
Smart City, Happy City
เมืองอัจฉริยะ คำนี้อาจจะได้ยินกันค่อนข้างบ่อยโดยเฉพาะในยุคที่อะไรก็ 4.0
แต่เราเคยคิดกันจริงๆหรือเปล่าว่าเราในฐานะผู้อยู่อาศัยของเมืองนั้นจริงๆแล้วเราต้องการ”เมืองที่ฉลาด”หรือเราต้องการ”เมืองที่มีความสุข”
.
ความสุขของผู้อยู่อาศัยในเมืองเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ความปลอดภัย ไปจนถึงความสะดวกสะบายและความพึงพอใจในรูปแบบและระดับต่างๆ
.
ตัวอย่างเช่นคงจะสบายตาถ้าในเมืองมีพื้นที่สาธารณะที่สะอาด เรียบร้อย ไม่มีของระเกะระกะเสียหาย คงจะสดชื่นใจถ้ามีพื้นที่สีเขียวแม้จะเล็กๆแต่เต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธ์ คงจะสุขภาพดีถ้ามีถนนหนทางที่ให้คนสูงอายุได้เดินออกกำลังและมีเลนปั่นจักรยานที่ใช้สัญจรไปมาในที่ต่างๆอย่างปลอดภัย คงจะสุขใจถ้ามีสนามเด็กเล่นและเครื่องเล่นต่างๆให้เด็กได้เล่นกันและใช้ในการพัฒนาตัวเอง
.
มันคงจะดีถ้าตัวอย่างต่างๆเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นมาเป็นเป้าหมายก่อนสำหรับการสร้างเมือง แล้วค่อยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่างๆมาเติมเพื่อให้เมืองฉลาดในการทำเป้าแห่งความสุขต่างๆเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้จริงมากที่สุด
.
ด้วยวิธีคิดนี้ เราน่าที่จะมีเมืองหรือ Living Community ที่ฉลาดและมีความสุขเกิดขึ้นได้ เราจะมีแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ช่วยเพิ่มกิจกรรมให้ผู้อยู่อาศัยได้มีโอกาสสร้างสังคมดีๆร่วมกัน ลดความเครียดระหว่างวันที่พบเจอมาจากภายนอกไม่ว่าจะจากรถติด มลพิษต่างๆ หรือประชากรหนาแน่นจนเกินไปในบางพื้นที่
.
ด้วยการเอาเป้าของการออกแบบเพื่อ “ความสุขมานำ” แล้วค่อยเอา “เทคโนโลยีมาตาม” เราจะมีเมืองและที่อยู่อาศัยที่เป็นแหล่งพลังบวกและก่อกำเนิดโอกาสทางความสุขขึ้นได้มากมาย เราจะไม่ใช่มีแค่เมืองหรือที่อยู่อาศัยที่ดูฉลาดด้วยเทคโนโลยีล้ำๆเรียงรายแต่ตัวผู้อยู่อาศัยไม่สามารถนำมันมาใช้ได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างความสุขและคุณภาพของชีวิตจริงๆ
#SmartCity
#HappyCity
