สรุปงาน Freepik space Thailand | งาน Conference ดีๆ ที่ Graphic Designer & Microstocker ไม่ควรพลาด

Nut Teppimol

Freepik space Thailand เป็นงาน Conference ที่จัดขึ้นโดยบริษัท Freepik เว็ป Microstock อีกเจ้าหนึ่งที่กำลังมาแรงสุดๆ (ทั้งในด้านรายได้และความยากในการส่งงาน ฮ่าๆ) โดยภายในงานจะมีตัวแทนบริษัทบินตรงมาจากประเทศสเปนจำนวน 2 ท่าน เพื่อมาแนะนำและตอบข้อสงสัยสิ่งที่ยังค้างคาใจของเหล่า Contributors ร่วมกับเหล่า Ambassador ไทยที่มาแนะนำเทคนิคการทำงานของตัวเองและการส่งงานเข้าในแพลตฟอร์ม freepik

นี่เป็นครั้งแรกสำหรับผมที่ได้เข้าร่วมงานสัมมนาด้าน Graphic Design (ปรกติไปแต่งาน Dev) ทั้งๆที่ตัวเองทำงานด้านนี้มานานกว่า 10 ปี มี Vector ขายบน Shutterstock และบางครั้งก็โหลด Vector ใน freepik มาใช้งานด้วย โดยงานนี้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ราคาบัตร $9.99 (ประมาณ 300 บาท) โดยรวมแล้วสำหรับผมเนื้อหาที่ได้รับเรียกว่าคุ้มค่ายิ่งกว่าราคาบัตรเลยทีเดียว โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น Icon, Photo, Mockup, Vector ซึ่งผมจะมาสรุปแต่ละ Session ให้อ่านกันคร่าวๆ อาจไม่ได้ลงรายละเอียดทั้งหมดนะครับ


Welcome to Freepik Space Thailand & Ambassador and Referral Program

John Stocker (Prakasit Khuansuwan), Álvaro García, and Preena Godhwani

เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดงาน, แนะนำบริษัท Freepik, การเติบโต, และเป้าหมายในอนาคตของบริษัท โดยมีข้อมูลสำคัญคือ ตอนนี้มี contributors ในแพลตฟอร์มทั้งหมดประมาณ 6,000 คน ซึ่งเป็นคนไทยถึง 2,000 คน (ประมาณ 33% เยอะมากกก) ในแพลตฟอร์มของ freepik ตอนนี้ขายทั้ง Vector, Photo, Mockup(PSD), และ Icon ซึ่งอยู่ในแพลตฟอร์มแยกที่ชื่อว่า Flaticon โดยในปีนี้ Freepik เปิดแพลตฟอร์มใหม่ชื่อ Slidesgo สำหรับขาย Presentation slide


1. ICON : How to be successful in Flaticon

Kan Kingpetcharat and Kanin Ambhirosawat

เป็นช่วงที่ผมสนใจมากที่สุด เนื่องจากงานใน Microstock ที่ผมขายส่วนใหญ่จะเป็นงานประเภท Vector ซึ่งสามารถต่อยอดงานมายัง Icon ได้ (หัวข้อนี้เลยจะยาวหน่อย ฮ่าๆ) ผู้บรรยายเริ่มต้นด้วยการอธิบายหลักการของการออกแบบ Icon ที่ดีและสามารถขายได้ โดยสรุปเป็นคอนเซ็ป 2C คือ

- Clean Design
- Clearly in communication

Clean Design การออกแบบต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนว่าชิ้นงานถูกนำไปใช้อย่างไร ซึ่งชิ้นงานของ Icon มีขนาดเล็ก ดังนั้นการออกแบบจึงควรใส่เฉพาะสิ่งสำคัญที่ใช้สื่อความหมาย ไม่ควรลงรายละเอียดมากเกินไป เพราะรายละเอียดเหล่านั้นอาจจะเป็นแค่จุดดำที่ไม่สามารถสื่อความหมายได้เมื่อนำไปใช้งานจริง แถมยังทำให้ Icon เราไม่สวยด้วย

Clearly in communicationในขณะที่เราต้องสร้างผลงานที่มีความแตกต่างจากผลงานเดิมๆในแพลตฟอร์ม แต่เรายังต้องรักษาเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารออกมาด้วย จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ควรระวัง ถ้าในงานใช้เส้นตรงที่สื่อถึงความมั่นคง เราจะเปลี่ยนมาใช้เส้นโค้งก็คงจะไม่สื่อความหมายได้

