ระเบิดเวลาของอารมณ์

ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา มีเรื่องนึงที่ทำให้เราจิตตกในระดับที่เราไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้ว ด้วยความที่เราเป็นคนจริงจัง และมีความเป็น perfectionist ระดับหนึ่ง ซึ่งโลกก็มักจะไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด เราจึงพยายามดูตัวเองไม่ให้ตกไปอยู่ในสภาวะจิตตกแรงๆ มาตลอด เราเคยจิตตกแรงๆ อยู่ครั้งนึง ซึ่งก็ช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ รอบตัวมากขึ้น

รอบนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งในชีวิต ที่เราเครียดหนักจนร้องไห้ ทุกอย่างเกิดในเวลาอันรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่ชม. หลังจากที่เราได้ทราบเรื่องทั้งหมด และตระหนักได้ว่าการตัดสินใจของเราต่อเรื่องนี้ อาจจะมีผลกระทบร้ายแรงแค่ไหน เราเริ่มรู้สึกผิด และเข้าสู่ภาวะช็อค ยังดีที่ว่าเรายังรู้ตัวว่าเราไม่มีสติพอที่จะขับรถกลับบ้านได้ เรานั่งพักอยู่นานกว่าจะตัดสินใจขับรถกลับ โดยประคองสติให้พอขับรถถึงบ้านได้แบบปลอดภัย

โดยปกติแล้วเราเป็นคนไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังค่ะ ยิ่งเป็นเรื่องที่คนนั้นไม่จำเป็นต้องรับรู้ก็ไม่รู้จะเล่าให้ฟังไปทำไม ส่วนใหญ่เรามักเลือกแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน ที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น และคนที่เราจะขอความช่วยเหลือ ต้องเป็นคนที่เราคิดแล้วว่าถ้าเราบอกเค้า เค้าจะสามารถช่วยเหลือเราได้จริงๆ ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาสำหรับเรา

แต่ชีวิตก็ไม่ได้ต้องการทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป…

ปัญหารอบนี้เรารู้ตัวเลยว่า แก้ไขเองไม่ได้ เพราะปัญหามันก็เหมือนจะจบไปแล้ว แต่เรากลับรู้สึกผิดรุนแรงมาก เสียใจมากจนไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อ ซึ่งผิดวิสัยตัวเรามากๆ ลองพยายามคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดเหมือนที่ปกติทำกับปัญหาอื่นๆ พยายามเข้าใจทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือเราเข้าใจทุกอย่างตามเหตุผลของมัน ที่ไม่เหมือนทุกครั้งคือเราหยุดอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ เราโทษตัวเองตลอดเวลา จังหวะนั้นเองที่ความรู้สึกของปัญหาเก่าๆ ที่ไม่เกี่ยวกัน ก็เอ่อล้นออกมาแบบพรั่งพรู หยุดไม่ได้ เสียใจ ร้องไห้ จิตตก

เรารู้ได้ในจังหวะนั้นว่า ปัญหาเก่าๆ ที่เราเคยคิดว่าเราแก้ไขไปแล้วด้วยเหตุผลนั้น ไม่เคยได้รับการแก้ไขด้านความรู้สึกเลย มันแย่มาก ที่เราไม่เคยมีเวลาในการเคลียร์จิตใจของตัวเองมานานมากแล้ว แต่กลับผลักดันตัวเองเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ และกองความรู้สึกพวกนั้นทิ้งเอาไว้ จนเป็นเหมือนระเบิดเวลา จนมันระเบิดออกมา และเราก็ไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้ยังไง

เรารู้ตัวว่าเราควบคุมมันไม่ได้ เราอ่อนแอมาก และตัดสินใจเล่าปัญหาที่เจอให้เพื่อนสนิทฟัง ต้องบอกว่าเราเป็นคนที่แทบไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น มีลุคเข้มแข็งมาตลอด ซึ่งคราวนี้เราแย่ระดับที่ว่าแค่มีอะไรมาสะกิดน้ำตาเราก็ร่วงแล้ว และก็รู้ว่าเพื่อนตกใจไม่น้อยที่เห็นเราในสภาพนี้ โชคดีที่เพื่อนตั้งใจรับฟังเรื่องราวของเรา ฟังทุกอย่างที่เราอยากระบายออกไป โดยไม่ตัดสินปัญหาให้เรา ไม่ยัดเยียดเหตุผล และหาทางออกมาให้เรา ซึ่งทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ

เราได้ค้นพบว่า เราได้เข้าใจจิตใจของตัวเองมากขึ้นในหลายๆ ด้าน เราได้รู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน และการระบายสิ่งที่ความรู้สึกตัวเองออกไปบ้าง มันก็ไม่ได้แย่อะไรนัก สุดท้ายเราเลยเล่าส่ิงที่เรารู้สึกให้กับคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ฟังไปค่ะ ซึ่งก็ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นอีกนิดนึง และทำให้คนอื่นได้รู้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เราเสียใจ และเสียศูนย์ไปเยอะเหมือนกัน

เราอยากจะบอกว่า ถ้าใครเป็นคนแบบเรา อยากให้ลองระบายความรู้สึกของตัวเองให้คนที่เราไว้ใจฟังบ้าง หรือหาเวลาเคลียร์ความรู้สึกของตัวเองบ้าง ออกไปชาร์ทพลังชีวิตบ้าง การปล่อยให้ระเบิดเวลามันนับถอยหลังไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ลูกระเบิดมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องดีจริงๆ เพราะพอมันระเบิดแล้วมันหยุดได้ยากมากๆๆ

ส่วนถ้าใครเป็นคนที่มีคนมาปรึกษาปัญหากับคุณ อยากให้คุณลองรับฟังปัญหาเค้าจริงๆ รับฟังความรู้สึก โดยไม่ต้องไปด่วนตัดสินปัญหาอะไรให้เค้า บางทีเค้าก็ไม่ได้ต้องการให้คุณช่วยเค้าแก้ปัญหาให้ เพราะเค้าเองก็รู้ดีเองอยู่แล้วว่าต้องทำตัวยังไง แต่แค่อยากให้ใครสักคนรับฟังปัญหาของเค้า และอยู่ข้างๆ เค้าก็เพียงพอ

ตอนนี้เราได้แต่หาโอกาสในการชาร์ทพลังชีวิตอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

Like what you read? Give Poom Niciuzza a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.