บทความแนะนำตัวเอง

ขึ้นหัวข้อมาว่าบทความแนะนำตัวเอง ทำให้นึกย้อนไปถึงสมัยวัยเด็กที่คุณครูมักจะบังคับให้นักเรียนเขียนรายงานประเภทนี้ส่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคุณครูได้อ่านทั้งหมดหรือเปล่า หรือเพียงแค่อยากจะให้เด็กนักเรียนฝึกหัดเขียนเล่น ๆ จากเรื่องใกล้ตัว แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ตั้งแต่เด็กยันโตเราก็ยังคงต้องเขียนอยู่สม่ำเสมอ เพียงแค่เปลี่ยนจากอุปกรณ์ในการเขียนนิดหน่อย เรียกว่าเป็นวิวัฒนาการเขียนเลยทีเดียว จากตั้งแต่เริ่มหัดเขียนจากกระดาษ และดินสอ โตขึ้นมาหน่อยก็กระแดะใช้ปากกา เปลี่ยนหน้าตาจนลามไปถึงเครื่องพิมพ์ดีด (ใช่ครับ ผมเคยพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ดีด สมัยนั้นยังพิมพ์ไม่เก่งเท่าไหร่) จนกลายมาเป็นพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ ลามไปจนถึงสมาร์ทดีไวซ์ จนไม่มั่นใจว่าในอนาคตเราจะเปลี่ยนวิธีการเขียนไปเป็นแบบอื่นอีกหรือไม่ แต่ถึงแม้วิธีการเขียนจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม แต่วิถีการเขียนในแบบของตัวเองจะยังคงอยู่เสมอ

การเขียนจริง ๆ แล้วเป็นอีกศาสตร์ลึกลับที่น่าค้นหา มนุษย์เราสามารถเขียนเพื่อสื่อสารได้หลากหลายช่องทาง หลากหลายรูปแบบ สามารถทำให้คนเชื่อ หรือคล้อยตามได้ แม้กระทั้งกลายเป็นประเด็นเพื่อถกเถียงกันไปเลยก็มี แต่ละคนก็มีวิธีเขียนในแต่ละสไตล์ การเขียนไม่มีกฎตายตัว ไม่มีจุดสิ้นสุด หรืออยากจะกำหนดขอบเขตในการเขียนก็ยังสามารถทำได้อีกเช่นเดียวกัน แล้วสไตล์การเขียนของผู้เขียนนี้เป็นอย่างไร ? เป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายมาก “ไม่รู้ว่ะ” อืมม ไม่ได้กวนนะครับ แต่ผู้เขียนก็ไม่ทราบจริง ๆ ว่าทำไมเราจะต้องมากำหนดตัวเองว่าถนัดเขียนแนวไหน ชอบแบบไหน สไตล์ไหนด้วย ทั้ง ๆ ที่เราสามารถที่จะเลือกเขียนได้ และก็ไม่ได้สักแต่ว่าเขียนไปวัน ๆ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “ชีวิต มีวิถีทางของมัน” การเขียนของผู้เขียนก็เช่นเดียวกัน

ในตามความเป็นจริงเราอาจจะเลือกเขียนแต่สิ่งที่เราชอบ สนใจ ถนัด หรือพอมีความรู้ในด้านนั้น ๆ แต่ถ้าทำแบบนั้นก็จะดูตระหนี่ในการเปิดรับแนวทางใหม่ ๆ สำหรับตัวผู้เขียนเอง การเขียนในเรื่องราวที่ผู้เขียนไม่เคยรับรู้มาก่อน ผู้เขียนจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการศึกษาหาข้อมูลเรื่องราวนั้น ๆ เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้เหล่านั้นนำมาเขียนได้ เป็นการเปิดโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ให้กับผู้เขียน ทั้งยังได้อารมณ์การเขียนที่สดใหม่ในแบบฉบับของคนเพิ่งตื่นรู้ สื่อสารผ่านทางตัวอักษร อาจจะได้อรรถรสใหม่สำหรับคนอ่านก็เป็นไปได้

สำหรับตัวผู้เขียนเองมีความรู้ และความสนใจในด้านภาพยนตร์ สื่อบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ การเดินทาง การท่องเที่ยว การใช้ชีวิต จิตวิทยา ปรัชญา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ในสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นนักศึกษา ผู้เขียนได้เขียนบทภาพยนตร์สั้นเพื่อสำหรับการถ่ายทำมาหลากหลายแนว พร้อมทั้งยังมีเอกสารสำคัญที่ใช้ในการถ่ายทำ (งานผู้ช่วยผู้กำกับ) ในการทำบทหนังแต่ละเรื่องจะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะเมื่อเราเพ้อเจ้อได้ที่กับเรื่องที่เราอยากจะเล่าแล้ว ก่อนที่จะเริ่มลงมือเขียนจริงจัง ก็จำเป็นจะต้องออกไปสืบหาข้อมูลเพื่อนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประกอบการเขียนบท เพื่อให้ภาพยนตร์ที่ออกมาดูสมจริง หรือเป็นไปในแนวทางที่ต้องการได้ ผู้เขียนไม่ใช่คนขี้โม้ จึงทำให้ไม่สามารถที่จะเขียนอะไรเกินจริงได้เลย (ยกเว้นการเขียนบทแบบเซอร์เรียล) ทุกครั้งก่อนที่จะลงมือเขียน ผู้เขียนจะต้องมั่นใจเสียก่อนว่าสารที่เราจะเขียนลงไปนั้นมีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด แล้วจึงค่อยแต่งแต้มจินตนาการลงไปในงานเขียนนั้น ๆ ให้ออกมาสำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และผู้เขียนยังมีนิสัยอีกอย่างที่ตนเองไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ นั่นก็คือ การอ่านทวนบทความซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ ซึ่งแต่ละรอบจะต้องมีการแก้ไขอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลบคำ เพิ่มคำ แก้คำผิด แก้เสร็จ ก็ต้องนั่งอ่านมันอีกรอบ แล้วก็นั่งแก้ใหม่ จนกว่าจะอ่านแล้วดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้แก้แล้ว จึงจะเป็นการสิ้นสุดการเขียนอย่างแท้จริง (บทความนี้ก็เช่นเดียวกัน)

หากท่านได้งานบทความชิ้นนี้มาจวบจนถึงบรรทัดนี้ แสดงว่าผู้อ่านกำลังเดินทางมาถึงย่อหน้าสุดท้ายของบทความนี้แล้ว ท้ายที่สุดนี้ผู้เขียนมีอะไรบางอย่างที่ลืมบอกกับผู้อ่านในตอนแรกก่อนเริ่มอ่านว่า “ขอให้อ่านให้สนุกนะครับ” แค่นี้ล่ะครับ

สวัสดีครับ…