fic exo | The Ripper 7/? (Sekai)

Paring : Sehun x Jongin
Warning : m/m,pg-13,shot fiction,fantasy,romantic, drama,horror,bottom!jongin
มาแหล่วค่าาา ครบตอนแล้วนาจา ^^;
ฝาก #fictheripper ด้วยน้าา
เติมกำลังไฟ สุมใจ ให้หนูหน่อยจิ กลัวไฟมันจะมอดละเกิ๊น
แต่ยังไงก็ขอบคุณติดตามค่ะ
(**โปรยจูบ**) (**รักเสมอ**)

..

นับตั้งแต่วันนั้นจงอินก็ได้เพื่อนร่วมคลาสคนใหม่อย่างเซฮุน ซึ่งในข้อนี้ส่งผลให้เด็กหนุ่มได้ใช้เวลาร่วมกับอีกฝ่ายมากขึ้น เรียกได้ว่าในแต่ละวันของจงอินนั้นจะมีเจ้าของดวงตาสีอำพันคนเดิมวนเวียนอยู่ข้างๆเกือบจะตลอดเวลา
 ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่มันก็ไม่ได้ฟังดูแย่ขนาดนั้นในความคิดของเด็กหนุ่ม โอเค ยอมรับก็ได้ว่าจริงๆแล้วเขาเองก็รู้สึกดีที่ได้เห็นอีกฝ่ายในทุกๆวัน มากกว่าการหายตัวไปอย่างไร้การติดต่อเป็นสัปดาห์เหมือนเมื่อก่อน
 
ตลอดช่วงบ่ายของทุกวันพุธจะเป็นชั่วโมงที่นักเรียนของโรงเรียนมัธยมนิวออร์เลียนาต้องใช้เวลาอยู่กับชมรมที่ตัวเองเลือก
 ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับจงอินแล้วชมรมบาสเกตบอลเป็นชมรมเดียวที่จงอินเลือกมาตลอดทั้งที่โรงเรียนเก่าจนกระทั่งย้ายมาเรียนที่นี่
 
อันที่จริงฟินน์และคอนเนอร์คะยั้นคะยอให้เขาเลือกชมรมอเมริกันฟุตบอล ซึ่งเป็นชมรมเดียวกันกับที่เจ้าพวกนั้นเลือก ความคิดแรกที่ลอยเข้ามาในหัวจงอินก็คือมันน่าสนุกดีและคงไม่เสียหายอะไรถ้าได้ลองสักครั้ง
 
ไม่เสียหายอะไร… 
 
เด็กหนุ่มยังจำได้ดีว่าหลังจากในวันแรกที่ได้ลองลงสนามนั้นเขาก็ได้เฝือกอ่อนมาประดับที่แขนข้างซ้ายไปเป็นสัปดาห์ จริงๆแล้วจงอินไม่ได้เป็นเด็กผู้ชายที่ร่างกายอ่อนแอ เขาแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อในแบบของเด็กผู้ชายทั่วไปในวัยเดียวกัน แต่เรื่องที่ทำให้เขาต้องเสียเปรียบสำหรับกีฬาประเภทนี้ก็คือขนาดตัวเพราะเมื่อเทียบกับพวกบิ๊กไซส์อย่างเจ้าพวกนั้นแล้วเด็กหนุ่มจะถูกจัดอยู่ในไซส์มินิทันที เพราะแบบนี้จงอินจึงตัดสินใจว่าบาสเกตบอลคงจะเหมาะที่สุดสำหรับรูปร่างเพรียวบางแบบเขา
 
แต่ในวันนี้ดูเหมือนจะต่างออกไปจากทุกครั้งก็ตรงที่เด็กหนุ่มพาเพื่อนร่วมคลาสคนใหม่เข้ามาในชมรมด้วย
 ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเซฮุนพาตัวเองเข้ามาต่างหากล่ะ
 
หลังจากที่จงอินแนะนำอีกฝ่ายให้เพื่อนในชมรมบางคนรู้จักกันแล้ว ทั้งคู่ก็อยู่ในชุดที่พร้อมสำหรับการลงสนาม เนื่องจากว่าสนามบาสของโรงเรียนมีจำนวนจำกัดจึงทำให้ในหนึ่งสนามนั้นต้องแบ่งกันเล่นคนละครึ่งสนาม ซึ่งจงอินและเซฮุนต่างก็เลือกที่จะเล่นกันคนละฝั่ง
 
