fic exo | The Ripper 6/? (Sekai)

Paring : Sehun x Jongin
Warning : m/m,pg-13,shot fiction,fantasy,romantic, drama,horror,bottom!jongin
มาแล้วค่าา กับตอนที่ 6 นี้ 
ฝาก #fictheripper ด้วยค่ะ
ให้กำลังใจหนูหน่อยน้าา (**โปรยจูบ**) (**อ้อนระดับสิบ**)

บรรยากาศรอบตัวในขณะนี้ช่างน่าอึดอัดราวกับว่าทั้งสามคนนั้นติดอยู่ในกล่องสีเหลี่ยมแคบๆ ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังยืนอยู่ในบริเวณลานน้ำพุกว้างก็ตาม
 
หลังจากที่เซฮุนประกาศว่าชานยอลคือพี่ชายของตัวเอง เขาก็ไม่ได้เอ่ยประโยคใดออกมาอีกหลังจากนั้น เซฮุนเพียงแค่ใช้สายตามองไปยังอีกฝ่ายที่กำลังจัดการกับร่างของไลแคนท์ทั้งสี่โดยการจุดไฟเผาเจ้าพวกนั้นด้วยมือเปล่า
 
คนอายุน้อยที่สุดคนเดียวในทีนี้มองภาพนั้นด้วยความสนใจ นั่นเพราะอีกฝ่ายกำลังทำในสิ่งที่คนธรรมดาอย่างเขาทำไม่ได้น่ะสิ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จงอินเห็นการกระทำเหล่านั้นมาจากอีกฝ่าย เด็กหนุ่มทิ้งเรื่องที่เขาเพิ่งรู้จากเซฮุนเมื่อสักครู่ไว้ในใจชั่วคราว ตอนนี้สิ่งที่เขาสงสัยมากที่สุดก็คือ
 
มิสเตอร์ ซีวาย ปาร์ค เป็นใครกันแน่…
 
“คุณทำแบบนั้นได้ยังไงครับ”
สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจถามออกไป
 
“หึ”
แต่เป็นเซฮุนที่ส่งเสียงออกมาจากในลำคออย่างนึกรำคาญ
 
“เหมือนคุณเป็น…พวกพ่อมด”
 
“วอร์ล็อค พวกเราเรียกกันแบบนั้น พูดง่ายๆก็คือเราสามารถควบคุมธาตุที่มาจากธรรมชาติได้…” 
ชานยอลคลายข้อสงสัยของเด็กหนุ่ม ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กับตำแหน่งที่จงอินยืนอยู่ 
“รวมถึงจิตใจของมนุษย์ด้วย”
 
จงอินมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฮาเซลคู่นั้นอย่างพิจารณา ไม่แน่ว่าบรรยากาศแปลกๆที่เกิดขึ้นในตอนที่เจอกันครั้งแรกนั้นอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายพยายามที่จะควบคุมจิตใจของเขาก็ได้
 
“แต่ก็ยังเคลื่อนไหวช้าเหมือนเต่าคลานอยู่ดี” 
เซฮุนเอ่ยขึ้นแทรกระหว่างบทสนทนาเหล่านั้น ขายาวก้าวไปยังตำแหน่งของทั้งสองคนที่อยู่ไม่ไกลนัก

ชานยอลเลือกที่จะไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาเมื่อได้ยินคำพูดสบประมาทจากน้องชายของตัวเอง ชายหนุ่มเพียงแค่หันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
 
เด็กหนุ่มมองพี่น้องทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ จงอินไม่รู้ถึงเรื่องราวในอดีตของทั้งคู่ว่ามีความบาดหมางอะไรกัน แต่ที่แน่ๆ จงอินไม่เคยเห็นเซฮุนแสดงท่าทีแบบนี้มาก่อน
 
“ฉันเห็นแหวนของนายอยู่กับเด็กคนนี้… คือเขา…ใช่หรือเปล่า?”
 
