ดอกเบี้ยติดลบอนาคตที่เป็นไปได้
ธนาคารของประเทศของหลายประเทศทั่วโลกลดดอกเบี้ยตั้งแต่ช่วงวิกฤตทางการเงินปี2008 มาจนถึงปัจจุบันทำให้ดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกใกล้เคียง 0 ในขณะที่เศรษฐกิจมีการฟืนตัว แต่การวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคตไม่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในอดีตเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในอดีตต้องการการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ประมาณ 3–6 % ดังนั้น ในภาวะปัจจุบันหากเกิดวิกฤติขึ้นอีกจะมีเพียงไม่กี่ประเทศจะมีช่องว่างสำหรับนโยบายการเงินที่จะตอบสนอง
การศึกษาของ IMF แสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางสามารถตั้งระบบที่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยติดลบมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น

ดอกเบี้ยตํ่าสุดได้แค่ใหน
ในโลกที่ไม่มีเงินสดจะไม่มีการ จำกัด อัตราดอกเบี้ย ธนาคารกลางสามารถลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 2 เป็นลบ 4 เปอร์เซ็นต์เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง การลดอัตราดอกเบี้ยจะส่งผ่านไปยังเงินฝากธนาคารพาณิชย์ทำให้หากไม่มีเงินสดผู้ฝากจะต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยติดลบเพื่อเก็บเงินไว้กับธนาคารทำให้การบริโภคและการลงทุนน่าสนใจยิ่งขึ้น สิ่งนี้จะเขย่าสินเชื่อเพิ่มความต้องการและกระตุ้นเศรษฐกิจ
ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้ธนาคารกลางในยุโรปกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบเพราะว่าการถอนเงินสดออกในปริมาณมากไม่สะดวกและมีค่าใช้จ่ายสูง (เช่นค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาและประกันภัย) ซึ่งทำให้เพิ่มการใช้จ่ายเงิน
CASHLESS จะเกิดขึ้นใหม
จากที่กล่าวมาข้างต้นว่าดอกเบี้ยจะติดลบได้ต่อเมื่อไม่มีการใช้เงินสด แต่ในความเป็นจริงเงินสดยังคงเป็นสื่อกลางในประเทศต่างๆ

ข้อแนะนำของ IMF คือให้ธนาคารกลางแบ่งเงินออกเป็นสองส่วนคือเงินสดและเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money) เมื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยติดลบสำหรับ e-money ธนาคารกลางจะปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสดในรูปของ e-money ลดลงในอัตราเดียวกับอัตราดอกเบี้ยติดลบของ e-money มูลค่าของเงินสดจึงจะลดลงในรูปของ e-money ดังนั้นดอกเบี้ยนโยบายที่ติดลบมันก็มีความเป็นไปได้