เวลาผ่านไปพอสมควรที่สามารถเรียกเหงื่อให้กับเหล่าเด็กๆในสนาม ซึ่งดูเหมือนว่าจงอินคอยแต่จะหยุดสายตาเอาไว้ที่ เซฮุนหลายต่อหลายครั้ง นั่นทำให้เด็กหนุ่มได้ข้อมูลเกี่ยวกับอีกฝ่ายเพิ่มมาอีกข้อ นั่นก็คือเรื่องฝีมือการเล่นบาสเกตบอลของเซฮุน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะคุ้นเคยกับกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างดี ซึ่งดูได้จากทักษะและการเคลื่อนไหวต่างๆ
 
อ่อ…หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายในแบบที่มนุษย์ธรรมดาทำกันน่ะนะ
 
จงอินกำลังมองภาพที่ทำให้เขารู้สึกถึงก้อนเนื้อด้านซ้ายที่อยู่ๆก็บีบและคลายอย่างรวดเร็วขึ้นมาเสียดื้อๆ ภาพที่เซฮุนเพิ่งทำคะแนนให้กับทีมของตัวเองไปเมื่อสักครู่อยู่ในกรอบสายตาของเด็กหนุ่มในเวลานี้ ก่อนที่เขาจะรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกมองกลับมาจากอีกฝ่ายเช่นกัน
 
เซฮุนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยให้กับคนอายุน้อยกว่าที่กำลังใช้สองมือของตัวเองนั้นยกนิ้วหัวแม่มือให้ราวกับว่าเป็นรางวัลแก่เขา ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆก่อนจะใช้นิ้วชี้ข้างหนึ่งชี้ที่แก้มขาวจัดของตัวเองพร้อมกับพองลมไว้เล็กน้อย
 
เพียงเท่านั้นจงอินก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร ใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มตีหน้ายุ่งก่อนจะทำทีเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย ซึ่งท่าทางนั้นกลับเรียกเสียงหัวเราะทุ้มๆจากเซฮุนได้เป็นอย่างดี
 
เด็กหนุ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมสองสามประโยคก่อนจะเดินออกมาจากสนามและทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวที่วางเรียงกันบริเวณด้านข้างของสนาม จงอินหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในตะกร้าข้างตัวขึ้นมาเช็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นตามโครงหน้าของตัวเอง
 
ไม่กี่นาทีถัดมาตำแหน่งที่นั่งข้างๆที่เคยว่างอยู่ก็ไม่ว่างอีกต่อไป เพราะคนมาใหม่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งแทนที่ เซฮุนใช้มือเสยเส้นผมสีเทาว่างของตัวเองไปทางด้านหลัง เสียงลมหายใจที่ค่อนข้างแรงและถี่ของอีกฝ่ายทำให้บรรยากาศรอบตัวของจงอินนั้นร้อนขึ้นตามไปด้วย
 
แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องตกใจเพราะอยู่ๆอีกฝ่ายก็ล้มตัวลงนอนบนหน้าตักของเขาอย่างถือวิสาสะ
 
“เซฮุน!!”
 
เจ้าของชื่อปิดเปลือกตาลงและแสร้งทำเป็นไม่สนใจกับคนที่สนทนาด้วย ใบหน้าหล่อเหลาเพียงแค่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยกลับไปเท่านั้น และนั่นทำให้คนอายุน้อยกว่าไม่พอใจขึ้นมาทันที
 
“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!!”
 
