่อเลือกภาษาแล้วเราก็จะเริ่มเข้าสู่บทเรียนกัน โดยไปที่ตัวเลือก Course Catalog เมื่อกดเข้าไปแล้วจะมีหน้าต่างแสดงคอร์สต่างๆให้เราเลือกศึกษา

เราสามารถเลือกคอร์สให้เหมาะกับอายุของผู้เรียน โดยถ้าเป็นเด็กเล็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ได้แนะนำให้เริ่มที่คอร์ส 1 ซึ่งจากประสบการณ์ในการนำไปสอนกับเด็กอายุ 5–6 ขวบพบว่า เด็กๆสามารถเรียนรู้ผ่านเนื้อหาที่ทางผู้พัฒนาทำไว้ให้ได้ แต่ควรมีผู้ใหญ่อธิบาย สรุปความเข้าใจด้วย ทั้งนี้มีหลายครั้งที่เด็กสามารถแก้โจทย์ที่ให้ไว้ แต่เมื่อทดลองให้ทำในกระดาษด้วยโจทย์ใหม่ๆ ก็มีบางคนที่ยังสับสนบ้าง โดยหากเลือกเรียนคอร์ส 1 เมื่อกดเข้าไปจะพบหลักสูตรที่แบ่งเป็นขั้นตอนต่างๆ

จากเนื้อหาที่แสดง จะเห็นว่ามีหัวข้อต่างๆให้เราเลือกศึกษาและในแต่ละหัวข้อก็มีบทเรียนย่อยในหัวข้อนั้น และมีกิจกรรมถอดปลั๊ก คือ กิจกรรมที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนรู้ ซึ่งหากเราเป็นครูที่ต้องการนำบทเรียนนี้ไปใช้สอนเด็กๆ เราสามารถเลือกดูการจัดกิจกรรมแต่ละอย่างและนำไปทำตามได้เลย สำหรับบทเรียนย่อยในแต่ละหัวข้อจะแสดงด้วยหมายเลขต่างๆให้กดเลือกเข้าไปเรียนได้เลยเช่น เมื่อเรากดเลือกเรียนหัวข้อที่ 1 บทเรียนย่อย 1 จะพบกับคำถาม

โดยเราจะอ่านโจทย์ที่แสดงไว้ด้านขวาบนที่ให้ผู้เรียนเลือกว่า หากต้องการจะเคลื่อนที่เจ้า Flurb ไปหาสมบัติ (treasure) จะเลือกเครื่องหมายลูกศรใด โดยมีคำตอบให้เลือก 4 อย่างคือ ขึ้นบน ลงล่าง ไปทางซ้ายและไปทางขวา ผู้เรียนก็เลือกคำตอบโดยไปคลิกบนคำตอบที่ต้องการ ในโจทย์นี้คือ เคลื่อนที่ลงล่าง ซึ่งเมื่อเลือกคำตอบแล้วจะมีจุดสีดำขึ้นแสดงถึงการเลือก และให้กดส่ง โดยถ้าคำตอบถูกจะมีข้อความแสดงว่าคำตอบถูกต้อง เมื่อเลือกตกลงก็จะข้ามไปเรียนในหัวข้อถัดไปทั้งนี้ผู้เรียนสามารถเลือกไปที่หัวข้อต่างๆเพื่อทำการเรียนได้อย่างอิสระ โดยการเลือกไปที่หน้าแสดงหัวข้อบทเรียนทั้งหมดสามารถทำได้โดยการกดที่คำว่า ขั้นตอน ที่อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านบนของโจทย์

อีกตัวอย่างหนึ่งของการเรียนในคอร์ส 1 คือ เลือกเรียนหัวข้อ 4 ชื่อ เขาวงกต บทเรียนย่อยที่ 1 จะพบโจทย์

แสดงโจทย์ว่าให้พาเจ้านกไปจับเจ้าหมูสีเขียวโดยการเลือกคำสั่งที่แสดงด้วยลูกศรไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออกแและทิศตะวันตก ซึ่งเราจะเลือกคำสั่งลูกศรที่แสดงทิศที่ต้องการให้เคลื่อนที่ไปต่อท้ายคำสั่ง “เมื่อเรียกให้ทำงาน” โดย 1 คำสั่งแสดงการเคลื่อนที่ 1 ก้าว จากโจทย์นี้เราจะเลือกลูกศรไปทางทิศตะวันตกมาวางต่อทั้งสิ้น 2 คำสั่ง ซึ่งแสดงว่าเจ้านกจะเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก (ไปทางซ้าย) 2 ช่อง โดยเมื่อเลือกแล้วจะกดปุ่มเริ่มเพื่อให้โปรแกรมทดลองทำงานตามที่สั่งไว้ และหากทำโจทย์สำเร็จจะมีกล่องข้อความแสดงว่าเราทำได้ถูกต้องแล้ว ให้เลือกว่าจะไปเรียนในหัวข้อถัดไป หรือจะไปเล่นโจทย์ข้อเดิมซ้ำ

หมายเหตุ ให้สังเกตที่พื้นที่ทำงานจะแสดงว่า เราวางคำสั่งไปกี่คำสั่งจากจำนวนคำสั่งที่อนุญาติให้นำมาใช้ได้

เมื่อเราต้องการเล่นในข้อถัดไปให้เลือกกดบนปุ่ม ดำเนินการต่อไป
สำหรับบทความหน้าเราจะมาเริ่มที่คอร์ส 2 และหลักการเขียนโปรแกรมและเทคนิคการสอนเขียนโปรแกรมให้กับเด็กๆ

เมื่อพูดถึงนักโปรแกรมเมอร์ คงจะนึกถึงคนเรียนเขียนโปรแกรมที่เป็นผู้ชาย ใส่แว่นหนาๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ คงคิดว่าเป็นสาขาวิชาที่ผู้หญิงไม่เรียนกันหรอก พอหลายคนมีความคิดแบบนี้ ทาง code.org ก็เห็นว่าไม่ดีแน่ จึงได้ตั้งภารกิจในการลบภาพจำผิดๆ เกี่ยวกับคนที่เรียนเขียนโปรแกรม โดยสนับสนุนให้ทุกคนไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ หรือว่าเป็นคนชาติไหนก็สามารถเรียนเขียนโปรแกรมได้ จะเห็นได้ว่าในเว็บไซต์นั้นมีโปรแกรมที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย และมีให้เลือกเล่นหลายภาษา อีกทั้งทาง code.org ก็ยังจัดทำโครงการให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ได้ลองมาเขียนโปรแกรม ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ในโครงการที่ชื่อว่า “Hour of Code” โครงการนี้ถือว่าเป็นพระเอกหลักของทางองค์กร เพราะว่าทุกคนจะได้เรียนเขียนโปรแกรมที่ไม่ซับซ้อน และรู้สึกสนุกไปกับการเขียนโปรแกรม ซึ่งโครงการนี้ได้มีการจัดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยของด้วยเช่นกัน

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
ใครๆก็เขียนโปรแกรมได้ !! ง่ายๆ ด้วยฟรีเว็บไซต์ Code.org

จัดทำโดย

นางสาว ณัฐวิภา เอื้ออารีนุกูล 1610902098 sec.2672 (Open House)

นาย ติณณภพ เข็มใหญ่ 1610901033 sec.2672 (Open House)

เสนอ

อาจารย์ทศพล บ้านคลองสี่

วิชา CS122 การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

ANYONE CAN WRITE A PROGRAM !! EASY WITH FREE WEBSITE CODE.ORG

SUBMITTED BY

NATTAVIPA EU-AREENUKUL 1610902098 SEC.2672 (OPEN HOUSE)

TINNAPHOP KHEMYAI 1610901033 SEC.2672 (OPEN HOUSE)

PRESENT

TODSAPON BANKLONGSI

CS122 COMPUTER PROGRAMMING

SCHOOL OF ENGINEERING

BANGKOK UNIVERSITY

SEMESTER 1 YEAR 2019

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store