Is Smart City for everyone?

Nichapat Sanunsilp
Nov 7 · 1 min read
Photo by Luis Quintero from Pexels

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ผู้อำนวยการของเรา ดร. พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ ที่ต่อไปนี้เราจะเรียกว่าพี่ปั้นเพื่อความเป็นกันเอง ได้มีโอกาสไปร่วมบรรยายในหัวข้อ S, M, L, XL: Participatory Research for Smart Cities of All Sizes ที่งาน Digital Thailand Big Bang 2019 ซึ่งเราได้เล่าถึงบทบาทของ USL ต่อเมืองอัจฉริยะ (Smart City) สามารถหาอ่านความเดิมตอนที่แล้วได้จากโพสต์ก่อนหน้านี้ คลิ้ก

จากการไปฟังบรรยายเมื่อวันนั้นทำให้เราได้เห็นนิยามของ Smart City ที่แตกต่างกันไปตามบทบาทและความสนใจของผู้บรรยายว่าจะทำให้เมืองอัจฉริยะมากขึ้นได้อย่างไร ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน การทดลองสร้าง Hyperloop เพื่อปฏิวัติรูปแบบในการเดินทาง การใช้กราฟฟิกเพื่อเป็นสื่อกลางในการพัฒนาเมือง ไปจนถึงการใช้ AI เพื่อปรับไฟจราจรในเมืองลิเวอร์พูลเพื่อให้รถพยาบาลเดินทางไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม Andrew Briene ผู้บรรยายอีกท่านในงาน Digital Thailand Big Bang ได้กล่าวไว้ว่า เขาเชื่อว่าอนาคตที่เทคโนโลยีจะนำพาเราไปสู่เมืองอัจฉริยะตามที่ทุกคนตั้งเป้าไว้นั้นอาจใช้เวลากว่าทศวรรษ Briene มองว่าการที่เราจะไปถึงจุดนั้นได้ไม่ใช่แค่คนกลุ่มหนึ่งสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดทุกวัน แต่ประชาชนทุกคนควรเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านั้นได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่องว่างระหว่างกลุ่มคนที่เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นได้ กับกลุ่มคนที่เข้าถึงไม่ได้มันห่างเกินกว่าที่เมืองอัจฉริยะในอุดมคติจะเกิดขึ้นในเร็ววัน

เราได้มีโอกาสมานั่งคุยกับพี่ปั้นหลังจากกลับมาจากงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ที่เต็มไปด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมาย เราได้ตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีที่นำไปสู่ Smart City นั้น ทำให้เมืองมีความยืดหยุ่น (Resilience) มากพอที่จะรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้หรือไม่ เช่น ไฟดับ น้ำท่วม พายุเข้า มนุษย์จะอาศัยอยู่ในเมืองอัจฉริยะได้อย่างไร หากเราพึ่งพาทุกอย่างจากเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็คโทรนิค ทุกวันนี้แค่ไปเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไปแล้วมือถือแบตหมดก็หลงทางเพราะเปิด Google Map ไม่ได้แล้ว

พี่ปั้นเล่าว่า Smart City ในนิยามของเขาขึ้นอยู่กับตัวมนุษย์มากกว่า

นวัตกรรมในอนาคตจะทำให้มนุษย์มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและเมืองจะฉลาดขึ้นได้ด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของมนุษย์ แต่มนุษย์ก็ไม่ควรจะลืมทักษะพื้นฐานเช่นกัน เขายกตัวอย่างในกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นทุกคนมีความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ราวกับถูกฝังชิปไว้ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีความเสี่ยงสูงต่อภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ เด็กญี่ปุ่นทุกคนจะได้รับการสอนให้รับมือภัยพิบัติรูปแบบต่าง ๆ ที่โรงเรียนซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานที่คนญี่ปุ่นทุกคนจะได้รับ เรียกได้ว่าชิปดังกล่าวคือทักษะที่คนญี่ปุ่นเรียนรู้และสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีใดใด

เราจึงถามต่อว่า แล้วคนไทยมีทักษะพื้นฐานมากพอที่จะรับมือกับภัยพิบัติเหล่านี้หรือไม่? แล้วคนไทยเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้อย่างไร บางคนอาจจะรู้เพราะเป็นความรู้ที่สอนต่อ ๆ กันมาจากบรรพบุรุษ เช่น ชาวเลที่รู้ว่าถ้าคลื่นไหลย้อนกลับไปไกลจากฝั่ง จะมีคลื่นยักษ์ซัดเข้าฝั่งเพราะเรียนรู้มาจากเพลงประจำหมู่บ้าน คนเมืองบางคนอาจจะเติบโตมากับสารคดีของ Sir David Attenborough ทำให้มีความสนใจเรื่องธรรมชาติมากกว่าคนอื่น ๆ เลยศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง แต่คนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสพิเศษที่จะเข้าถึงความรู้เหล่านี้ล่ะ? ในเมื่อสิ่งพื้นฐานที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนนั้นส่งเสริมให้เด็กนักเรียนท่องจำปีพุทธศักราชของเหตุการณ์บางอย่างมากกว่า ถ้าว่ากันตาม Smart City ในนิยามของพี่ปั้น นวัตกรรมที่เรามีอยู่ในมือตอนนี้ก็ไม่ได้ทำให้คนไทยมีทักษะพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้อย่างเท่าเทียมกันเลย

Photo by Ingo Joseph from Pexels

หากจะกลับมาพูดถึง Smart City ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีเพื่อโลกอนาคตในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ประเทศไทย ในตอนนี้ก็เหมือนกับการวางแผนที่จะให้คนกลุ่มหนึ่งนั่งรถโดยสารไร้คนขับ แต่ผู้กำหนดนโยบายนี้อาจมองเห็นแค่รถบนถนนจนลืมไปว่าถนนในประเทศไทยนั้นประกอบขึ้นจากหลายสิ่งมากมาย ถนนของเรามีทั้งหลุมบ่อที่ทำให้รถสะเทือนง่อนแง่น ทางม้าลายที่คนขับไม่ให้ความสำคัญ สะพานลอยที่ไม่ใช่ทุกคนจะข้ามได้ มอเตอร์ไซค์ที่ขับย้อนศร ฟุตบาทที่ไม่น่าเดิน เราจะมองไปที่อนาคตอันไกลแบบหนังไซไฟก็ได้ แต่ Smart City ที่หลายคนฝันถึงอาจจะเป็นแค่พล็อตหนังไซไฟมากกว่าเมืองที่น่าอยู่หากปัญหาตรงหน้าที่เราเห็นมาทั้งชีวิตยังไม่ได้รับการแก้ไข

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade