ปั่นจักรยานไปเขาใหญ่ คนเดียวก็ดีไปอีกแบบ

ขอเล่าที่มาก่อนนิดนึง ด้วยความที่ชอบปั่นจักรยานมาตั้งแต่เด็กๆ แต่แม่ไม่สนับสนุนเก็บเงินซื้อจักรยานเองตั้งแต่สมัยเด็กๆ และพอโตมาเข้ามหาลัยปี 1 ก็เก็บเงินก้อนแรกซื้อฟิกเกียร์ ช่วงนั้นฟิกเกียร์เพิ่งเริ่มเข้ามา เฟี้ยวฟ้าวรองเท้าแก้วกันเลยทีเดียว ต่อมาปี 3 ได้จัดเสือหมอบแฮนตรง Miyata มือสองของญี่ปุ่น ด้วยเงินน้อยก็ได้แค่นี้แหละครับ ใช้ปั่นไปเรียนทุกวัน แต่จะเรียนกี่วันก็แล่วแต้ ด้วยผมเรียนอยู่ที่มหิดล ที่นี้จักรยานเป็นฮิตติดชาร์ต เนื่องด้วยบรรยากาศน่าปั่นมีเลนจักรยานกว้างขวางบางนา บางวันก็ไปปั่นพุทธมณฑลตอนเย็นๆ เรียนจบแม่ถอยรถให้ รถจักรยานนะครับ เป็นยังไงครับไม่เหมือนครอบครัวอื่นหรอกครับ ฮ่าๆ จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากขออะไร แค่แม่ส่งเราเรียนจบก็พอแล้ว จักรยานคันนี้เป็นเสือภูเขา รุ่น Bainchi Kuma 2014 จักรยานคันนี้แหละครับที่จะเป็นตัวเดินเรื่อง

เขาใหญ่เหรอไม่ไกลหรอกแค่นครนายกและก็ปราจีนบุรีเอง

คำพูดด้านบนเป็นคำพูดผมพูดกับตัวเองในใจ ตอนนั้นปลายเดือนพฤศจิกายน 2014 เพิ่งเริ่มเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานมาไดุ้ครึ่งปี ปีแรกไม่มีวันลาแต่อยากออกเที่ยวชิชิคูคูบ้างก็ช่วงเสาร์อาทิตย์นี้แหละไป ความหนุ่มมันทำให้ห้าวไปไหนดีที่คิดออกก็เขาใหญ่ยังไม่เคยไปเลย ก็ลองหาข้อมูลอยู่อาทิตย์หนึ่งน่าจะได้ เตรียมแผนการมาหยาบๆ ตามภาพครับ

ด้วยความหยาบผมจะขอบรรยายสามจบ เริ่มจากปทุม -> นครนายก ->เขาใหญ่ ด่านปราจีน นี้แหละแผน คราวนี้ก็เหลือแค่ขายทริป บอกไว้ตรงนี้ผมนินักขายของตัวยง ขายนี้ตัวเองไม่ได้นะแค่ช่วยดูของให้เพื่อนที่ต้องการจะซื้อของ เราก็บรรยายสเปครายละเอียดราคา อวยวันอวยคืน สุดท้ายเพื่อนก็ได้ซื้อ เราก็แฮปปี้เพื่อนเสียงตังค์ ฮ่าๆๆ แต่กับทริปจักรยานมันผิดคาด ไม่มีใครไปกับผมเลย เอาละไม่มีใครไปก็ไม่สนไปคนเดียวเลย Goooooooo!

และนี้คือจักรยานผมที่เพิ่งสั่งแร็คหลังมาแต่กระเป๋าจักรยานยังไม่มาก็เลยตามสภาพ

การเตรียมตัวก่อนปั่นทางใกล ไม่มีไรมากเพราะผมปั่นไปทำงานทุกวันวันละ 20 กิโลเมตร บวกกับก่อนหน้านี้ปั่นไปอยุธยา จากกรุงเทพไปกลับก็สบายๆ สิ่งของที่ผมเตรียมคือ

  • กระเป๋า ใส่สัมภาระเครื่องใช้ส่วนตัว
  • ชุดปะยาง ยางสำรอง
  • สูบลม
  • ประแจเครื่องมือ
  • ไฟติดรถ หน้าหลัง ไฟฉาย
  • กล้องถ่ายรูป
  • น้ำ สำคัญมากๆ