Icon Style

เป็นรูปแบบ Icon ต่างๆ ซึ่งเราสามารถนำไปใช้งานในการออกแบบของเราได้

เราสามารถทำไอค่อนออกมาได้หลายรูปแบบในการออกแบบครั้งเดียว

Icon Color
ผู้บรรยายเคยไปสอบถามคนที่ซื้อ Icon ว่าได้ใช้สีที่มากับ Icon เลยไหม และได้คำตอบมาว่า ไม่ได้ใช้ แต่การใช้สีที่ดีก็สามารถดึงดูดผู้ที่สนใจมาซื้อ Icon เราได้ โดยแนะนำให้ใช้ 3–4 สี

Inspiration Website & Continuous Research

ผมสรุปรวมเรื่อง Inspiration กับ How to success in Icon design เป็นประเด็นเดียวกัน คือ ดูผลงานของคนอื่นเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบ และทำการ Research เป็นประจำ ดูและสังเกตุ Icon ตาม Website และ Application ต่างๆ

โดยใน Slide จะเห็นว่ามี Material.io มาตรฐาน Material Design โดย Google ดังนั้นการออกแบบ Icon มีส่วนเกี่ยวข้องการออกแบบ Website และ Application

สุดท้ายนี้ การออกแบบ Icon ต้องคำนึงถึง ใครเป็นคนใช้งาน ใช้ที่ไหน ใช้อย่างไร เพื่อจะได้ออกแบบได้ตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งการออกแบบ Icon ที่จะส่งใน freepik ต้องมี 20–50 icons ใน 1 เซ็ท โดยผู้บรรยายแนะนำให้อยู่ในช่วง 30–40 icons

สำหรับผู้ส่งครั้งแรก ต้องส่งไปพร้อมกันทั้งหมด 6 Set ทาง flaticon จะมีการเพิ่มหน้า Contributor’s Dashboard ราวๆเดือนหน้า ซึ่ง UI จะเหมือนใน freepik


2. PHOTO : Streamline your portfolio as a contributor photographer in Freepik

Tirachard Kumtanom and Natsicha Wetchasart

หัวข้อนี้เป็นเรื่องของ Stock photo ซึ่งผู้บรรยายได้โชว์ตัวอย่าง Portfolio ของตัวเองและอธิบายความสำคัญของเรื่อง Branding ซึ่งตัวผู้บรรยายเน้นผลงานด้าน Wood Table Top ซึ่งถ้าเราสร้าง Branding ได้ เวลาลูกค้าต้องการงานแนวนี้ก็จะนึกถึงคุณเป็นอันดับแรก

หาไอเดียใหม่ๆ จาก Trend ซึ่ง Trend เรียกว่าเป็นหัวข้อสามัญของการส่งงานใน Microstock จริงๆ ผู้บรรยายแนะนำให้ Contributor สร้างงานที่อยู่ใน Trend เพราะมีคนต้องการเยอะ โดยอาจจะจับ Trend 2 อย่างมารวมกันเพื่อสร้างผลงานออกมา

สุดท้าย ส่งงานเป็นประจำ โดยงานที่ส่งใหม่ใน Freepik จะได้ป้าย New เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงสำคัญที่รูปของเรามีโอกาสได้เป็นรูป Popular ดังนั้นถ้าเราเชื่อมโยงกับ Trend ในหัวข้อก่อนหน้า โอกาสที่รูปเราจะขายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น

ผู้บรรยายเน้นย้ำเรื่องคุณภาพของผลงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ Freepik ต้องการไม่ใช่ปริมาณ ไม่ควรส่งงานที่มีอริยาบถเดียวกันแต่เปลี่ยนมุมหรือขยับตัวนิดหน่อย เช่น ถ้าจ้างนางแบบมาถ่ายในรูปในธีมพนักงานออฟฟิต สามารถใช้เสื้อผ้าหน้าผมเดิม ทำอริยาบถต่างๆเพื่อส่งงานได้ แต่ไม่สามารถส่งบริยาบถเดิมที่มีการขยับตัวนิดหน่อยเพื่อส่งเพิ่มได้


3. MOCKUP: Scene creators, templates and mockups: a new opportunity to succeed

Preena Godhwani and Anusorn Nakdee

ผมว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับงานผู้สร้างงานประเภท Mock-up เลยทีเดียว เพราะ freepik สามารถส่งงานเป็นไฟล์ PSD ได้ ผมมองในมุมมองของลูกค้าที่ต้องการซื้อ Mockup ไปใช้งานต่อ งานที่แยก Layer มา จะสามารถปรับแต่ง เปลี่ยนสีเฉพาะส่วน หรือเพิ่ม Label ของ Brand ตัวเองเข้าไปในชิ้นงานได้ง่ายมาก

ในหัวข้อนี้ ผู้บรรยายเริ่มต้นด้วยผลงานของตัวเอง และทำการแยกงานของเขาเป็น layer โดยเทคโนโลยีที่ผู้บรรยายใช้เป็น 3D (หลุดสายของผมมาก แต่ก็ยังเข้าใจเรื่องการทำงานเป็น Layer อยู่) โดยผู้บรรยายเน้นเรื่อง Inspiration ในการออกแบบงาน

ตัวอย่างการผลงานที่ส่งใน freepik มีการจัดกลุ่ม Layer ที่สวยงามและทา Label สีให้แต่ละ Layer

ไฟล์ PSD ที่ผู้บรรยายทำส่งจะมีขนาด 4,500 * 4,500 Pixel ขึ้นไป ความละเอียดที่ 300 DPI ภายในงานได้มีการถามและอธิบายถึงการทำงานโปรแกรม 3D และ Render สิ่งต่างๆในโปรแกรม 3D ซึ่งผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถนำมาอธิบายให้ได้


4. Vectors : How to optimize your illustrations creative process and get more downloads

Boonkue Cherdpayak

หัวข้อนี้ไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก ถ้าคนที่เคยทำงานด้าน Vector จะรู้จัก freepik พอสมควรแล้ว ก่อนที่ช่วงจะหลังจะมีงานด้าน Photo และ Mock-up ตามมาทีหลัง จะมีจุดสำคัญก็คือ Freepik ค่อนข้างเน้นผลงานที่มีคุณภาพ โดยผู้บรรยายเปิดภาพของตัวเองที่ได้ Popular ในอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่ส่ง Freepik แล้วโดยตีกลับว่าผลงานไม่มีมูลค่าทางการตลาด

ผู้บรรยายอธิบายเพิ่มเติมในการเพิ่มคุณค่า(Value)เข้าไปในผลงาน โดยยกตัวอย่าง(ขอโทษด้วยครับ ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย) RIP ribbon เป็นริบบิ้นสีดำไขว้กัน โดยผู้บรรยายเพิ่มแท่งเทียนสีดำเข้าไปด้วย ให้ผลงานมันมีคุณค่ามากขึ้น


Q&A : Roundtable

All Speakers

เป็น Session สุดท้าย เปิดโอกาสในผู้เข้าร่วมงาน ถามใครก็ได้ ผมไม่ได้จดมา แต่จะสรุปเท่าที่จำได้ละกันครับ

  • freepik พยายามจะเพิ่มกระบวนการตรวจงานให้เร็วขึ้น(ปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 20–30 วัน) มีการรับคนตรวจมากขึ้นแต่จำนวน Contributer ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่ freepik สัญญาว่าจะรีบแก้ไขปัญหานี้
  • มีผู้เข้าร่วมงานสงสัยว่าทำไมต้องส่งรูปภาพอย่างน้อยทีละ 10 รูป ทำไม่สามารถส่งทีละน้อยๆ อาจะ 2–3 รูป ทาง freepik แจ้งว่า 10 รูปมันก็ไม่เยอะนะจ๊ะ ฮ่าๆ
  • ทำไมให้ส่วนแบ่งรายได้น้อยจัง (ราวๆ $0.10) โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเจ้าอื่นๆ ทาง freepik แจ้งว่าส่วนแบ่งน้อย แต่คนเข้ามาโหลดเยอะนะ แต่ในอนาคตอาจจะมีการปรับเปลี่ยน
  • ทำไมไม่มีการจัด Folder หรือ Grouping ภายในพอร์ตของตัวเอง freepik แจ้งว่า ยังไม่มีแพลนจะพัฒนาส่วนนี้เลยจ้า แต่จะเก็บ Requirement ไปแจ้งทาง Dev ให้
  • มีแผนที่จะมีตลาด Footage / Video ไหม ทาง freepik แจ้งว่ามีแน่นอนจ้าในอนาคต
  • มีคนถามเหล่า Speaker มีการทำการตลาดให้ผลงานตัวเองอย่างไร ได้คำตอบมาว่าหลักๆคือ Pinterest
  • ผมถามเกี่ยวกับ artwork size ของ icon ได้คำตอบมาคือ 64 px กับ 128 px
  • ผมถามเกี่ยวกับ Process การในการออกแบบ Icon มี Speaker ท่านนึงวาดลงกระดาษก่อนแล้วค่อยทำในคอม แต่อีกท่านหนึ่งวาดลงคอมเลย ได้คำตอบมาว่าแล้วแต่ถนัดเลยจ้า
  • ผมถามเกี่ยวกับเวลาออกแบบ Set Icon เนี่ย ปรกติทำทีเดียวให้เสร็จ หรือว่า ทำหลายๆ Set นึกตัวไหนออกก็ค่อยทำต่อ ได้คำตอบมาว่า ทำทีละ Set ดีกว่า
  • ผมถามเกี่ยวกับ Idea เวลาออกแบบ Icon เพราะความยากของ Icon คือการออกแบบหัวข้อหนึ่ง ซึ่งมีหัวข้อย่อยหรือ Icon แต่ละตัวที่แตกต่างกัน แต่ก็ต้องมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ได้คำตอบมาว่า ลองมองในห้องเรียน แล้ว List ว่าในห้องมีสิ่งของอะไรบ้าง กระดาน, หนังสือ, สมุด, คอมพิวเตอร์, เครื่องเขียนประเภทต่างๆ, บลาๆ แล้วก็ออกแบบตามนั้น ซึ่งถ้าทำบ่อยๆ จะทำให้เรานึกสิ่งต่างๆที่มัน relate กันได้ดีขึ้น

