Internship X AccRevo
มีรุ่นพี่หลายๆคนบอกว่า “ไปฝึกงานเถอะ 2 เดือนเอง แป๊บเดียว สหกิจ 6 เดือนมันนานเกินไป ระวังเบื่อนะ” ที่จริงก็คิดแบบนั้น ไม่อยากออกมาฝึกงาน แต่มันต้องไป เพราะมันเป็นแผนบังคับ ช่วงแรกๆคือไม่มีไฟในการหาที่ฝึกงานเลย เพราะไม่อยากฝึก ก็ได้แต่หาไปเรื่อยๆ คิดว่าถ้าไม่ได้ก็ไม่ไป ก็แค่นั้น แต่บังเอิญ(เหรอ) มีพี่ที่รู้จักคนนึง ชื่อย่อ ฟ.เฟ้น แนะนำ(บังคับ+ขู่เข็ญ) ให้สมัครโครงการ The Internship Program ประมาณว่าเป็นโครงการรับเด็กฝึกงานเข้าทำงานบริษัท Start Up ต่างๆ โดยจะต้องผ่านการสมัคร — สอบข้อเขียน — ถ้าผ่านก็ต้องส่ง Portfolio — ถ้าผ่านอีกก็ต้องมาสัมภาษณ์ — ถ้าผ่านอีกก็ต้องมา Draft Day(ประมาณ The Voice) ถึงจะได้ที่ฝึกงาน บางคนตกม้าตายรอบนี้ก็มี ก็ถือว่าหนักหน่วง นี่เลยสมัครมาสาย Graphic Design เพราะไม่ชอบ Codding ก็ผ่านมาเรื่อยๆ แบบงงๆ ไม่คิดว่าจะผ่าน อย่างที่บอก โดนชวน(บังคับ)มา // ประสบการณ์วันเลือกบริษัท อยู่ในจุดที่ต้องขาย แต่ไม่มีอะไรขาย เป็นเพราะเราไม่ใช่สาย Design โดยแท้จริง Web บ้าง Game บ้าง Code บ้าง มั่วไปหมด แต่แค่ 60% ของสายการเรียนไปทาง Design แค่นั้นเอง (ถึงรึเปล่าวะ) ก็นั้นแหละ พูดแนะนำตัวไปบลาๆ จนมาถึงคิวของ AccRevo เป็นพี่ตั้มที่เป็นคนถาม ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเค้าคือใคร เค้าถามว่าอยากทำอะไร ด้วยความที่อ๊องมาก เลยบอกไป “อยากทำอะไรก็ได้ค่ะ ใหม่ๆ ไม่อยากทำอะไรเดิมๆ แบบที่เคยทำ” โป๊ะเช๊ะ แล้วเค้าก็เลือกเลย ใจนึงก็คิดว่า ชิบหายแล้วกู จะโดนเอาไปทำอะไรวะ อีกใจก็โล่ง เพราะได้ที่ฝึกงานแล้ว
//ตัดภาพมาตอนฝึกงานวันแรก
4 มิถุนายน 9.00 น.