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย” 
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นวาวด้วยความท้าทายขึ้นในทันที มือหนาของเซฮุนค่อยๆสอดประสานเข้ากับมือของจงอินอย่างช้าๆก่อนที่เขาจะรั้งให้เจ้าของมือนั้นเขยิบเข้ามาใกล้ๆตัวเอง
 
“เวทย์ในแหวนนั่น นายได้มันมาจากใคร”
 
“เมื่อไหร่นายจะเลิกสักทีกับนิสัยที่ชอบแส่เรื่องของคนอื่น” 
เซฮุนไม่ได้ตอบคำถามนั่นแต่อย่างใด เขายังคงจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องเหมือนในทีแรก
 
เวลานี้สองมือที่จับกันอยู่นั้นเปลี่ยนเป็นจงอินแทนที่ทำหน้าที่รั้งตัวของเซฮุนเอาไว้ มืออีกข้างถูกยกขึ้นมาจับไว้ที่แขนของอีกฝ่าย เพราะเซฮุนแสดงท่าทีเหมือนพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่ชานยอลอยู่ตลอดเวลา
 
“นายไม่ควรทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้”
 
และเมื่อชานยอลพูดจบชายหนุ่มตัวสูงก็เซไปด้านหลังทันทีเพราะถูกน้องชายของตัวเองใช้มือข้างที่เป็นอิสระผลักเข้าที่อกแกร่งนั่นด้วยแรงที่ไม่เบานัก
 
‘คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาอวดดีสั่งสอนคนอื่นไปทั่ว ’
เซฮุนขบกรามแน่นอย่างหัวเสีย
 
จงอินเห็นการกระทำนั้นก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งทันทีโดยการที่พาตัวเองไปยืนขวางเซฮุนเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทำร้าย ชานยอลได้อีก แต่ด้วยพละกำลังที่แตกต่างกันของริปเปอร์อย่างเซฮุนและมนุษย์ธรรมดาอย่างเขานั้นทำให้สองแขนของจงอินต้องพยายามยึดเข้าที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยแรงที่มีทั้งหมด
“คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย!!” 
เด็กหนุ่มดูจะตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางเอาเรื่องอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
 
“หมายความว่ายังไง!? นายรู้อะไรมา!!” 
เซฮุนไม่ได้สนใจคำถามที่มาจากจงอินเลยแม้แต่น้อย เขาเลือกที่จะตั้งคำถามไปยังพี่ชายของตัวเองด้วยอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ในขณะนี้
 
ชานยอลไม่ได้พูดอะไรออกมาหลังจากนั้น คิ้วเรียวถูกขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
 
ฉับพลันที่ชานยอลเลือกที่จะก้าวขาเข้ามาใกล้กับตำแหน่งของจงอินที่กำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่ และด้วยสัญชาติญาณของเซฮุน ทำให้ชายหนุ่มผมสีเทาพาร่างของเด็กหนุ่มให้ออกจากรัศมีวงล้อมของชานยอลได้ด้วยความรวดเร็วที่เหนือธรรมชาติ
 
ชานยอลมองการกระทำนั้นด้วยความไม่พอใจ ภาพของเซฮุนที่กำลังมองมาด้วยสายตาที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักวินาทีตั้งแต่ที่ได้เจอกัน ชายหนุ่มตัวสูงเห็นน้องชายของตัวเองที่อยู่ในระยะไกลจากเดิมค่อนข้างมาก ในอ้อมแขนของเซฮุนมีเด็กหนุ่มอีกคนที่กำลังมองมาทางเขาด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ
 
ชานยอลเลือกที่จะผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย
“เด็กคนนั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย”
 
ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหันหลังให้กับทั้งสองคนและเดินจากไปตามทางเดินที่ปราศจากแสงสว่าง

………………………..…

ตลอดระยะทางที่เซฮุนใช้เวลาในการเดินทางกลับมาที่บ้านของคนอายุน้อยกว่า โดยที่ในระหว่างนั้นทั้งคู่ไม่ได้สร้างบทสนทนาขึ้นมาเลย ทำให้บรรยากาศรอบตัวตอนนี้ช่างน่าอึดอัดไม่ต่างไปจากตอนที่อยู่บริเวณลานน้ำพุที่สวนหลังโรงเรียน
 
จงอินแอบใช้สายตาชำเลืองมองอีกฝ่ายที่กำลังเดินอยู่ข้างกันอย่างเงียบๆ เด็กหนุ่มสังเกตเห็นถึงใบหน้าที่แสนหล่อเหลานั่นยังคงดูไม่สบอารมณ์เหมือนอย่างเดิมถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่กันแค่สองคนก็ตาม
 
ในที่สุดทั้งคู่ก็หยุดเดินเมื่อระยะทางมาสิ้นสุดที่บ้านของจงอิน
 
“รีบเข้าไปข้างใน ฉันจะรอที่ห้องของนาย”
 
เมื่อจบประโยคของเซฮุน ขาเรียวยาวของเด็กหนุ่มก็ก้าวขึ้นบันไดที่อยู่ทางด้านหน้า จงอินหมุนลูกบิดประตูก่อนจะเข้าไปในบ้านของตัวเอง โดยหลังจากที่ประตูไม้นั้นปิดลงได้ไม่กี่วินาที เซฮุนก็ย้ายตำแหน่งของตัวเองไปยังห้องนอนของจงอินที่อยู่ชั้นสองของตัวบ้านตามที่เขาได้พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้
 
ภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทว่าสิ่งของทุกชิ้นกลับวางอยู่ไม่เป็นที่เป็นทางนั้น สามารถบอกได้เป็นอย่างดีว่าคะแนนความเป็นระเบียบของเจ้าของห้องๆนี้คงจะเท่ากับศูนย์
 
เมื่อจงอินเปิดประตู้เข้ามาก็พบว่าอีกฝ่ายนั่งรออยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานของเขาแล้ว เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินไปนั่งลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวที่เตียงนอนของตัวเองแทน
 
เซฮุนผ่อนลมหายใจออกมาราวกับว่ามันจะช่วยยกเอาความรู้สึกหนักๆที่อยู่ในใจเขาออกมาด้วย ชายหนุ่มย้ายตำแหน่งเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่เข้ามาเพื่อให้ระห่างระหว่างเขาและจงอินนั้นน้อยลงกว่าเดิม
 
และเพื่อที่เขาจะได้สามารถเอื้อมตัวลงไปกุมมือของอีกฝ่ายได้อย่างในตอนนี้
 
“ที่เจ้านั่นพูด มันหมายความว่าอะไร มันทำอะไรนายตอนที่ฉันไม่อยู่รึเปล่า”
เซฮุนใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงบริเวณหลังมือของอีกฝ่าย
 
จงอินส่ายศีรษะเล็กน้อยเพื่อปฏิเสธแทนชานยอลที่ถูกกล่าวหาจากเซฮุนเมื่อสักครู่
“เขาเป็นคนช่วยผมไว้สะอีก ที่บ้านของมิสซิสเพียซ์…”
 
“แล้วนายไปทำอะไรที่นั่น” 
ชายหนุ่มขมวดคิ้วหลวมขึ้นมาอย่างสงสัย

“มิสซิสเพียซ์…เสียชีวิตที่บ้านของเธอ และผม…เอ่อ…คิดว่า…”
 
“…”
 
“มันอาจจะเกี่ยวกับคุณ…”
 
พอถึงตรงนี้ชายหนุ่มก้มลงมองช้อนใบหน้าอ่อนเยาว์ของอีกฝ่ายที่เอาแต่หยุดสายตาไว้บนมือของตัวเองที่ถูกเขากุมไว้อีกที
 “นายคิดว่าเป็นฝีมือของฉัน? ”
 
จงอินเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายทันทีเมื่อได้ยินคำถามนั่น
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ! ก็…คุณหายไป แล้ว… ”
 
“…”
 
“โอเค ผมแค่อยากแน่ใจว่าคุณไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้น”
 
“แล้วฉันอยู่ที่นั่นรึเปล่า”
 
คนอายุน้อยกว่าส่ายหน้าแทนคำตอบ
“แต่เป็นตัวฟีนด์ พวกมันมีกันประมาณห้าตัว หนึ่งในนั้นเล่นงานผมที่ห้องครัว และ… มิสเตอร์ปาร์คก็มาช่วยผมเอาไว้”
 
“…”
 
“หลังจากนั้น พอพวกเราขึ้นไปบนห้องนอนของมิสซิสเพียซ์ ก็เห็นข้อความที่ถูกเขียนด้วยเลือด…” 
จงอินมีสีหน้ากังวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น 
“มันเหมือน…ใครบางคนพยายามจะบอกว่า ทุกอย่างกำลังเริ่มขึ้นแล้ว…”
 
เซฮุนนิ่งไปอย่างคนกำลังใช้ความคิด ถ้าเป็นไปตามที่ชายหนุ่มได้ข้อมูลมาจากไทเลอร์ล่ะก็ ข้อความเลือดที่จงอินพูดถึงนั่นมันจะต้องมาจาก เขาคนนั้น อย่างแน่นอน และถ้าเป็นอย่างนั้นก็แสดงว่า เขาคนนั้น กำลังเริ่มตามหาใครที่ว่านั่นอยู่จริงๆ
 
ในขณะเดียวกันเซฮุนก็กำลังสงสัยว่าพี่ชายของเขาจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ๆ ถึงได้พูดจาแปลกๆแบบนั้น
 ให้ตายสิ ลางสังหรณ์แบบนี้เขาไม่ชอบมันเอาสะเลย
 
“เซฮุน… ที่มิสเตอร์ปาร์คพูดมันจะเกี่ยวกับผมจริงๆรึเปล่าครับ?” 
จงอินช้อนตาขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันด้วยความสงสัย
 
เซฮุนใช้มือข้างหนึ่งลูบกลุ่มผมสีดำของจงอินอย่างเบามือ ก่อนที่จะใช้ดวงตาสีอำพันคู่นั้นมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
 “ตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ …ฟังนะ นายไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ฉันสัญญาว่าจะดูแลนาย จำได้ไหม? ”
 
เด็กหนุ่มพยักหน้า
 
“ฟังให้ดีนะหนุ่มน้อย นายได้ยินแล้วว่าเจ้านั่นมันสามารถควบคุมจิตใจคนอื่นได้ แต่แหวนของฉัน…” 
เซฮุนใช้นิ้วหัวแม่มือวนลูบวัตถุที่สวมอยู่บนนิ้วชี้ข้างขวาของเด็กหนุ่ม 
“แหวนวงนี้มันจะช่วยให้นายไม่ถูกควบคุม…เพราะแบบนั้น อย่าถอดมันออก เข้าใจไหม? ”
 
“ครับ”
 
“เอาล่ะ ดื่มนมอุ่นๆแล้วก็รีบเข้านอนสะ…เด็กดี”
 
ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยให้กับคนอายุน้อยกว่าก่อนจะลุกขึ้น และเดินไปยังบริเวณหน้าต่างบานเดิมที่เขาเข้ามาในห้องนี้
 
“อ่อ อีกอย่าง…”
 
แต่แล้วเซฮุนก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกเรื่องที่เขาจำเป็นต้องเตือนหนุ่มน้อยคนที่นั่งอยู่บนเตียง ชายหนุ่มจึงหันกลับมาพูดสิ่งนั้นกับอีกฝ่าย
 
“อย่าพยายามให้พี่ชายของฉันเข้าใกล้นายล่ะ เจ้านั่นน่ะ เชื่อใจไม่ได้หรอก”
 
และเจ้าของร่างสูงโปร่งก็หันกลับไปยังทิศทางเดิม เรียวขายาวถูกยกขึ้นพาดขอบบานหน้าต่างสีขาวอย่างชำนาญ แต่แล้วประโยคถัดมาของคนที่อยู่ในห้องก็ทำให้เขาต้องหยุดการกระทำนั้นไป
 
“ผมยังไม่ได้บอกคุณอีกเรื่อง มิสเตอร์ปาร์ค… เขาสอนวิชาประวัติศาสตร์แทนมิสซิสเพียซ์น่ะครับ”
 
“นายว่าไงนะ!? ”

………………………………..

เช้าวันนี้จงอินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจเท่าที่ควร ซึ่งอาจเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนที่กำลังทำให้เขากังวลใจอยู่ในตอนนี้ ถึงแม้เซฮุนจะสัญญากับเขาแล้วว่าเขาจะไม่เป็นอะไร แต่จงอินก็ยังอดกลัวไม่ได้เพราะบางอย่างกำลังบอกเขาว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมันค่อนข้างจะเป็นอันตรายสำหรับตัวเขาและรวมถึงเซฮุนด้วย
 
ไหนจะเรื่องพี่ชายของเซฮุนอีก เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเซฮุนถึงดูจะเกลียดพี่ชายของตัวเองขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าจงอินไม่เชื่อคำเตือนของอีกฝ่ายหรอกนะ แต่เขาแค่รู้สึกว่ามิสเตอร์ปาร์คก็ไม่น่าจะเป็นคนไม่ดีอย่างที่เซฮุนบอกเอาไว้เลย
 
ช่างเถอะ ยังไงก็อยู่ห่างๆเขาเอาไว้ดีกว่า
แต่ให้ตายสิ คลาสแรกของวันนี้ก็ต้องเจอเขาอยู่ดีนั่นแหละ
 
จงอินปิดตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองลงเมื่อหยิบหนังสือออกมาสองสามเล่ม เขาเช็คดูว่าหนังสือที่อยู่ในมือนั้นครบทุกวิชาที่มีคลาสในตอนเช้าหรือไม่ ก่อนจะเดินไปยังห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นคลาสแรกของวันนี้
 
เมื่อจงอินมาถึงที่ห้องเรียนก็พบว่าชานยอลนั้นรออยู่ข้างในเรียบร้อยแล้ว วันนี้คุณครูสอนประวัติศาสตร์สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินเข้มด้านนอกและกางเกงขายาวสีดำ
 
ห้องเรียนในเวลานี้มีเพื่อนร่วมชั้นของเด็กหนุ่มอยู่ค่อนข้างมาก เพราะว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคลาสเรียนก็จะเริ่มขึ้นแล้ว จงอินพยักหน้าให้ฟินน์และคอนเนอร์ที่นั่งอยู่และกำลังโบกมือทักทายมาทางเขา เด็กหนุ่มเดินผ่านตำแหน่งของชานยอลไปโดยที่เขาเพียงแค่ก้มหัวทักทายตามมารยาทเท่านั้น
 
เมื่อจงอินนั่งลงที่โต๊ะตัวประจำของตัวเองแล้ว เสียงกริ่งก็ดังขึ้นและนั่นหมายความว่าคลาสเรียนของวันนี้เริ่มขึ้นแล้ว
 
“อรุณสวัสดิ์ เช้านี้ผมกำลังมองหาคนที่แฮงค์จากปาร์ตี้เมื่อคืนมาอธิบายในบทที่ 6 หน้าที่ 354…”
 
เสียงโอดครวญของเหล่านักเรียนในห้องดังขึ้นเล็กน้อย เมื่อครูของพวกเขาถามถึงการบ้านที่ได้มอบหมายไว้เมื่อครั้งที่แล้ว
 
“คุณโดโนแวน? ดูเหมือนจะยังไม่หายดี…”
 
ฟินน์ขยับตัวตรงทันทีเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองออกจากปากของคนที่เป็นผู้บรรยายอยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มผมทองรีบพลิกหน้าหนังสือไปยังบทเรียนที่อีกฝ่ายกำลังพูดถึงอย่างรีบร้อน
 
“ถ้าอย่างนั้นลองรวบรวมสติแล้วเล่ารายละเอียดในหน้านั้นให้เพื่อนของคุณฟังดีไหมครับ? ”
 
ฟินน์ใช้สายตากวาดเอาตัวหนังสือที่อยู่ในหน้านั้นอย่างลวกๆ และก่อนที่เขากำลังจะพูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากหน้าห้อง ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ข้างในต่างให้ความสนใจกับผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาใหม่
จงอินมองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจอย่างสุดๆ เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าห้องในตอนนี้ก็คือชายหนุ่มผมสีเทาสว่างที่วันนี้อยู่ในชุดสีดำทั้งตัวด้วยเสื้อแจ็คเก็ตหนังและกางเกงยีนส์สีเข้ม แต่ที่แปลกตาไปจากทุกครั้งที่เจอกันก็คงจะเป็นกระเป๋าเป้ที่เขาสะพายไว้บนไหล่ข้างเดียว
 
โอเซฮุน เขามาทำอะไรที่นี่กันเนี่ย?
 
เซฮุนเดินเข้ามาใกล้กับตำแหน่งของชานยอลที่ยืนอยู่ก่อนแล้วด้วยใบหน้าที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดออกมา ซึ่งนั่นไม่ได้ต่างไปจากอีกฝ่ายเลย
 
จงอินเลียริมฝีปากของตัวเองในขณะที่กำลังมองภาพของทั้งคู่ที่ยืนมองหน้ากันผ่านความเงียบที่เกิดขึ้น
 
“เซน โอแลนเดล นักเรียนใหม่จากแจ็คสันวิล….ครับ”
 
อะไรนะ!! จงอินคิดว่าเซฮุนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เล่นอะไรแผลงๆแบบนี้
 
โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต เซฮุนก็เดินตรงเข้ามานั่งที่โต๊ะตัวที่ว่างซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งถัดจากโต๊ะของจงอินพอดี เด็กหนุ่มทำตาโตใส่อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าดวงตาสีอำพันมองมาทางเขา ก่อนที่จะเบนกลับไปยังทิศทางด้านหน้าตามเดิม
 
ชานยอลเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงพลางทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ
และคลาสเรียนในวันนี้ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

..

TBC

Show your support

Clapping shows how much you appreciated ♣︎NOEISCM’s story.