fic exo | The Ripper 5/? (Sekai)

Paring : Sehun x Jongin
Warning : m/m,pg-13,shot fiction,fantasy,romantic, drama,horror,bottom!jongin
รบกวนก่อไฟให้หน่อยค่าา ผ่านแท็กนี้เลย #fictheripper 
อย่าลืมติดตามกันน้า รักเสมอ (**โปรยจูบ**)

เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียน่า ปี 1864
 
เสียงของไม้ที่แตกออกจากกันดังขึ้นเนื่องจากความร้อนที่กำลังแผดเผามันอยู่ในเตาผิงภายในห้องรับแขก อากาศรอบตัวคงจะหนาวเย็นมากกว่าที่เป็นอยู่ถ้าหากไม่ได้อาศัยความอบอุ่นจากมัน
 เด็กผู้ชายสองคนในชุดลำลองนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกัน ส่วนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นตำแหน่งของประมุขของบ้าน หรือก็คือ พ่อแท้ๆของพวกเขา
 
“ทั้งสองคนมีอะไรจะสารภาพไหม”
 
น้ำเสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจดังออกมาหลังจากที่ไม่มีใครกล้าละสายตาจากพื้นพรหมที่อยู่ปลายเท้าของตัวเอง เด็กชายตัวผอมที่นั่งด้านขวามือขยับตัวหยุกหยิก ฝ่ามือน้อยๆที่วางบนหัวเข่าถูกกำเข้าหากันด้วยความกังวล น้ำตาเม็ดเล็กกลิ้งลงมาผ่านพวงแก้มกลม เด็กชายกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ด้วยความยากลำบาก
 
เด็กชายตัวสูงกว่าที่นั่งอยู่ข้างกันเอื้อมมือไปวางบนกลุ่มผมสีดำของอีกคนพลางขยี้มันเบาๆคล้ายกับว่าจะช่วยปลอบประโลมด้วยความเอ็นดู ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตากับพ่อของตัวเองที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม
 
ถึงแม้ว่าดวงตาโตจะแดงก่ำไปด้วยน้ำใสๆที่เอ่อขึ้น แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ไม่ให้ไหลลงมาอีกเป็นคนที่สอง
 
“ครับ หน้าต่างบานนั้น…ผมทำมันแตก…เป็นเพราะ..ผมไม่ระวังให้ดี”
 
เด็กชายตัวเล็กเงยหน้าหันมองคนข้างตัวด้วยความรู้สึกสับสน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในขณะที่ใบหน้ายังคงเปียกชุ่มด้วยน้ำตาที่ไหลลงมา
 
“ดี…คนทำผิด ต้องกล้า ที่จะยอมรับผิด แบบนี้ถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย”
 
ความเงียบเกิดขึ้นเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากที่ผู้คุมอำนาจสูงสุดในบ้านพูดจบ
 
“แต่ถึงจะยอมรับผิด…ก็ต้องถูกลงโทษ เพราะว่ากฎก็คือกฎ”

เด็กผู้ชายตัวเล็กกว่าถูกสั่งให้มารอที่ด้านนอก เขานั่งกอดเข่าของตัวเองพลางเอนแผ่นหลังพิงผนังห้องที่กั้นระหว่างห้องรับแขกและทางเดิน
 
เสียงไม้หวายที่ถูกฟาดลงบนหลังของเด็กตัวสูงอีกคนในห้องนั้นดังออกมาถึงด้านนอก มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดหูหลีกเลี่ยงที่จะได้ยินมัน ใบหน้าของเด็กตัวเล็กบิดเบี้ยวเพราะเกิดจากการที่เขาเอาแต่ร้องไห้
 