จริงๆ คำถามผมไม่ได้ถามใน Session ทั้งหมด ต้องขอขอบคุณ คุณ Kan Kingpetcharat ที่เดินมาถามผมว่าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมไหม หลังจบ Session ขอขอบคุณมากเลยครับ


Conclusion (ของผมเอง)

Freepik Space Thailand — งานจัดออกมาได้ดีมากครับ ขอชื่นชมทาง freepik และทีมงาน หัวข้อและช่วงเวลาแต่ละ Session ดีมากครับ สถานที่ อาหาร โอเคเลย ติดอย่างเดียว เสื้อบางไป คราวหน้าเก็บเงินเพิ่มก็ได้นะครับ ขอเสื้อดีกว่านี้หน่อย ฮ่าๆ

Freepik — เป็นแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างน่าสนใจ และผมเชื่อว่ามีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากเขาเห็น Gap ของ Shutterstock คือ คุณภาพของผลงาน ไม่ว่าจะเลื่อนไปกี่หน้าก็ยังคงเจอผลงานที่ดี ไม่เหมือน Shutterstock ที่บาง Keyword พอหน้าท้ายๆ ผลงานเริ่มไม่ดีละ แล้วถ้าเรามีผลงานที่ดีแต่ยังไม่ติดหน้าแรกๆหล่ะ ผลงานเราก็จะไปกองท้ายๆรวมกับผลงานแย่ พอลูกค้าเลื่อนไปเจอผลงานที่ไม่ดี อาจจะตัดสินใจเลือกผลงานหน้าแรกๆไปซะเลยดีกว่า ดังนั้นส่วนตัวผมมองว่า อย่าไปว่าเขาเลยครับเรื่องส่งงานแล้วผ่านยาก ถ้าผลงานเราตรงกับใจลูกค้าจริงๆ ผมว่าใน Freepik ลูกค้ามีโอกาสเจองานเราสูงกว่า แต่ยังไงก็ตามก็ต้องแลกมากับราคาต่อภาพที่ต่ำกว่า

อีกด้านคือข้อจำกัดด้านไฟล์งาน จะเห็นได้ชัดเจนว่า Freepik พยายามแยกส่วนการออกแบบออกเป็นประเภทต่างๆ ทั้ง Photo/Icon/Vector/Mockup ถ้าใน Shutter Stock จะมีเพียง Photo กับ Vector เท่านั้น การที่ Icon ไปอยู่ใน Vector ไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะต้องเสียเวลาในการเข้าไปจัดการ Icon แต่ละตัวแยกให้ออกมามาเป็นไฟล์ๆ โดยเฉพาะการทำงานด้าน Website และ Application (แค่ Dev ตูก็จะตายแล้ว ยังจะให้มานั่งตัด Icon อีกหรือ)


Nut Teppimol

Written by

Web Developer & Graphic Designer

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade