ปริทัศน์หนังสือ: The Righteous Mind by Jonathan Haidt (2)

จากทฤษฎีศีลธรรมพื้นฐานหลากรสที่ Haidt นำเสนอ เขาและเพื่อนได้เปิดเว็บ Yourmorals.org ขึ้น เพื่อทำการสำรวจถึงศีลธรรมของฝ่ายเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยมว่ามีลักษณะต่างกันอย่างไร สิ่งที่ Haidt พบก็คือ จากรสชาติ 6 อย่างศีลธรรม ฝ่ายเสรีนิยมมี Care/Harm และ Fairness/Cheating สูง แต่ส่วนที่เหลือต่ำมาก ผิดกลับคนที่นิยามตัวเองว่าเป็นอนุรักษ์นิยมพวกนี้จะมีส่วนของทั้ง 6 รสชาติศีลธรรมกระจายกัน ในส่วน Fairness/Cheating เองฝ่ายเสรีนิยมมองถึงความเท่าเทียมในโอกาสมากกว่า ส่วนอนุรักษ์นิยมจะมองถึงการแบ่งปันอัตราส่วนที่เหมาะสมเช่น คนทำงานมากได้มาก ทำงานน้อยก็ได้น้อย

โลกทัศน์ของทั้ง 2 ฝ่ายนี้มาจากไหน ? ทำไมคนนึงถึงเป็นอนุรักษ์นิยมจ๋า และอีกคนเสรีนิยมมาก Haidt ให้คำอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้เป็นมาโดยธรรมชาติแล้ว สมองของมนุษย์บางคนรับการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพแวดล้อมได้ง่าย อีกคนรับได้ยาก เป็นไปตามหลักวิวัฒนาการ โดยสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยกำหนดทิศทางการแสดงออก เช่น โรงเรียนระเบียบจัดก็อาจจะทำให้นักเรียนสมองรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ดื้อดึงจนออกฤทธิ์เสรีนิยมมากขึ้น และเรื่องเล่าที่แต่ละคนเล่า(ในการนิยามตัวเอง)ก็จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเดินสำคัญของมหากาพย์ชีวิต

น่าสนใจมากสำหรับสิ่งที่เขานำเสนอคือ 1) อัตชีวประวัติของเสรีนิยมกับอนุรักษ์นิยมจะต่างกันลิบลับ เสรีนิยมจะพูดถึงความยุติธรรม การถูกเอารัดเอาเปรียบ ขณะที่อนุรักษ์นิยมจะพูดถึงความมั่นคง การบริสุทธิ์ และความมั่นคง เสถียรภาพ ฯลฯ

และ 2) เสรีนิยมมักจะเข้าใจอนุรักษ์นิยมได้น้อยกว่า อนุรักษ์นิยมเข้าใจเสรีนิยมด้วย เมื่อลองให้พวกเขาสลับบทบาทกัน เสรีนิยมมักจะมองพลาดไปเยอะ

Haidt สรุปว่า ฝ่ายเสรีนิยม(ซึ่งเขาสมาทาน) ควรจะต้องใจกว้าง คอยฟังเสียงของฝ่ายที่คิดต่างด้วย (ดูบทที่แล้ว เราตัดสินใจด้วยอารมณ์และเหตุผลตามอารมณ์เรา — แต่เสียงของคนที่ไม่เห็นด้วยจะทำให้เราทบทวนการตัดสินใจของเรา) เสรีนิยมควรจะนำคุณค่ารสชาติศีลธรรมของฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาในการรณรงค์ด้วย (ถ้าเราคิดว่าอนุรักษ์นิยมเป็นไปตามธรรมชาติและมีรสชาติทางศีลธรรมที่ดีแม้แตกต่าง เราก็น่าจะรับได้นะ)

Haidt ยังหาหลักฐานมาสนับสนุนแนวคิด group selection ซึ่งเป็นแนวคิดกระแสรองเพื่ออธิบายธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของศาสนา สำหรับเขาศาสนามีคุณค่าทั้งในการคัดสรรตามธรรมชาติ การเป็นพลังกลุ่ม ศาสนาสำหรับ Haidt ไม่ได้เป็นแค่ believing — doing แต่ตัว belonging ก็เข้าไปมีส่วน ไม่เหมือนที่ New Atheist โจมตีว่าศาสนาเป็นปรสิต คนเชื่อเลยทำ Haidt เห็นว่าการเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนนั้นก็สำคัญ(ลักษณะ social capital และ moral capital เข้ามา) ยกตัวอย่างการจัดการระบบชลประทานที่บาหลี ศาสนาเป็นตัวไกล่เกลี่ยในการจัดระบบชลประทานมานับพันปี คนที่นับถือศาสนามีความสุข สุขภาพแข็งแรงมากกว่าด้วย ชุมชนของคนมีศาสนาในอเมริกาก็มีอัตราอยู่รอดมากกว่าชุมชนโลกวิสัย อย่างไรก็ดี Haidt เห็นว่าศาสนาแม้จะมีประโยชน์ แต่ก็ยังมีลักษณะเป็นเชิงกลุ่มอยู่ดี รักคนในกลุ่มศาสนาเอง และไม่ไว้วางใจคนต่างศาสนาเท่ากับคนภายใน

น่าสนใจอีกข้อที่เขาตั้งข้อสังเกตว่า Diversity ไม่ไดวิเศษอย่างที่ประชาสัมพันธ์กัน มันอาจจะลดทอนคุณค่าของธรรมชาติกลุ่มของมนุษย์ สร้างความหวาดระแวงให้ทั้งในกลุ่มเองและนอกกลุ่ม เช่น การที่เราสนับสนุนความหลากหลายของหลักสูตร คุณค่าบางอย่างที่ยึดร่วมกันก็หายไป เขาสรุปบทเรียนสำหรับคนที่จะทำนโยบายว่า จะช่วยส่วนหนึ่งอย่ามองข้ามผลกระทบของกลุ่ม

ผมอยากให้มีการทำวิจัยแบบที่ Haidt ทำ เราน่าจะลองมาทำกัน อย่างไรก็ดี ผมไม่แน่ใจว่านิยามแนวคิดของเขานั้นมันใช้ได้ผลหรือไม่ในประเทศไทย เสรีนิยม — อนุรักษ์นิยม มันมีส่วนแบ่งตรงไหนที่แน่ชัดและมันแบ่งได้หรือไม่? คนที่ต่อต้านรัฐประหารเช่น หมอมงคล ณ สงขลา จะถือว่าเป็นอนุรักษ์นิยมหรือเสรีนิยมในทัศนะเขา หรือคนอย่างสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ถือว่าเป็นส่วนไหนของนิยามนี้ เสรีนิยม-อนุรักษ์นิยม ของคนคนหนึ่งมันสู้กันตลอดหรือเปล่า และการแก้ปัญหาสังคมที่ Haidt เสนอนั้น ดูจะมองโลกในแง่ดีเกินไปไหม เพราะมีปัจจัยอีกหลายส่วนมาเกี่ยวข้อง การกดขี่ทางชนชั้น ความเหลื่อมล้ำทางเพศ วิกฤติเศรษฐกิจ บางทีก็เข้ามามีปัจจัยอย่างสำคัญมากด้วย คำตอบง่ายๆแค่การทำความเข้าใจกันนั้นก็ดี แต่สังคมเรามีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นและดูจะแก้ไขไม่ง่ายเอาเลย

อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่ๆมาก

น่าลองทำสำรวจวิจัยแบบนี้ในไทย และได้คำถามไปอีกมากเลย

มีบทปริทัศน์ดีๆอีกชิ้นนึงขอแปะเผื่อท่านใดสนใจไปอ่าน

https://newrepublic.com/article/102760/righteous-mind-haidt-morality-politics-scientism