ผ่านไปไม่นานเสียงนั้นก็หยุดลงพร้อมกับที่เด็กชายตัวสูงเดินออกมาจากห้องๆนั้น เขาวางมือบนกลุ่มผมสีดำของอีกคนที่นั่งกอดเข่าอยู่ก่อนจะส่งมือให้อีกฝ่ายจับเพื่อที่จะได้ลุกเดินไปพร้อมกัน แต่แล้วเขาก็ถูกปฏิเสธเพราะอีกฝ่ายใช้มือของตัวเองปัดความช่วยเหลือนั่นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะลุกขึ้นและวิ่งหนีไป

…………………………

ในที่สุดตลอดสองสัปดาห์ที่เด็กนักเรียนของโรงเรียนมัธยมนิวออร์เลียนาช่วยกันเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับงานพรอมก็สิ้นสุดลง คืนนี้ทุกคนต่างพากันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับอย่างสวยงาม ซึ่งที่ขาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นหน้ากากที่ทุกคนจะต้องมีกันคนละอันเพราะเป็นธีมของงานในปีนี้
 
จงอินอยู่ในชุดสูทสีน้ำกรมท่าและหูกระต่ายสีน้ำเงินพร้อมด้วยหน้ากากสีขาวที่ถูกคาดไว้บริเวณดวงตา เขายืนอยู่ใกล้กับโต๊ะอาหารและเครื่องดื่มโดยที่กำลังมองไปยังเพื่อนซี้ชาวอเมริกันทั้งสองที่กำลังสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเสียงบีทหนักๆของเพลงและกลุ่มเชียร์หลีดเดอร์สาวรุ่นน้อง
 
เด็กหนุ่มหัวเราะเมื่อเห็นว่าฟินน์โดนสาวผมสีบลอนด์คนหนึ่งบิดเข้าที่ใบหูจนต้องงอตัวลงมา นั่นคงจะเป็น แอนนา แฟนสาวของเจ้าตัวล่ะมั้ง
 
จงอินส่ายหัวให้กับภาพตรงหน้าพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ
จะว่าไปตั้งแต่เกิดเรื่องที่บ้านของมิสซิสเพียซ์ครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้พูดคุยกับชานยอลมากเท่าไหร่นัก เพราะอีกฝ่ายมักจะทักทายเขาแค่เล็กๆน้อยๆเมื่อเดินสวนกันเท่านั้น
 
ตัวจงอินเองก็ไม่อยากใส่ใจกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เขากังวลเกี่ยวกับอีกคนมากกว่า เป็นเวลาเกือบสามสัปดาห์ที่เขาไม่ได้เจอเซฮุนเลย จงอินรู้สึกเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะได้รับอันตรายหรือเปล่า ไหนจะข้อความบ้าๆที่ปรากฏที่บ้านของมิสซิสเพียซ์นั่นอีก ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแต่อาจจะรวมถึงตัวเซฮุนด้วย
 
และอาจจะรวมถึงตัวของชานยอลด้วยอีกคน
 
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามการที่เห็นครูสอนประวัติศาสตร์คนนั้นกำลังยืนสนทนาอยู่ในกลุ่มคุณครูด้วยกันในงานตอนนี้ก็บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นปลอดภัยดี แต่สำหรับเซฮุนนี่สิ เขาอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ
 
เด็กหนุ่มถอดหน้ากากของตัวเองเมื่อรู้สึกได้ว่ามันค่อนข้างจะน่ารำคาญไปสักหน่อยเมื่อมันอยู่บนใบหน้าของเขานานเกินไป จงอินถอนหายใจเล็กน้อยคล้ายจะไล่ความกังวลที่เกาะอยู่ในใจของเขาให้ออกไป อย่างน้อยๆเขาก็ควรที่จะผ่อนคลายไปกับงานพรอมในคืนนี้มากกว่า
 
“เฮ้! ทำแบบนั้นไม่ได้นะ” 
จงอินร้องห้ามทันทีที่สังเกตเห็นชายคนหนึ่งกำลังใช้นิ้วชี้ของตัวเองจุ่มลงในแก้วที่บรรจุเครื่องดื่มเอาไว้ ชายคนนั้นยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากเพื่อจะชิมรสชาติของมันก่อนจะทำแบบเดียวกับแก้วที่บรรจุเครื่องดื่นต่างชนิดกันที่อยู่ถัดไป
 
เด็กหนุ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้กับตำแหน่งของอีกฝ่าย ทันทีที่จงอินอยู่ในระยะที่สามารถเห็นลักษณะท่าทางที่แสนคุ้นเคยแบบนั้น และไหนจะเส้นผมสีเทาสว่าง
อย่าบอกนะว่า…
 
“เซฮุน ?”
 