เด็กหนุ่มพยายามใช้แขนทั้งสองข้างงัดเข้าที่ลำตัวของอีกฝ่ายที่กำลังนอนทับขาของเขาอยู่ แต่ก็พบว่าไม่เป็นผลสำเร็จ เซฮุนยังคงเพิกเฉยต่อปฏิกิริยาที่ได้รับจากจงอิน
 
ไม่นานทุกอย่างก็อยู่ในสภาพปกติของมัน ไม่มีการผลัก ไม่มีการดันอีกต่อไป จงอินใช้สายตาไล่มองใบหน้าสมบูรณ์แบบของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา และเขาเพิ่งจะสังเกตว่าตามขมับของเซฮุนเปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ เด็กหนุ่มจึงค่อยๆใช้มือปาดเอาหยดน้ำใสๆนั่นออกอย่างเบามือ
 
และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาพอดี ดวงตาสีอำพันคู่เดิมยังคงดึงดูดเขาได้อยู่เสมอไม่ว่าจะในเวลาไหนก็ตาม อย่างในตอนนี้ เขาไม่รู้ว่าผ่านไปแล้วกี่นาทีที่สายตาของเราทั้งคู่ยังคงประสานกันอยู่
 
อยู่ๆความคิดที่ว่าจะดีแค่ไหนหากอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา ก็ลอยเข้ามาในหัวสมองของจงอินอย่างห้ามไม่ได้ เด็กหนุ่มตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่าเขาคงจะมีความสุขมากไม่น้อย ถ้าหากเขามีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆโดยที่ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้น
 
ซึ่งจงอินได้แต่คิด และหวังอยากให้มันเป็นแบบนั้น
“คิดอะไรอยู่ …”
ในที่สุดเซฮุนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น
 
เด็กหนุ่มส่ายศรีษะเบาๆเป็นการปฏิเสธคำถามของอีกฝ่าย
 
“นายเห็นห่วงนั่นใช่ไหม” 
ชายหนุ่มถามขึ้นและใช้สายมองไปยังแป้นบาสที่อยู่ในสนาม 
“เมื่อก่อนใช้ตะกร้าใส่ลูกพีชแล้วก็ตอกตะปูติดมันเข้ากับผนังของโรงยิม” 
เซฮุนอมยิ้มพลางนึกถึงในตอนที่เขาเพิ่งจะรู้จักกีฬาชนิดนี้ใหม่ๆ
 
“เมื่อก่อน?…”
 
“ปลายปี 1891 ฉันเที่ยวเล่นอยู่แถวๆสปริงฟิลด์เลยได้ลองเล่นกับพวกเพื่อนๆ”
 
ถึงตรงนี้จงอินขมวดคิ้วหลวมขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มเลือกที่จะถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจเขามานานออกไป 
“คุณ…อายุเท่าไหร่กันแน่?”
 
“อันที่จริงฉันก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมานานแล้วนะ แต่ถ้านายอยากรู้ … ” 
เซฮุนลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันหน้ามาทางเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างของเขา 
“ตั้งแต่ปี 1877 ฉันอายุ 23 …” 
ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางและเบนสายตาไปยังสนามซึ่งเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับลูกกลมๆเพียงลูกเดียว
 
“จนถึงตอนนี้…”
 
จงอินมองภาพด้านข้างของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ เซฮุนในตอนนี้ดูไม่เหมือนเซฮุนที่เขารู้จัก เด็กหนุ่มสงสัยขึ้นมาว่าทำไมเวลานี้เขาสัมผัสและรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างที่มาพร้อมกับความโดดเดี่ยวจากอีกฝ่าย
 
“เด็กโข่ง”
 
“อะไรนะ?” 
ชายหนุ่มหันกลับมาทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูด เซฮุนมองใบหน้าของคนข้างตัวแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่
 
“มีอย่างที่ไหนอายุตั้ง 23 แล้วยังจะมาเรียนเกรด10อยู่อีก แบบนี้เขาเรียกว่า เด็กโข่ง”
 
เดี๋ยวนะ ถึงแม้เซฮุนจะไม่ค่อยเข้าใจกับคำว่า เด็กโข่ง สักเท่าไหร่ แต่เขามั่นใจว่าความหมายของมันคงจะไปในทางลบแน่ๆ แต่ช่างหัวเรื่องนั้นไปก่อน
 
ตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจก็คือภาพของคนที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆคลายหัวคิ้วที่ผูกติดกันออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นอมยิ้มและก่อนที่จะยิ้มกว้างขึ้นไปอีกนั้นทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
 
ให้ตายสิ! เด็กคนนี้
 
เซฮุนยกมือขึ้นขยี้ลงบนกลุ่มผมสีดำด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะล็อคเข้าที่หลังคอของอีกฝ่ายและรั้งเข้ามาหาตัวเอง กลายเป็นว่าตอนนี้จงอินกำลังดิ้นและพยายามจะดันให้ตัวเองนั้นหลุดออกจากวงแขนของเซฮุน แต่พบว่านั่นเป็นไปด้วยความยากลำบาก
 
ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังต่อสู้กันอย่างไม่เป็นจริงเป็นจังอยู่นั้น เด็กผู้ชายชาวเอเชียที่อยู่ในชุดแบบเดียวกับจงอินและเซฮุนเดินออกจากสนามมายังตำแหน่งที่พวกเขากำลังนั่งกันอยู่ ดูเหมือนว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะมีส่วนสูงที่น้อยกว่าจงอินในระดับหนึ่ง
 
ทรงผมแบบอันเดอร์คัทนั้นเข้ากันได้ดีกับเส้นผมสีไวน์ คิ้วเข้มและหนารับกับโครงหน้าของเจ้าตัว ดวงตากลมโตนั้นมาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉยและไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ
 
“ไง” คนมาใหม่เปิดบทสนทาแรกเพื่อเป็นการทักทายกับพวกเขาทั้งคู่
 
จงอินจำได้ว่าเด็กผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นพี่ของเขา รู้สึกว่าน่าจะอยู่เกรด 12 ถ้าเขาจำไม่ผิด เด็กหนุ่มไม่ค่อยเจออีกฝ่ายในชมรมบ่อยเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นเลย เพราะในแต่ละครั้งที่จงอินเจอนั้นส่วนใหญ่อีกฝ่ายจะยืนอยู่ด้านข้างของสนามกับกลุ่มเพื่อนของเขาเกือบตลอด
“ดีโอ กัปตันทีมนิลวอร์เลีย” คนผมสีไวน์แนะนำตัวก่อนจะเบนทิศทางมายังเซฮุนเพื่อพูดกับเขาโดยตรง
 
“เรากำลังมองหาชู้ตติ้งการ์ดคนใหม่ ฉันคิดว่าบางทีนายอาจจะสนใจ…”

……………………………..

หลังจากที่เด็กผู้ชายคนนั้นบอกว่าตัวเองเป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนและได้ชักชวนให้เซฮุนมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมในตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด โดยที่ฝ่ายนั้นแสดงท่าทางอย่างชัดเจนแล้วว่า หมายถึงเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น หรือก็คือ จงอินไม่ได้ถูกรวมอยู่ในคำชวนจากเจ้าเด็กนั่น จึงทำให้เซฮุนเลือกที่จะปฏิเสธรับคำชวนนั่นไป
 เพราะเหตุผลหลักที่ทำให้ชายหนุ่มมาอยู่ที่ก็คือเด็กผู้ชายที่เพิ่งจะเรียกเขาว่า เด็กโข่ง ไปเมื่อตอนบ่ายนั่นแหละ
 
 ถ้าในที่ที่ไปไม่มีจงอิน เขาก็จะไม่ไปไหนทั้งสิ้น
 ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้ด้วยแล้ว…
 
 พอคิดถึงตรงนี้เซฮุนก็อดที่จะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ เขาจำเป็นต้องทิ้งให้จงอินไปทำงานพิเศษที่ร้านบ้าบออะไรนั่นคนเดียว เพราะเขามีนัดกับใครบางคนซึ่งเขาก็ไม่ได้เต็มใจจะไปเจอเท่าไหร่นักหรอก แต่เนื่องจากว่ามันเลี่ยงไม่ได้และที่สำคัญมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวจงอินที่เขากังวลใจอยู่ในตอนนี้
 
 แขนยาวภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำยกขึ้นใช้มือผลักประตูเหล็กบานหนาก่อนจะพาร่างสูงโปร่งของตัวเองเข้าไปด้านใน
 
 เซฮุนใช้สายตากวาดมองบรรยากาศโดยรอบภายในบาร์แห่งนี้ มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นอยู่ในร้านประมาณสามถึงสี่กลุ่มประจำโต๊ะทรงสูงที่ปราศจากเก้าอี้ ด้านหน้าของเขาเป็นบาร์ยาวที่เรียงรายไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายชนิด และมีบาร์เทนเดอร์สาวหนึ่งคนที่คอยให้บริการ
 