ด้วยความที่เป็นวันแรก ก็จะออกจากหอเช้าเป็นพิเศษเพราะกลัวกะเวลาไม่ถูก นู้นจ้าาา ถึงบริษัท 8.00 หน้าแห้งเลยทีเดียว เปิดมาวันแรกก็ช็อคกับข้าวมันไก่จานละ 50 บาทเลย วิญญาณไก่วิ่งเต็มไปหมด พอจะ 9 โมงเลยตัดสินใจเดินขึ้นไป คนแรกที่เจอก็คือ ปันปัน ซึ่งตอนนั้นไม่รู้จักชื่อ แล้วก็ไม่ได้ถามด้วย สักพักก็ได้เข้าไปห้องที่ทำงาน ก็ได้เจอกับ ฟ้า ซึ่งมาจาก Internship Program เหมือนกัน แล้วก็สาย Design เช่นกัน คือในห้องก็จะมีผู้มาอยู่ก่อนแล้ว ซึ่ง ถ้าไม่รู้ว่าเป็นเด็กฝึกงานก็คิดว่าเป็นพนักงานไรสักอย่าง ดูจากความขี้โม้ ขี้เม้ามอยของมัน แล้วก็ได้รู้ว่าเป็นรุ่นน้อง เรียน มธ. อีเด็กฟิล์ม นั่นเอง แต่ก็ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปยุ่งหรือทักทายใดๆ คิดว่าอยู่กับฟ้า 2 คนก็น่าจะสงบสุขดีอยู่แล้ว หลายวันต่อมา นับมาเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ จู่ๆแก๊ง 3 หนุ่ม(พี่กอล์ฟ / ฟิล์ม / มาโก้*ตอนนั้นยังไม่รู้ชื่อ)ก็ชวนเรา(+ฟ้า) ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ร้านแรกและเป็นครั้งสุดท้าย สร้างความทรงจำได้ดีเยี่ยม หมูแดงคอนแวน มันไม่ได้จริงๆ รสชาติที่ตราตรึงนั้น เหมือนเป็นการปูความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้ขึ้น(มันน่านึกถึงเหรอวะ) ผ่านไปช่วงนึงก็เลยเริ่มชวนปันปันมากินข้าวด้วยกัน ทีนี่คือครบแก๊งละ ความบาดหมางในใจเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อรู้ว่า “เด็ก Internship Program ไม่ได้เงินเดือนนะจ้ะ” แห้งสุดดด ความหวังอันสูงสุดของการมาฝึกงาน โดนตีหน้าด้วย Internship Program ในตำนาน สรุปก็คือ ในกลุ่มมีปันปันคนเดียวที่ได้เงิน เพราะสมัครเข้ามาทำเอง ไม่ได้ผ่านโครงการแบบพวกที่เหลือ จากนั้นไป ปันปันก็จะโดนพวกเด็กโครงการเช่นฉัน รังควาญ เรื่องเงินไปตลอดเวลา
//วิถีแก๊ง
เวลาเดินทางไป-กลับ จะมี 2 สาย คือสาย BTS กับ MRT ซึ่ง เป็นฉันคนเดียวที่กลับใต้ดินนนนนนน T^T ลำดับการมาทำงาน ส่วนมากเปิดมาจะเจอ ปันปัน มาโก้ ที่มาเร็วมาก ไล่มาก็เป็นฟ้า แล้วก็เรา ส่วนฟิล์ม เอาให้มาให้ทันก็พอ ส่วนเวลาพักกลางวัน จะเป็นช่วงที่มีปัญหาที่สุด “กินอะไร” นี่ไม่เท่าไหร่ “กินที่ไหน” นี่เด็ดกว่า เหมือนเป็นประโยคที่ใช้พูดซ้ำๆในทุกๆชั่วโมงของช่วงเช้าไปแล้ว หลังๆจะมีการจัดเวรสถานที่กินข้าว ตั้งแต่ คอนแวน-ซอย6-ซอย10-ยูไนเต็ด แล้วก็วนกลับมาใหม่ ซึ่งที่แปลกๆก็มาจากนังฟิล์มที่รู้ดีทุกอย่าง รู้ไปหมด ถามไรมันก็รู้ ถือว่ามีความหลากหลายอยู่ในตัวมาก(เกินไป) ช่วงเลิกงาน มนุษย์แก๊งทุกคนจะมีไหวพริบดีเป็นพิเศษ มีความไวต่อเข็มวินาที 17.25 เมื่อไหร่ คือเตรียมตัวลุกไปเซ็นชื่อกลับแล้ว ส่วนใหญ่ทุกๆวันของเราก็จะประมาณนี้