อีกฝ่ายหันมายกมุมปากขึ้นยิ้มให้จงอินที่ยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ใกล้ๆ ถึงแม้ว่าบนใบหน้าหล่อเหลานั่นจะถูกคาดด้วยหน้ากากสีดำสนิทแต่ดวงตาสีอำพันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาจำคนไม่ผิดแน่
 
“มันน่าเสียใจนะ แทนที่จะได้เห็นยิ้มกว้างๆกลับทำหน้าบูดใส่กันซะได้”
 
“ดูคุณทำเข้าสิ!” 
จงอินตีมืออีกฝ่ายที่พยายามจะเอานิ้วจุ่มลงในแก้วใบอื่นอีกครั้ง
 
เซฮุนกลั้วหัวเราะกับท่าทางที่เป็นธรรมชาติของจงอิน ก่อนจะเปลี่ยนมาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถมองอีกฝ่ายได้ในระดับเดียวกัน เขาอมยิ้มและใช้สายตาไล่มองตั้งแต่หัวคิ้วเรียวที่ติดกันอย่างหลวมๆ ดวงตาสีนิล จมูกโด่งรั้นไปจนถึงริมฝีปากอิ่มของเด็กหนุ่ม
 
จงอินรู้สึกว่ามือของตัวเองช่างเกะกะเหลือเกินในเวลานี้ เขาไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเมื่อถูกอีกฝ่ายมองเอาแบบนั้น
แย่ชะมัด ทำไมถึงได้ใจสั่นแบบนี้
 
“ไง ระหว่างที่ฉันไม่อยู่เป็นเด็กดีหรือเปล่า ?”
 
จงอินย่นจมูกให้เซฮุนเมื่อถูกอีกฝ่ายถามแบบนั้นใส่ อะไรกัน ตัวเองหายหน้าไปตั้งหลายวันพอกลับมาก็ถามว่าเขาเป็นเด็กดีหรือเปล่า ให้มันได้แบบนี้สิ โอเซฮุน
 
แล้ว…เราไปคาดหวังอยากได้คำพูดแบบไหนจากเขาล่ะ
บ้าจริง!
 
จงอินไม่ตอบคำถามนั่น เด็กหนุ่มกำลังจะเดินหนีไปอีกทางแต่แล้วก็ถูกอีกฝ่ายรั้งที่ข้อมือของตัวเองได้ทัน
 
“ถ้าถามความเห็นฉัน…มันบอกว่าเราควรหาที่เงียบๆคุยกัน ตรงนี้มันทำ…” เซฮุนลากเสียงในพยางค์สุดท้ายอย่างมีเลศนัยก่อนจะรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาในระยะที่ใกล้กันกว่าเดิม “…อะไรไม่ค่อยสะดวก”
 
จงอินมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นอย่างไม่เข้าใจ แต่ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ทักท้วงอะไร อีกฝ่ายก็พาเขาออกจากบริเวณของงานไปตามแรงของคนอายุมากกว่าทันที
 
และเป็นจังหวะเดียวกันกับชานยอลที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้กำลังมองมาอย่างไม่ละสายตา

บริเวณลานน้ำพุที่หลังโรงเรียนในเวลานี้ค่อนข้างที่จะเงียบสงบและเซฮุนก็คิดว่ามันเหมาะสำหรับสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะทันทีที่พาเด็กหนุ่มมาถึง เขาก็รั้งอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ก่อนจะโน้มใบหน้าของตัวเองลงไปและประทับริมฝีปากบนอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายแทนความรู้สึกคิดถึง
 ตอนนี้ในหัวของจงอินเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เด็กหนุ่มไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรกับความรู้สึกพิเศษที่มีให้อีกฝ่าย
 
ถึงแม้จะดูเหมือนรู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่เหมือนกับเคย อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต
 ความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อเซฮุนนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายมีความสุข
 
ในขณะเดียวกันที่จงอินก็รู้สึกได้ว่าจะไม่มีวันเกิดเรื่องอันตรายขึ้นกับเขาถ้าหากยังอยู่ในอ้อมกอดของคนคนนี้ เขาจะปลอดภัย สัญชาตญาณมันบอกเขาแบบนั้น
 
เป็นเวลาหลายนาทีกว่าที่เซฮุนจะยอมถอนริมฝีปากของตัวเองออกจากความหอมหวานตรงหน้า เขาถอดหน้ากากสีดำของตัวเองออกก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ที่มุมปากของอีกฝ่ายด้วยความทะนุถนอม
 
“เคยสงสัยไหมว่าทำต้องเป็นนาย ที่มีกุญแจดอกนั้น ทำไมต้องเป็นเรา ที่เจอกัน”
 
 เด็กหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ
 
“หนุ่มน้อย มันถูกกำหนดไว้แล้ว ฉันมีชีวิตเพื่อดูแลนาย ส่วนนาย…” 
เซฮุนกดจูบลงบนหน้าผากมนของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา 
“ใช้ชีวิตด้วย ความภักดี ที่มีต่อฉัน”
 
“…”
 
“โชคชะตาของเราถูกผูกไว้ด้วยกัน รู้ตัวหรือเปล่า” 
มือหนาขยี้ลงบนกลุ่มผมนิ่มของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างเอ็นดู
 
มุมปากของจงอินถูกยกขึ้นสูงจนทำให้อีกคนรู้สึกหมั่นเขี้ยวขึ้นมาอีกครั้ง เซฮุนฉวยโอกาสฝังจมูกโด่งของตัวเองลงบนแก้มนิ่มของเด็กหนุ่ม และนั่นทำให้จงอินต้องยิ้มกว้างขึ้นไปอีก
 
“นี่สิ ที่ฉันอยากเห็น ไม่ใช่ไอ้หน้าบูดๆแบบนั้น” 
จงอินหัวเราะทันทีเมื่อโดนอีกฝ่ายประชดเข้าใส่
 
“ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจกับมันเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกของผมไม่เคยโกหก…” 
เด็กหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตาสีอำพันคู่เดิม มือเรียวยกขึ้นทาบบริเวณสันกรามของใบหน้าหล่อของอีกฝ่าย 
“มันบอกว่าคุณเป็นคนดี”
 
“…”
 
“และผมก็เชื่อ ว่าคุณเป็นแบบนั้น” 
ทั้งคู่ก็มอบรอยยิ้มให้แก่กัน
 
“จริงสิ ระหว่างที่คุณหายไปมีหลายเรื่องเลยที่คุณจำเป็นต้องรู้ — -”
 
กรี๊ด!!
เสียงกรีดร้องดังมาจากบริเวณที่จัดงานพรอมทางด้านหน้า ถ้ามองจากตรงนี้สามารถเดาได้ว่าข้างในคงจะกำลังวุ่นวายเพราะเกิดเหตุการณ์อะไรสักอย่างขึ้น จงอินทำท่าจะวิ่งไปทางต้นเสียงเพราะนึกเป็นห่วงกลุ่มเพื่อนๆของเขาที่อยู่ในนั้น แต่ก็ถูกมือหนาฉุดเอาไว้เสียก่อน
 
“อย่าเพิ่งเข้าไป ลางสังหรณ์ฉันบอกว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดี”
 
“แต่เพื่อนของผม — ”
 
“ชู่ว…” เซฮุนใช้นิ้วชี้แตะลงบนกลีบปากของตัวเอง ซึ่งทำให้จงอินเม้มริมฝีปากตามทันที
 ในขณะนั้นเกิดเสียงดังซอกแซกระหว่างพุ่มไม้ทั้งสองข้างรอบตัวของทั้งคู่ เนื่องจากบริเวณนั้นมีความสว่างค่อนข้างน้อยจึงทำให้มองเห็นได้ยากว่าสิ่งนั้นคืออะไร
 
เซฮุนรั้งตัวของจงอินให้ยืนอยู่ทางด้านหลังของตัวเอง คนตัวสูงกว่าใช้จมูกสูดเอากลิ่นแปลกปลอมที่ลอยอยู่ทุกอณูบริเวณลานน้ำพุแห่งนี้อย่างพิจารณา
บ้าเอ้ย! น่าจะสังหรณ์ใจตั้งแต่ทีแรกแล้วเชียว
กลิ่นนี้มัน พวกไลแคนท์ ไม่ผิดแน่
 
จังหวะเดียวกันที่มีบางอย่างกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ด้านขวาอย่างรวดเร็ว แต่โชคดีที่เซฮุนไวกว่าสิ่งนั้นจึงสามารถหยุดที่แขนของมันได้ก่อนจะออกแรงกระชากให้หลุดออกจากลำตัวของมัน เซฮุนโยนอวัยวะส่วนแขนในมือของตัวเองลงบนพื้นอิฐสีเทา ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับอีกสามตัวที่ค่อยๆโผล่ออกมาจากเงามืด
 
จงอินมองตัวประหลาดที่ล้มลงบนพื้นอย่างตกใจ ส่วนหัวของมันมีลักษณะคล้ายกับกึ่งคนกึ่งหมาป่า และลำตัวของมันนอกจากจะมีขนสีน้ำตาลดำทั่วทั้งตัวแล้วนอกนั้นมันก็มีอวัยวะเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง เด็กหนุ่มมองไปยังตัวที่ไร้แขนข้างหนึ่งที่กำลังพยายามลุกขึ้นให้ได้อีกครั้ง
 
กลายเป็นว่าตอนนี้มีตัวประหลาดอยู่ทั้งหมดสี่ตัวที่กำลังล้อมรอบพวกเขาทั้งคู่อยู่ เซฮุนขบกรามแน่นอย่างใช้ความคิด จุดอ่อนของไลแคนท์อยู่ที่พวกมันไม่ถูกกับ โลหะประเภทเงิน แต่ในสภานการณ์แบบนี้เขาจะไปหาไอ้ของพรรคนั้นมาจากไหนกัน
 
ริปเปอร์อย่างเขามีพละกำลังและความว่องไวมากกว่าพวกมันก็จริง แต่ถ้าเล่นมากันเป็นหมาหมู่แบบนี้ เซฮุนก็ไม่แน่ใจว่าจุดจบของเขาจะเป็นอย่างไรกันแน่ อย่างน้อยๆตอนนี้ก็น่าจะถ่วงเวลาพวกมันได้อยู่พอสมควร
 
ในขณะที่เซฮุนจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นั้น ไลแคนท์ตัวหนึ่งกำลังจะกระโจนเข้าหาตัวของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ด้วยการเคลื่อนที่ไวกว่าของเซฮุนทำให้ไลแคนท์ตัวนั้นต้องพลาดไป เขาถึงตัวจงอินก่อนและพาออกมาจากตำแหน่งที่เด็กหนุ่มเกือบโดนเล่นงานเมื่อสักครู่ได้ทัน
 
เซฮุนเดาว่าจะต้องลำบากแน่ๆถ้าหากคิดจะต่อสู้ในเวลานี้ เขาอาจพลาดเพราะเป็นห่วงอีกคนจนเสียสมาธิก็ได้
 
“เซฮุน! ข้างหลังคุณ!”
 จงอินตะโกนบอกเมื่อเห็นไลแคนท์สองตัวกำลังเดินมาทางด้านหลังของคนที่เพิ่งจะช่วยชีวิตเขาไว้

ชายหนุ่มรีบเคลื่อนที่ไปประชิดตัวพวกมันทันทีโดยที่มือทั้งสองข้างของเขายึดเข้าที่ลำคอของไลแคนท์อย่างละตัว เซฮุนบีบเข้าที่บริเวณลูกกระเดือกก่อนจะกดลึกลงไปจนมือทั้งสองข้างทะลุเข้าไปในลำคอของมันทั้งคู่ และเป็นจังหวะเดียวกันที่ ไลแคนท์อีกตัวโถมเข้าใส่เซฮุนจากด้านหลังก่อนจะโดนมันใช้แขนรัดที่คอของเขาไว้
 
“เซฮุน!!!” 
จงอินร้องอย่างตกใจก่อนจะตั้งสติและพยายามที่จะหาทางช่วยอีกฝ่าย เด็กหนุ่มมองหาก้อนอิฐที่อยู่แถวนั้นก่อนจะเจอก้อนที่มีขนาดพอเหมาะ จงอินไม่รอช้า เขาเก็บมันขึ้นมาและตั้งใจจะขว้างให้โดนตัวที่รัดคอเซฮุนจากด้านหลัง
 
แต่แล้วไลแคนท์ตัวที่แขนขาดก็เดินด้วยลักษณะท่าทางโงนเงนเข้ามาหาเขาอีกทาง ในสถานการณ์ที่ทั้งคู่กำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เป็นขณะเดียวกันที่ไลแคนท์สองตัวนั้นล้มลงกับพื้น มือของพวกมันจับกุมเข้าที่ส่วนหัวของตัวเองอย่างทรมาน ซึ่งทำให้เซฮุนได้โอกาสที่จะออกแรงด้วยมือทั้งสองข้างกระชากเอาลูกกระเดือกออกมาจากลำคอของมันทั้งสองตัว
 
ตอนนี้ไลแคนท์ทั้งสี่ตัวนอนทุรนทุรายอยู่บนพื้น พวกมันทรมานราวกับว่ากำลังโดนคีมเหล็กบีบเข้าที่หัวของพวกมัน จงอินมองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่เซฮุนเองก็อดที่จะขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างใช้ความคิดขึ้นมาไม่ได้
 
ขณะนั้นเองที่ท่อนโลหะสีเงินวาวสี่ท่อนพุ่งออกมาจากอากาศก่อนจะตรงเข้าเสียบที่ตำแหน่งของหัวใจของไลแคนท์ทั้งสี่ตัวอย่างไม่พลาดเป้า ทำให้พวกมันไร้การเคลื่อนไหวได้ในที่สุด
 
จงอินหันไปมองคนที่มาใหม่อย่างไม่เชื่อสายตา เขาเห็นชานยอลเดินออกมาจากตำแหน่งที่ท่อนโลหะเงินนั่นพุ่งออกมา เด็กหนุ่มได้ยินเสียงหัวเราะต่ำๆในลำคอของเซฮุนที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่
 
“ยังชอบแส่เรื่องของคนอื่นไม่เปลี่ยนเลยสิน่า”
เป็นเซฮุนที่เริ่มต้นด้วนบทสนทนาซึ่งยากต่อการเข้าใจสำหรับจงอิน
 
“ฉันอุตส่าห์เสียเวลาตามหานาย แต่ไม่คิดว่าจะอยู่ใต้จมูกกันแบบนี้”
 
ชายหนุ่มผมสีเทาพูดจบและหลังจากนั้นเขาก็หันมาเผชิญหน้ากับดวงตาสีฮาเซลคู่โตที่คอยมองเขาตั้งแต่เด็กๆ เซฮุนแสยะยิ้มให้กับชานยอลอย่างที่เคยทำมาตลอดเมื่อต้องการที่จะทักทายอีกฝ่าย
 
“ว่าไง พี่ชาย ”

.

TBC…