 ริปเปอร์หนุ่มเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆชายหนุ่มร่างสูงใหญ่อีกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว คนอายุมากกว่ารินเครื่องดื่มไม่มีสีแต่มีระดับแอลกอฮอล์สูงปรี๊ดลงในแก้วซ็อตขนาดเล็กอีกแก้วก่อนจะเลื่อนให้มันมาอยู่ตรงหน้าเขาพอดี
 
 เซฮุนยกแก้วใบนั้นขึ้นเทของเหลวสีใสเข้าไปในปากของตัวเองรวดเดียวจนหมดและวางมันลงที่เดิม
 
 “เราไม่ได้ดื่มด้วยกันแบบนี้มานานแล้วนะ ว่าไหม” 
 อีกฝ่ายเปิดบทสนทาขึ้นซึ่งนั่นเรียกการแสยะยิ้มจากเซฮุนออกมาได้ทันที
 
 “เท่าที่จำได้ รู้สึกจะไม่เคย…”
 
 “…”
 
 ดูเหมือนว่าชานยอลจะสร้างความเงียบขึ้นมาระหว่างที่กำลังสนทนา ซึ่งเซฮุนไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ชายหนุ่มยกขวดแก้วทรงสูงที่บรรจุของเหลวใสนั่นเทลงในแก้วช็อตของตัวเองอีกครั้ง และเขาก็ดื่มมันรวดเดียวจนหมดเหมือนอย่างในทีแรก
 
 “ฉันเกลียดจริงๆไอ้นิสัยชอบสร้างนิทานหลอกเด็กของนาย”
 
 ชานยอลขมวดคิ้วแน่นขึ้น เม้มริมฝีปากของตัวเองอย่างใช้ความคิดที่จะหาเหตุผลดีๆสักข้อเพื่อมาอธิบายให้น้องชายฟังแต่มันก็ยากเกินความสามารถของตัวเขา
 
 “ฉันเปิดโลงศพทุกโลงในสุสานนั่น เพราะเชื่อว่านายอยู่ในนั้น” 
 เซฮุนเริ่มเทเครื่องดื่มนั้นลงในแก้วของตัวเองอีกครั้ง 
 “แต่แล้วความจริงที่รู้มา มันทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่อีกครั้ง”
 
 “…”
 
 “รู้ไหม ตอนที่เปิดโลงสุดท้ายแล้วพบว่ามันไม่ใช่นาย ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวฉันคืออะไร”
 
 “…”
 
 “ฉันคิดว่ามันจะรู้สึกดีแค่ไหนถ้าได้ทำให้หัวใจของนายหยุดทำงานด้วยมือของฉันเอง”
 
 “เซฮุน…”
ชานยอลหันมาเผชิญหน้ากับน้องชายตัวเอง ซึ่งพบว่าฝ่ายนั้นก็หันมาเช่นเดียวกัน คนเป็นพี่มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่เดิมที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด ในตอนนั้นมันเป็นสีดำสนิทและเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ ซึ่งต่างจากดวงตาสีเหลืองอำพันในตอนนี้ที่กำลังวาวด้วยความแค้นอย่างไม่มีการปิดบังใดๆ
 
ทุกคนต่างก็มีเหตุผลรองรับของตัวเอง เซฮุนคิดเช่นนั้น แต่หลายต่อหลายครั้งที่คนตรงหน้านี้ทำในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นเขาที่ถูกพี่ชายของตัวเองทำให้ดูเหมือนเป็นตัวตลก เหมือนเป็นคนไม่เอาไหนอยู่เสมอ
 
ท้ายที่สุดเซฮุนก็เป็นฝ่ายขยับตัวก่อน เขาคว้าเอาแก้วช็อตที่บรรจุของแอลกอฮอล์ยกขึ้นดื่มรวดเดียวเหมือนอย่างเคย เขาไม่อยากที่จะสนทนาอะไรกับอีกฝ่ายต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ตอนนี้ชายหนุ่มไม่อยากแม้แต่จะอยู่ในบาร์แห่งนี้ด้วยซ้ำ
 
เขาเกลียด เกลียดเจ้าวอร์ล็อคที่นั่งอยู่ข้างเขา เกลียดพี่ชายของตัวเองมากเหลือเกิน
 ริปเปอร์หนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี้โลหะที่ตัวเองนั่งอยู่ แต่แล้วอีกฝ่ายก็เอ่ยประโยคที่ทำเขาต้องหยุดการกระทำนั้นไป
 
“นายต้องซ่อนเด็กคนนั้นจาก…เขา… ถ้าเราร่วมมือกันฉันสัญญาว่าจงอินจะปลอดภัย”
 
คิ้วเรียวถูกขมวดเข้าหากันทันที เซฮุนใช้ลิ้นดันบริเวณกระพุ้งแก้มตัวเองอย่างหัวเสีย ไอ้เรื่องบ้าๆนี่ก็เหมือนกันเมื่อไหร่มันจะจบไปสักที ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นจงอินที่ เขาคนนั้น กำลังตามหา
 
ทำไมต้องเป็นเด็กคนนั้น คนที่เขาผูกทั้งชีวิตและจิตวิญาณของตัวเองเอาไว้
 
แต่เซฮุนมั่นใจว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนก็ตามทำอะไรจงอินแน่นอน ชายหนุ่มตัดสินใจนำมีดขนาดเล็กที่พกติดตัวไว้ออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะใช้ของมีคมนั่นกรีดลงบนฝ่ามือของตัวเอง ของเหลวหนืดสีแดงเข้มค่อยๆไหลออกมาจากบาดแผลนั่นอย่างช้าๆ
 
เซฮุนนำแก้วช็อตที่ตัวเองเพิ่งจะดื่มของเหลวที่อยู่ในนั้นหมดไปมาลองรับเอาเลือดสีเข้มจากฝ่ามือของเขาจนมันเพิ่มถึงปริมาณเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของแก้วเท่านั้น ก่อนจะเลื่อนแก้วที่บรรจุของเหลวสีแดงไปทางวอร์ล๊อคที่นั่งอยู่ด้านข้าง
 
ชานยอลเมื่อเห็นสิ่งนั้นก็เข้าใจได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการที่จะให้เขาทำอะไร
 
“ให้ สัจจะ มา… สัญญากับฉันว่าจงอินจะปลอดภัย”
 
ชานยอลหลุบสายตาลงมองแก้วขนาดเล็กที่อยู่ในมือของตัวเอง ถ้าเขาดื่มเลือดของอีกฝ่ายก็จะถือว่าการให้สัจจะครั้งนี้สมบูรณ์ นั่นคือเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เด็กคนนั้นเป็นอันตรายตามที่ได้สัญญากับคนตรงหน้านี้
 
ซึ่งนั่นหมายความว่า เขาไม่สามารถผิดคำพูดกับผู้รับสัจจะได้เลย
 
เซฮุนจ้องลึกลงในดวงตาสีฮาเซลคู่โตด้วยความท้าทาย และในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องยกมุมปากขึ้นอย่างพอใจเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะดื่มของเหลวหนืดสีแดงเข้าไปรวดเดียวจนหมด
 
ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูงของตัวเองแล้วในเวลานี้ เขาเดินเข้าไปกระซิบบางอย่างที่ข้างใบหูผู้เป็นพี่ชายของตัวเองเบาๆ
 
“จริงๆแล้วคนของฉัน ฉันดูแลเองได้ แต่ในเมื่อนายให้สัจจะมาแล้ว…ก็ช่วยทำตามนั้นด้วยละกัน”
 
เซฮุนใช้มือตบเบาๆลงบ่าแกร่งสองสามที ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกเรื่องที่เขาต้องการที่จะให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“อ่อ ถ้านายกำลังสงสัยเรื่องแหวนของฉัน…..จะบอกให้ก็ได้ว่า วอร์ล็อคที่ลงเวทย์…เป็นคนเดียวกับที่นายคิดนั่นแหละ”
 
และก่อนที่ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันจะเดินจากไปพร้อมกับทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่ในบาร์แห่งนั้นคนเดียว

….

..

.

TBC

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.