//แด่รุ่นพี่
จากคนแรกเลยที่เจอตอนไปเลือกบริษัท แล้วพี่เค้าเข้ามาขอ Contact คือ พี่มาย พี่เค้าน่ารักอะ เป็นผู้หญิงหน้าคมๆ แต่น่ารัก มารู้ตอนพี่เค้าทำงานกับเราคือ พี่เก่งมาก !! ทำแทบทุกอย่างจริงๆ ต่อมาก็ พี่กิฟ พี่เลี้ยงฉันเองง ช็อคนิดๆ รู้สึกพี่เค้าเก่งมากๆ เหมือนจะอายุไม่เท่าไหร่แต่เก่งมากๆ คือจะเอาอยู่ทุกสถานการณ์เลยจริงๆ ชอบบๆ ปลื้มๆ รู้สึกอยากเป็นแบบนั้น อีกคนคือ พี่นิค คู่หูพี่กิฟเอง ซึ่งก็ทำให้อึ้งอีกแล้ว ณ วันที่เราเข้าไปวันแรก พี่เค้าเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่ 3 สัปดาห์โดยประมาณ แต่เหมือนพี่เค้าทำทุกอย่างมาร่วม 3 ปี แล้ว ต่อมาก็คือ พี่กอล์ฟ นี่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะก้ผ่านช่วงทรหดของชีวิตมาด้วยกันช่วงนึง นางเพิ่งเข้ามาทำงาน ณ วันแรกที่เราเข้าไปฝึก = วันแรกของการทำงานของพี่เค้า พี่เค้ามีความคิดดีนะ แต่ติดอยู่ไม่กี่อย่าง ที่หนูสามารถพูดได้คือ เปิดใจเยอะๆ อย่ากดดันตัวเอง จากที่งานมันดีอยู่แล้ว มันจะแย่ลง ฝากๆ ถัดไป สาวๆ Biz ทั้งหลาย พี่จ๋อม พี่เฟรช พี่แพทตี้ โซน สาว สาว สาว นั้น ทำงานกันจริงจังมาก เก่งมาก ขัดกับลุคมาก เลิ้บมาก ทึ้งในความเก่งของพวกนาง ตอนแรกก็กลัวๆ ไม่กล้าคุย พอได้รู้จักก็เออ น่ารักไปหมดเลยเว้ยยยย ต่อไป ไม่พูดถึง ไม่ได้เลยคือ พี่บูม คนนี้เพิ่งจะมาทำงานร่วมกันช่วงท้ายๆ ไปช่วยพี่ดูเรื่อง Design ของ Web บ้าง ซึ่งหลังๆเริ่มค่อนไปทาง Code น้องจะตายยยย ไม่เคยคิดที่จะทำเลยยยยย แต่ด้วยความที่ว่างงานและเบื่องาน Artwork นิดๆ เลยลองทำดู พอได้ทำก็ยาวเลย ทำกับ Dev จนจบฝึกงาน ต้องขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ลองทำ แล้วก็สอนหลายๆอย่าง ปลื้มเรื่องนึงคือพี่จะไม่บอกว่ามันเป็นยังไง ต้องทำไง แต่จะเดนิมาบอกว่า “ลองดูซิ” แล้วก็ให้เราลุยเองเลย ได้ ไม่ได้ ค่อยมาว่ากันอีกทีนึง นอกจากนี้ก็พี่ๆในบ.ทุกๆคน น่ารักกันมากจริงๆ มองเผินคือนึกว่าเป็นบ.ที่รับแต่หญิงล้วน 70% คือผู้หญิงหมดเล้ยยยยยยยยย
//ฟ้า
เด็กพระจอมมมม ฉันกรี๊ดมากตอนแรกที่รู้ว่าเป็นเด็กพระจอม คิดว่าต้องคุยกันรู้เรื่องระดับนึงแน่ๆ แต่แล้วก็.. ช่างเถอะ ถือว่าได้อยู่ 555555555 หยอก นางเป็นคนน่ารัก และเก่ง (ชมหน่อย) ฟ้าจะทำเป็นในสิ่งที่เราทำไม่เป็น อย่างที่บอกว่านี่เรียนไอที ไม่ใช่ มัลติโดยตรง สิ่งที่ฟ้าทำเป็นหลายๆอย่าง คือสิ่งที่ฉันอยากทำ!!!! ถ้าพูดถึงฟ้า สิ่งแรกที่นึกถึงคือ “เงินเดือน” ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ฟ้าจะบ่นได้ทุกครั้งที่ทำงานแต่ละอย่าง “ฉันไม่ได้เงิน ไม่ทำ” สุดท้ายทำไหม ก็ทำอยู่ดี นางถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีเลย ช่วงหลังๆต้องออกนอกสถานที่กับฟ้าบ่อยๆ ก็จะเบื่อๆหน่อย ไม่สนุกเท่าอยุ่บริษัท คิดถึงพวกที่บริษัทประมาณนึง เอาจริงๆคือรักนาง ถ้ามีเวลาอยู่นานกว่านี้ มันจะดีมากแน่ๆ
