พาเที่ยวสะพานพุทธ

เวลา 18.00 น. ท้องฟ้าช่วงเดือนเมษาของกรุงเทพมหานครยังคงสดใส แสงสีส้มอ่อนทำให้นึกถึงเวลาเลิกงานที่ใครหลาย ๆ คนกำลังเดินทางกลับบ้าน ยิ่งช่วงสงกรานต์แบบนี้คงมีคนไม่น้อยที่กำลังทยอยออกนอกกรุงเทพฯ บ้างเดินทางกลับไปหาครอบครัวที่ต่างจังหวัด บ้างเดินทางไปพักผ่อนยังสถานที่แปลกใหม่ แล้วคนที่ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงนี้อย่างผมจะทำอะไรดีล่ะ ?

ตั๋วรถเมล์สาย 73

ผมมองออกไปนอกหน้าต่างผ่านฟิล์มกรองแสงของรถเมล์สาย 73 พลางคิดในใจว่า กว่าจะไปถึงที่หมายฟ้าคงมืด การจะเก็บภาพสวยๆ สักภาพคงทำได้ยากเพราะไม่มีแสงให้เห็นแล้ว แรงสั่นเบาๆ ของเครื่องยนต์และลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศ ทำเอาผมลืมตาแทบไม่ไหว หยิบหูฟังเสียบเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เปิดฟังเพลงอัลบั้มใหม่ของศิลปินคนโปรด พลางคิดในใจว่าที่ที่ผมกำลังจะเดินทางไปนั้น 
 มันจะเป็นยังไงกันนะ ?

รถเมลล์สาย 73

“สะพานพุทธค่ะ สุดสายแล้วค่ะ” เสียงคุณพี่กระเป๋ารถเมล์ตะโกนบอกผู้โดยสารก่อนที่รถสีส้มมาส่งผมที่ป้ายสะพานพุทธ ทันทีที่ก้าวออกจากประตูรถ ไอร้อนที่สะสมจากแดดเมื่อตอนกลางวันสาดเข้าเต็มๆ ที่ใบหน้าของผม ความรู้สึกตอนนั้นคืออยากกลับเข้าไปนั่งสบาย ๆ บนรถ แต่เมื่อมาถึงที่หมายแล้ว จะไม่ลงไปเก็บภาพความประทับใจสักนิดก็คงจะรู้สึกแปลก ๆ อยู่ไม่น้อย ผมเดินขึ้นมาบนสะพานขนาดใหญ่ที่พาดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งธนบุรี สะพานสีเขียวสร้างด้วยเหล็กหนาสูงกว่า 7.30 เมตร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานวาระครบรอบ 150 ปีในการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่คนจำนวนมากแวะขึ้นมาพักผ่อนหย่อนใจ

ลมเย็น ๆ บนสะพานและวิวสวย ๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ผมอยากมีภาพความประทับใจสักภาพกลับไป ผมขอให้ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนสะพานถ่ายภาพให้ผม 
เขาปฏิเสธ พร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นมาข้าง ๆ หู สะบัดมือเบา ๆ และพยายามพูดว่า 
“ไม่ได้” คุณลุงหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมา หน้าปกเขียนว่าสมุดประจำตัวคนพิการ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นการสนทนาของผมกับคนแปลกหน้าบนสะพานสีเขียว

คุณลุงที่คุยกับผมบนสะพาน
ผม : ขอโทษนะครับ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหม 
คุณลุง : ผมถ่ายรูปไม่เป็นหรอก ให้คนอื่นถ่ายให้เถอะ 
ผม : คุณลุงมาที่นี่บ่อยไหม 
คุณลุง : ลุงพักอยู่ใต้ตีนสะพานฝั่งโน้น ซื้อดอกไม้จากปากคลองตลาดมาร้อยมาลัยขาย วันธรรมดาขายบ้างไม่ได้บ้าง จะขายดีหน่อยก็วันพระกับช่วงเทศกาล แต่ลุงก็ไม่ค่อยเดือดร้อน เพราะลุงได้เงินเดือนเดือนละ 800 ว่าง ๆ ลุงก็จะมานั่งดูเรือแบบนี้แหละ

ผมพยักหน้ารับฟังสิ่งที่ลุงพูดอยู่เป็นพัก ๆ คุณลุงบอกว่าตามโลกสมัยนี้ไม่ทันแล้ว โทรศัพท์มือถือลุงก็ใช้เครื่องละไม่กี่ร้อย ทุกวันนี้มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด คุณลุงพูดพร้อมกับยิ้มตลอดการสนทนา การพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ก็ทำให้ชีวิตมีความสุขได้จริงๆ

ท้องฟ้าสีส้มถูกปกคลุมด้วยความมืด เมื่อไม่มีแสงเพียงพอสำหรับการเก็บภาพบนสะพานแล้ว ผมเดินลงมาพบกับตลาดนัดเล็ก ๆ ที่มีทั้งของกินและของใช้ให้เลือกซื้อ ผมเดินเล่นจนมาหยุดอยู่ที่ร้านเครป รถเข็น เด็กผู้ชายผู้หญิงสองคนกำลังทะเลาะกันว่าจะเอาเครปไส้อะไรดีเพราะเงินที่มีอยู่พอสำหรับเครปอันเดียวเท่านั้น เด็กหญิงบอกเอาพริกเผาหมูหย็อง ส่วนเด็กชายก็พูดได้แค่คำว่า “เอาอันนี้ๆ” พร้อมกับชี้ไปมาที่กระปุกใส่แยมหลากสีสัน สุดท้ายแล้วคนพี่ก็ต้องตามใจน้อง เด็กชายยิ้มแบบผู้ที่ได้รับชัยชนะ พร้อมขึ้นไปยืนอยู่บนเก้าอี้หน้าร้าน จ้องดูแม่ค้าทำเครปไส้กล้วยหอมให้ตัวเองอย่างไม่ละสายตา เป็นภาพที่เห็นแล้วมีความสุขมากครับ วัยเด็กของคนอายุ 20 ปีอย่างผมก็มีอะไรแบบนี้บ่อย ๆ ด้วยความที่เป็นพี่คนโต ก็ต้องคอยเอาใจน้องอยู่เสมอ เมื่อคิดถึงเรื่องที่คล้าย ๆ กันในอดีตแล้วก็อดยิ้มไม่ได้จริง ๆ

เด็กชายที่ยืนอยู่หน้าร้านเครป

เห็นน้อง ๆ กินขนมกันแล้วผมก็รู้สึกหิวขึ้นมา ถัดจากร้านเครปผมเดินมาถึงร้านขนมจีน นั่งลงและสั่งขนมจีนน้ำยาป่า คุณป้าเจ้าของร้านยกจานขนมจีนมาให้และไม่นานผมก็จัดการกับมันจนหมด หลังจากได้ยินคุณป้าพูดคุยก็ทำให้ผมรู้ว่าเป็นคนอีสานบ้านเดียวกันกับผมแน่ ๆ ผมถามเป็นภาษาอีสานว่า

ผม : อั่นช่วงนี่ขายได้อยู่เบ่าะเอื้อย สงกรานต์หยุดบ่ 
คุณป้า : กะพอได้อยู่จ่ะ มื่อนี่กะขายมื่อสุดท้ายจั่งค่อยหยุด หลบมาอีกเถื่อกะหลังสงกรานต์พุ่นล่ะ

เราก็คุยกันอีกหลายประโยค คุณป้าเป็นคนอัธยาศัยดีครับ พูดไปยิ้มไปตลอด อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนบ้านเดียวกันทำให้เราคุยกันถูกคอ และการได้คุยกับคนที่มาจากภาคอีสานเหมือนกันในครั้งนี้ ทำให้ความรู้สึกคิดถึงบ้านของผมบรรเทาลงขึ้นเยอะเลยครับ

หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน หลังจากฝากท้องกับคุณป้าร้านขายขนมจีนไปแล้ว ผมก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องกลับไปพักผ่อนที่ห้องแล้วรีบเล่าเรื่องราวความประทับใจให้ทุกคนได้อ่าน มาเที่ยวครั้งนี้แม้ท้องฟ้าจะมืด แต่ผมก็ได้รูปสวย ๆ เหมือนที่คิดไว้ตอนแรก และมากกว่านั้นผมได้รู้จักมุมมองของคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ได้เห็นภาพวัยเด็กของตัวเอง และได้สัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับที่บ้านโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึง ผมก้าวขาขึ้นรถเมล์สาย 73 ที่จอดรออยู่ป้ายสะพานพุทธ นั่งลง หยิบสมุดบันทึก เขียนเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ลงไป ความประทับใจในวันนี้คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกลับมาที่นี่อีกครั้ง รถเมล์เริ่มเคลื่อนที่จากป้านสะพานพุทธ มุ่งหน้าสู่สถานีปลายทางห้วยขวาง

เหมือนเดิมครับ แรงสั่นเบาๆ ของเครื่องยนต์ ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศ และขนมจีนน้ำยาป่าที่อยู่ในท้อง ทำให้ผมแทบจะลืมตาไม่ไหวอีกครั้ง ผมหยิบหูฟังเสียบเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เปิดฟังเพลงจากอัลบั้มเดิมของศิลปินคนโปรดพลางร้องตามในใจ

“เพียงการเดินทางเพียงหนึ่งสัปดาห์
 หนึ่งเดือนหนึ่งปีมันมีความหมาย
 ทำให้เติบโตเรียนรู้เข้าใจได้มากกว่า”
 การเดินทาง : ชาติ สุชาติ

แล้วพบกันใหม่ในการเดินทางครั้งหน้า สวัสดีครับ

เรียบเรียงโดย : 10pawich

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.