เวลา 5:45 เริ่มออกเดินทางกัน ผมเริ่มออกจากบ้านด้วยความว่องไว กระโดดควบจักรยานโดนหว่างขาจุกไปหนึ่งทีเกือบไม่ได้ไป ถึงฟิวเจอร์ 6โมง จากนั้นปั่นต่อไปตามเส้นองครักษ์ ไปถึงแถว มศว ประมาณ 8:30 แวะกินหมูปิ้งที่ศาลานกขี้ มีแต่ขี้นกเต็มศาลา กินเสร็จนั่งพัก 9โมง เริ่มปั่นต่อ เริ่มเจอจักรยานเสือหมอบมากันสองคัน ปั่นแซงสลับไปสลับมาก็ได้หยุดทักทายใกล้ๆ 11 โมง จากนั้นแวะพักปั้มในนครนายกกินชาเขียวหนึ่งแก้ว แล้วก็ปั่นต่อจนเกือบเที่ยงทานข้าวระหว่างเส้นนครนายก ปราจีนบุรี และก็ปั่นต่อจนถึงด่านเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรีตอนบ่ายโมงพอดี

โชคไม่ดีเจอฝนตรงน้ำตกเหวนรก ติดฝนอยู่ชั่วโมง ด้วยความกลัวว่าจะขึ้นไม่ทันมืดก็เลยปั่นออกทั่งที่ฝนยังตกแต่ไม่แรงมากตอนบ่ายสองครึ่ง ความโชคร้ายซ้ำเติมแบบคอมโบเซ็ต ฝนตกหนักกว่าเดิมมากๆปั่นไม่ไหวต้องลงมาเดินจูงรถท่ามกลางฝนตกหนัก ช้างก็กลัว เนินก็ชัน เดินๆปั่นๆตากฝนน่าสงสารไม่มีใครสน ฮือๆ ประมาณ หนึ่งชั่วโมงฝนที่หนักก็หยุดแดดที่ร้อนก็มา ตามภาพด้านบน ปั่นต่ออีกครึ่งชั่วโมงก็ตกอีกแต่ไม่หนักมาก จนถึงจุดกางเต้นลำตะคลองใกล้หกโมงเกือบมืด ผมรีบหาทำเลจอดจักยานเพราะคนเยอะมาก ได้เช่าเต้นและผ้าห่ม รวมๆ 240 บาท กางเต้นเสร็จรีบไปทานข้าวเพราะร้านอาหารจะปิดทุ่มนึง ได้ทานข้าวแบบชิวเฉียด ได้เวลาอาบน้ำเป็นอะไรที่ท้าทายมากเมื่อคุณต้องลุยดงทาก ระหว่างอาบน้ำก็มีทากเกาะรอบผนังห้องน้ำ อาบไปเสียวไป ที่เซอร์ไพรซ์กว่าคือขี้คนห๊ะในห้องน้ำตรงรูระบายน้ำ นี้ต้องเจออะไรหนักมามากแล้วนะ หนักกว่านี้มีอีกมั้ย เอามา เอามา ฮ่าๆๆ วันนี้จบไปด้วยความเหนื่อยมากมาย หลับฝันดี ราขึ้นตีนสวัสดิ์

ตื่นเช้าไก่ไม่ขันแต่มีกวางมาปลุกตามเต้นไอเราตื่นเต้นรีบเปิดเต้นมาดูปรากฏเด็กสดุดเต้น โห่วๆๆ เช้านี้เราตามล่ากวางรอบบริเวณลำตะคอง และนี้คือภาพที่ได้ โครตชัดล้ำลึก นึกว่าความละเอียด VGA ฮ่าๆ

วันนี้เราตื่นเช้าเพื่อไปเดินเล่นผากล้วยไม้แต่ด้วยไม่มีข้อมูลถามใครก็แนะนำเราไม่ได้ เราเลยเริ่มเดินเข้าป่าไปจากจุดกางเต้นผากล้วยไม้ด้วยความหวังว่าจะเจอผากล้วยไม้เพราะฟังดูจากชื่อมันทำให้เราอินนึกถึง อังกอร์ ทองห้า ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว เราเดินเข้าไปคนเดียวแบบไม่กลัวเดินไปไกลมากประมาณ สามกิโลกว่าๆ ก็กลับเพราะเส้นทางไม่เห็นทางเดินเป็นป่ารกและเต็มไปด้วยขี้ช้างและร่องรอยของช้างสดๆหอมกรุ่น และก็ได้ภาพชิชิคููมา

This slideshow requires JavaScript.

