Startup Thailand & Digital Thailand 2016

How to create a Digital Startup

ธุรกิจยุคใหม่ คือยุคของ “Startup”

Startup นั้นเป็นคำที่เรียกกันย่อๆมาจากคำว่า “Tech Startup” โดย “Tech” ในที่นี้หมายถึง “Technology” หรือ “เทคโนโลยี” อันว่าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือวิธีการทำงาน ส่วน “Startup” นั้นหมายถึงบริษัทที่ “พึ่งเกิดใหม่” ขึ้นมา

ตัวอย่างของ “Startup” ชื่อดังที่ใครๆก็คงรู้จักก็คือ Facebook, Instagram, และ Twitter ที่ใครต่อใครต่างก็ต้องเคยได้ยินหรือใช้อยู่ทุกวัน บริษัทเหล่านี้มีอายุไม่ถึงสิบปี แต่กลับถูกตีมูลค่าเป็นบริษัทหลายพันหรือหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ในประเทศไทยเอง หลังจากที่ในอดีตคนที่หลงไหลเรื่องเทคโนโลยีหรืออินเทอร์เน็ตและอยากทำมันเป็นอาชีพนั้นจะต้องไปเป็นพนักงานในฝ่ายดีไซน์หรือฝ่ายเขียนโปรแกรมในบริษัทที่ทำงานหลักด้านอื่น หรือไม่ก็เปิดบริษัทเอเยนซี่หรือซอฟท์แวร์เฮ้าส์เพื่อสร้างสรรค์งานให้บริษัทอื่นๆ (enterprise clients) แล้วนั้น เรากลับได้เห็นค่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ทั้ง True, AIS, และ dtac เข้ามามีโครงการสนับสนุนให้เกิด Startup ในประเทศไทยขึ้นมา

คำถามคือ เมื่อก่อน บริษัทอย่าง Xerox, Microsoft, Apple เองก็คงจะต้องเรียกได้ว่าเคยเป็น Startup มาก่อน แล้วทำไมคำๆนี้กลับไม่ได้แพร่หลายมาก่อนหน้านี้?

คำตอบง่ายๆน่าจะเป็น “อินเทอร์เน็ต”

ในฐานะของคนที่ติดตามวงการนี้ในต่างประเทศมานาน และเริ่มเข้ามาสู่วงการนี้ในประเทศไทยแล้ว ในความคิดของผม Startup ไม่ใช่การสร้างเว็บไซท์ การสร้างแอพ หรือการสร้างสินค้า (product) อย่างใดอย่างหนึ่งแต่มันคือการสร้างโมเดลธุรกิจ (business model) และธุรกิจที่เหมาะสมที่จะเรียกว่าเป็น Startup ของจริงนั้นจะต้องมีความสามารถในการ “scale” ได้อย่างยั่งยืน

คำว่า “scale” นี้หมายถึงการ “เติบโต” โดยเป็นการโตแบบใช้ product และ business model เดิมในการทำซ้ำในตลาดต่างๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศและทั่วโลก หากจะให้เปรียบเทียบกับธุรกิจทั่วไป เมื่อคุณสร้างเก้าอี้มาหนึ่งตัว หรือร้านขายของชำหนึ่งร้าน คุณก็จะมีความสามารถในการเสนอขายให้กับคนเพียงจำนวนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ใกล้สิ่งของเหล่านั้นเพราะข้อจำกัดทางด้านกายภาพที่มากับสิ่งของที่จับต้องได้

แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของอินเทอร์เน็ต คนอย่าง Mark Zuckerberg กลับสามารถเขียนเว็บ Facebook อยู่ที่สหรัฐอเมริกา แล้วนำเสนอให้คนทั่วโลกใช้ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องไปนั่งสร้าง Facebook ตัวใหม่ให้กับผู้ใช้ทุกคน หรือประเทศทุกประเทศ ซึ่งความสามารถในการ “scale” นี้เองคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เป็นผลพลอยได้มาจากยุคของอินเทอร์เน็ตและการแปลงข้อมูลข่าวสารทั้งหมดมาสู่ความเป็นดิจิตอล

อินเทอร์เน็ตคือเทคโนโลยีย่อโลก เพียงไม่กี่วินาที คุณสามารถส่งรูปให้คนทุกคนได้ทั่วโลก ประกาศข้อความให้คนข้ามทวีปได้อ่าน ต่างจากสมัยก่อนที่ไม่มีทางได้เลยที่คนไทยอย่างเราจะสามารถผลิตอะไรขึ้นมาแล้วนำไปขายในประเทศอื่นได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สมัยก่อน แค่เราปั้นธุรกิจขึ้นมาหนึ่งตัวก็อยากแล้ว แต่การที่เราจะบุกตลาดต่างประเทศนั้น กว่าเราจะสร้างเครือข่ายในประเทศนั้น เรียนรู้ข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย ต้นทุน แรงงาน ฯลฯ ก็ใช้เวลาในการเติบโตนานมาก ทำไปทำมาคนในประเทศเหล่านั้นก็อาจจะลอกระบบของเราไปทำก่อนเรียบร้อย ยิ่งประเทศยิ่งห่างไกลยิ่งไม่ต้องพูดถึง กว่าเราจะไปถึงได้นี่เขาคงได้ทำมันไปนานแล้ว ขนาดตลาดของประเทศเราก็ไม่ได้ใหญ่เมื่อเทียบกับทั่วโลก เรียกได้ว่าหากคิดนวัตกรรมได้แต่อยู่ในไทย ก็เป็นกรรมที่อาจจะโตได้ไม่เกินขนาดตลาดของไทยมากนัก

