Ho Chi Minh มหานครแห่งโอกาส

ถ้าพูดถึงเวียดนาม เราคิดถึงอะไรกันบ้าง ….

สภาพการจราจรของเมือง ประชากร 10 ล้านคน กับรถจักรยานยนต์ 8 ล้านคัน

หลายคนที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนบ้านเมืองของประเทศเวียดนามคงมีมุมมองที่หลากหลายกันออกไป ขึ้นกับว่าเราได้ไปมองในมุมมองไหนของเมืองใดเมืองหนึ่งของประเทศ

แต่สำหรับคนที่ได้ไปเยือนมหานครที่ชื่อว่า “Ho Chi Minh” จะมองเห็นสภาพการจราจรที่แน่นขนัดไปด้วยเหล่าจักรยานยนต์ วิ่งกันขวักไขว่ตลอดทั้งวันทั้งคืน นั่นเป็นบรรยากาศที่หาได้ยากในการไปเยี่ยมเยือนเมืองอื่นๆ ของโลกใบนี้ เป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวอยากสัมผัสด้วยตัวเองในครั้งหนึ่งของชีวิต

สัมผัสแรก คือ การได้ทดลองข้ามถนนด้วยตนเอง เรียกได้ว่า ท้าทาย (Challenge) ความสามารถและเป็นฐานทดสอบกำลังใจได้ดีเลยทีเดียว ข้อสำคัญของกิจกรรมในฐานนี้คือ 1) ห้ามวิ่ง 2) ห้ามถอยหลัง 3) ห้ามหยุด ทำได้ประการเดียวเลย เดินไปตามจังหวะชีวิตของท่านปกติ Everything is Okay! เพราะทักษะการคำนวณระยะของผู้ขับขี่ที่นี้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ อุบัติเหตุรถชนกันเป็นเรื่องอันตรายมาก ดังนั้นคนที่นี้จะระมัดระวังมาก แค่คนเดินถนนอย่างเราทำตัวตามสบาย เที่ยวได้เลย….

สัมผัสที่สอง คือ ทุกที่ของเมืองนี้ จะสัมผัสถึงตึก อาคาร ตั้งตระหง่านอยู่เต็มเมือง ด้วยเพราะ Ho Chi Minh เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศนี้ และมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก นับจากการสิ้นสุดสงคราม ทุกคนต่างพากันช่วยสร้างเมือง สร้างฐานะ สร้างงานและรายได้จนมีรายได้ต่อประชากรสูงเป็นอันดับหนึ่งของเวียดนาม สมคำร่ำลือเมืองเศรษฐกิจจริงๆ

งานก่อสร้างรถไฟใต้ดินสายแรกของ Ho Chi Minh

พัฒนาการที่สำคัญของเมืองนี้คือ การมีเส้นทางรถไฟใต้ดินสายแรก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเวียดนาม และญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นการยกระดับการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้ให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น

เห็นแบบนี้เลยอดคิดไม่ได้ว่า หากมีเส้นทางรถไฟใต้ดิน บนดินเยอะๆ แล้ว มอเตอร์ไซค์จะลดลงหรือเปล่า ??

สัมผัสที่สาม คือ ถ้าหากมีโอกาสได้มาเดินแถวที่ทำการไปรษณีย์ของโฮจิมินห์ หลายคนที่มาเที่ยว อาจจะมาแค่ถ่ายรูป เช็กอิน ซื้อของฝากที่ระลึก ส่งจดหมายอะไรประมาณนี้ แต่อยากจะแนะนำให้รู้จักการสัมผัสวิถีของคนเวียดนามที่น่าชื่นชม คือ ทางรัฐบาลได้สนับสนุนให้คนเวียดนามได้ศึกษาเล่าเรียน มีพื้นที่ได้ศึกษาหาความรู้ ขวนขวายสิ่งใหม่เพื่อเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา จึงสร้าง “ถนนหนังสือ” ขึ้น ที่ตั้งจะอยู่ถนนข้างๆ ที่ทำการไปรณีย์ เพื่อเป็นพื้นที่จำหน่ายหนังสือให้กับคนในเมืองนี้ได้ซื้อหาอ่าน เติมเต็มความรู้ใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนหรือทำงานได้

ภาพร้านแห่งหนึ่งในถนนหนังสือของเมือง Ho Chi Minh

เพราะประเทศเวียดนามมีมุมมองว่า “เด็กๆ คือต้นอ่อน ก่อนจะเป็นไม้ใหญ่ที่แผ่ร่มเงาและใช้การใช้งานได้ ต้องฟูมฟักเลี้ยงดูให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์”

สิ่งนี้เป็นแนวคิดที่ริเริ่มจากลุงโฮ หรือที่ทุกคนรู้จัก คือ ท่านโฮจิมินห์ ของชาวเวียดนาม

หากมองประโยชน์ในเวลา 10 ปีให้ปลูกต้นไม้
หากมองประโยชน์ในเวลา 100 ปี ให้สร้างคน

ด้วยแนวคิดนี้ จึงเกิดพื้นที่ให้คนเวียดนามได้แสวงหาโอกาสและขวนขวายความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในตอนนี้หนังสือที่เป็นที่นิยมของคนเวียดนาม จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับ การเริ่มต้นทำธุรกิจ การบริหารธุรกิจ Startup แนวนี้จะมีเยอะมากๆ

เด็ก เปรียบเสมือนต้นอ่อน ที่รอวันแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา เป็นประติมากรรมหนึ่งในถนนหนังสือแห่งนี้

ที่ให้ชื่อว่า “มหานครแห่งโอกาส” ด้วยเพราะมหานครโฮจิมินห์ เป็นเมืองเศรษฐกิจและการค้าสำคัญที่มีอัตราการเติบโตและขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วและเติบโตอย่างต่อเนื่อง กอปรกับมีสิ่งสนับสนุนเพื่อสร้างเสริมความรู้อย่างเช่น ถนนหนังสือ เพื่อเป็นพื้นที่สร้างโอกาสในการเรียนรู้เป็นส่วนเริ่มต้น ในการขยายโอกาสเพื่ออนาคตการทำงานของคนเวียดนาม เพราะแนวคิดที่จะสร้างต้นอ่อนให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างมีศักยภาพ ต้องได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าดีๆ อย่างต่อเนื่องนั่นเอง…

ถ้ามีโอกาสในวันว่างจากการทำงาน ไปเยี่ยมชมเพื่อเปิดมุมมองไปกับมหานครแห่งโอกาสแห่งนี้ได้ ลองมาฐานทดสอบกำลังใจข้ามถนน หรือมาชมเมืองเศรษฐกิจ เดินชมหนังสือที่ถนนหนังสือ นั่งจิบกาแฟเวียดนามหอมๆ เพราะที่นี่คือ Ho Chi Minh

เพราะคนเหล่านี้ได้มีโอกาสสัมผัสทั้ง 3 สิ่งนี้มาแล้ว ……

สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น โดยนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กับการศึกษาดูงาน Ho Chi Minh วิชา Business Operation in Asia-Pacific Countries โดยทุนสนับสนุนจาก One Asia Foundation (OAF-Tokyo)
ภาพหมู่ที่อนุสาวรีย์ท่านโฮจิมินห์
Show your support

Clapping shows how much you appreciated Pichit Ngamjarussrivichai’s story.