กลับออกมาจากป่าก็คว้าจักรยานพุ่งตรงไปเก็บเต้นอาบน้ำและก็ไปต่อวันนี้ต้องปั่นกลับแล้ว

เป้าหมายของวันนี้คือปั่นกลับกรุงเทพ แวะเขาเขียวและน้ำตกเหวนรก จากนั้นก็ปั่นกลับ ยันวันกลับก็ไม่ราบรื่นนะครับผมปั่นเข้าไปกะจะขึ้นเขาเขียวซึ่งมันต้องแวะเข้าไปไกลอยู่กว่าจะถึงทางขึ้นพอถึงกลับพบป้าย ห้ามขึ้นข้างบนมีหินถล่ม โด่วๆๆ ซวยตั้งแต่เริ่ม อะไม่เป็นไรเก็บภาพบรรยากาศมาฝาก

ปั่นออกจากเขาเขียวเพื่อไปแวะน้ำตกเหวนรกต่อไปดูความอลังดังเว่อร์ของสายน้ำที่รุนแรงของน้ำตกแห่งนี้กัน

กว่าจะเดินถึงก็ไกลอยู่เหมือนกันเหนื่อยกับบันไดหลายขั้นอย่างกะขึ้นเขาเหลียงซานไปอันเชิญคัมภีร์ กลับไปที่จุดจอดรถแต่ก็เจอความซวยแบบคอมโบเซ็ตอีก คือกุญแจล็อคจักรยานโดนน้ำฝนไขไม่ออก ไม่ได้เอาน้ำมันหยอดมาด้วย คร่าวนี้ต้องขอความช่วยเหลือพี่ๆแถวนั้น เขาเอาน้ำมันเบรคจากรถกระบะมาหยอดให้ ทุกคนช่วยผมดีมากต้องขอบคุณมากๆ กว่าจะได้ออกจากน้ำตกเหวนรกก็บ่ายโมงกลับไม่ทันแน่ๆ ต้องมืดก่อนถึงบ้านแน่นอน ผมเลยโทรให้น้ามารับแถว มศว. องครักษ์ ตอนห้าโมงเย็น แวะกินข้าวตอนบ่ายสองคราวนี้ก็ปั่นยาวๆเลย แต่ยังไม่จบผมมาค้นพบความมหัศจรรย์ของการปั่นก็ตอนขากลับนี้แหละ มันเป็นสามชั่วโมงที่นิ่งมาก ผมปั่นแบบมีสมาธิ และอยู่กับตัวเองมากที่สุด ปั่นผ่านทางเดิมเห็นข้างทาง มันมีความสุขมาก

สรุปการปั่นด้วยข้อมูลจากแอป Starva

กรุงเทพ — ด่านเขาใหญ่

ขาลงจากเขาใหญ่ ถึง น้ำตกเหวนรก

จากการปั่นสองวัน รวมระยะทางแล้วประมาณ 250 กิโลเมตร

เมื่อถึงบ้านผมก็มานั่งสรุปว่าสองวันนี้เราออกไปเหนื่อยทำไม คำตอบที่ได้มาคือ ความสุขของการเดินทางในหลายๆแบบ ตัดขาดจากความวุ่นวายของชีวิต อยู่กับตัวเองและปัจจุบันชั่วขณะ เห็นธรรมชาติที่สวยงาม สบายตา สบายหู สบายสมอง ผมเจอมิตรภาพของผู้คน ได้รับน้ำใจ ความช่วยเหลือ และนี้เป็นอีกหนึ่งทริปที่ผมประทับใจแม้ว่าจะเป็นทริปคนเดียวก็มีความสุขไปอีกแบบ อยากแบ่งปันให้เพื่อนได้รู้ และจดบันทึกให้เราได้จำ ขอบคุณครับ

หมายเหตุ ข้อควรระวังของการปั่นเที่ยวคนเดียวในประเทศไทย

  • ความปลอดภัย ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่ผมคิดว่าจะปั่นได้คนเดียวได้ เส้นที่ผมเลือกปั่นเป็นเส้นทางที่คนส่วนใหญ่ปั่นกันเยอะจึงพบเห็นนักปั่นตลอดเส้น
  • ควรพกอุปกรณ์ให้พร้อมเสมอยามฉุกเฉิน
  • ควรแชร์ตำแหน่งGPS ให้ใครสักคนรู้ ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน

Originally published at ntkslife.wordpress.com on July 6, 2016.