แต่ในยุคนี้ รางวัลของการทุ่มเทนั้นมีอยู่มหาศาล เพราะหากคุณสามารถสร้าง Startup ที่ดีจริงได้ขึ้นมา ตลาดที่จะตอบรับคุณจะไม่จบแค่ในไทย เพราะเพียงแค่คุณปรับภาษา และทำการโฆษณาออนไลน์ ก็มีโอกาสที่จะเข้าถึงประเทศต่างๆต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ต่างกับสมัยก่อนดิจิตอลโดยสิ้นเชิง

ในโอกาสที่ประเทศไทยเริ่มจะพอมีอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพได้แล้วนั้น จึงเรียกได้ว่า Startup คือโอกาสใหม่ที่คนไทยจะได้โลดแล่นในตลาดโลกอย่างทัดเทียมขึ้นกว่าในอดีตที่เคยเป็นมา

แต่อย่างไรก็ตาม การที่เรามีโอกาสเข้าไปสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้นนั้น โลกก็มีโอกาสเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

เมื่อวัฒนธรรมพวกพ้องเพื่อนฝูงกลับไม่ถูกแปลงออกมาในภาษาดิจิตอล เราทุกคนก็เลยต้องใช้ Facebook ของสหรัฐอเมริกา

เมื่อไม่มีใครบุกทำ e-commerce ยุคใหม่อย่างจริงจังต่อจาก tarad.com และ weloveshopping.com ส่วนแบ่งตลาดของเว็บ Online Retailer จึงตกไปอยู่กับ Zalora และ Lazada ของบริษัทเยอรมัน

ประเทศไทยมีปัญหาหลายอย่างที่ควรจะถูกมองเป็นโอกาส ทั้งเกษตรกรรม ที่เรายังไม่มีการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยให้ชาวไร่ชาวนาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นผู้ประกอบการได้มากขึ้น หรือเรื่องใกล้ตัวอย่างการขนส่งมวลชน ทั้งระบบรถเมลล์ หรือการเรียกแท็กซี่
ที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทำอย่างจริงจัง จนอีกไม่นานเชื่อว่า Startup ที่เริ่มประสบความสำเร็จเรื่องนี้แล้วในเมืองนอกก็คงจะเข้ามาทำแทนเราเอง
ในโลกธุรกิจ กลยุทธ์การแข่งขันก็มีอยู่แค่สองอย่าง คือ “แตกต่าง(ด้วยนวัตกรรม)” กับ “ลดต้นทุน” ในยุคที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การค้าเสรีใน AEC หากเรามองตัวเองแล้วคงจะต้องยอมรับว่าเราไม่ได้สามารถแข่งขันทางด้านต้นทุนได้เลย ค่าแรงเราต่ำแต่ต่ำสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ และก็ไม่ได้เก่งเรื่องจะมาคิดเทคโนโลยีเพื่อช่วยในส่วนนี้ได้ ยังโชคดีที่คนไทยเราเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ และพอจะมีศักยภาพที่จะผันตนเองเป็นนักสร้าง การที่เราจะไปรอดในโลกปัจจุบันที่เป็น “Creative Economy” นั้น การหันมาทำ Startup จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกยุคต่อไป

Tech Startup…คนไทยก็ทำได้ และคนไทยต้องทำได้

คอลัมน์นี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร S+M Magazine ฉบับ ธันวาคม พศ. 2556 ภายใต้คอลัมน์ “STARTUP MARKUP”

ทางรอดของสื่อไทยในยุคดิจิทัล “THE SURVIVAL KIT”

นิชาภา ศิปวรณ์วิวัฒน์ รหัสนิสิต 58130010277

The Survival Kit ทางรอดของสื่อไทยในยุคดิจิทัล” ความก้าวหน้าของยุคดิจิทัลก่อให้เกิดปรากฏการณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะการเข้ามาของสื่อดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, Social Media, Facebook, Youtube, ฯลฯ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เกิดผลกระทบอย่างมากกับสื่อ Traditional ทั้งนิตยสาร, หนังสือพิมพ์, โทรทัศน์ ทางคณะนิเทศศาสตร์ NIDA จึงได้จัดงานเสวนา “The Survival Kit ทางรอดของสื่อไทยในยุคดิจิทัล”

  • ยุคสมัยเปลี่ยน พฤติกรรมก็เปลี่ยน เด็กยุคใหม่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับสื่อดิจิทัล เป็น Digital Native กันหมด
  • เด็กยุคใหม่ใช้ Smart Phone และสื่อดิจิทัล ผู้สูงอายุใช้สื่อผสมทั้งสื่อ Traditional และสื่อดิจิทัล
คนอายุน้อยใช้สื่อหลักเป็น Online และ Social Media เป็นหลัก ส่วนคนมีอายุยังใช้สื่อหลักเป็น TV
  • สื่อ Social Media กลายเป็นสื่อแรกในการรับข้อมูลข่าวสาร
  • จากรายงานของ ETDA และ Reuters แสดงให้เห็นว่าการบริโภคสื่อ Traditional ลดลงอย่างมาก
  • ยุคนี้เป็นยุคของ UGC (User Generated Content) ผ่านทาง Social Media เช่น Facebook Live, Youtube
  • Social Media ช่วยให้ Production ใช้ทุนน้อย
  • สื่อหลักอื่นๆ กลายเป็น Ctrl+C Journalists เอาข้อมูลจาก Social Media มาทำข่าว แชร์ซ้ำไปซ้ำมา เพจของไทย ก้อปปี้ข่าวจากเว็บจีน -> สำนักข่าวไทย ก้อปปี้ข่าวจากเพจไปนำเสนอต่อ ทำให้ไม่มีคุณค่าของข่าว

สามารถรับชมการสมนาย้อนหลังได้ที่

นิชาภา ศิปวรณ์วิวัฒน์ รหัสนิสิต 58130010277

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.