//ปันปัน
คนนี้เค้ามีชีวิตติดกับเข็มนาที 17.25 เมื่อไหร่ คอมนางจะดับก่อนชาวบ้านเค้าทันที กลับก่อนเสมอ รีบตลอด จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าปันรีบกลับไปไหน พักเที่ยงคิดอะไรไม่ออกก็ถามปัน นางสามารถสรรสร้างเมนูอาหารขึ้นมาได้ ตัดปัญหาเรื่องของกินไป เพราะนางจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ฝากถึงปันปัน เข้าหาคนอื่นบ้าง อย่าแยกตัวอยู่คนเดียว เลิกงอแงบ่อยๆ อย่าคิดเยอะ ไม่ใช่สิ อย่าคิดเองเยอะ สงสัยไรก็ถามๆไปเลย ไม่ต้องเก็บมาก เก็บไปก็คิดไม่ออกหรอก รัก
//มาโก้
“อีมาโก้” หยาบได้เต็มปากเต็มคำสุดแล้ว กับคนนี้ ไม่มีไรมาก แป๊ก นั่นแหละ คำนิยามของมัน เพราะเป็นเด็กอายุเท่ากัน ชั้นปีเดียวกัน เลยสามารถขึ้นกู-มึงได้ แต่ก็จะเลยเถิดหน่อย ด่าหยาบกันได้บ้างตามอรรถรส แต่มันเป็นคนมีประโยชน์นะ มันเก่งของมันอยู่ ถ้าถามหาสาระจากมันจริงๆก็ได้อะ ต้องถามนะ ไม่งั้นก็จะได้แค่มุขควายๆของมันกลับมา ควายจริงๆมึง..
//ฟิล์ม
เด็กบ้าาาาาาา ด้วยความที่เป็นน้อง แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นน้องเลย เด็กเลว นี่ก็เป็นอีกคนที่รู้ทุกอย่าง รู้ไปหมด รู้ดี รู้เก่ง แสนรู้เวอร์ ฝากเซ็นเก่ง มาสายเก่ง หัวฟูเก่ง!! มันเป็นคนอัธยาศัยดีในระดับ ดีมากมาก ทุกวันจะต้องได้ยินคำนี้ของมันเสมอ “ชิล” เออ ฉันรู้ว่าแกชิล แต่บางทีก็กลับไปนอนบ้านง่ายกว่า หลับเก่ง อู้เก่งเวอร์ แต่อีกพาร์ทนึงของมัน ก็คือคนเก่งคนนึง เวลามันทำงานก้ทำออกมาได้ดีอะ เอ้าาาา ปรบมือ ชื่นชมได้ แต่แค่แบบแหกกฏเก่งไปหน่อย แต่ก็ช่างมัน มันแฮปปี้ มีความสุข เป็นที่รัก(เหรอ)ของพี่ๆในบ.หลายๆคน ก็ถือว่าดีไป
//แด่ AccRevo
ขอบคุณที่เลือกเรา แล้วทำให้ได้มาเจอมิตรภาพดีๆแบบนี้ ขอบคุณที่ให้อะไรหลายๆอย่าง ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจริง ตามที่ขอไว้ตอนสัมภาษณ์เลย ดีใจที่ได้เจอบุคคลที่น่ารักทั้งหลาย นา่รักตั้งแต่ CEO ยันเด็กฝึกงาน(ฉันเอ๊งงงงงง) สุดท้ายนี้ เวลา 2 เดือนมันไม่พอสำหรับเราจริงๆ เราอาจจะเบื่อตื่นเช้า แต่เราก็คิดถึงโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ของบริษัทเสมอ คิดถึงเดอะแก๊ง คิดถึงซอย 6 ซอย 10 หลังลมคอม(หลังสีลมคอมเพล็กซ์) หวังว่าจะได้เจอกับอีก โชคดีนะ แด่ทุกคนที่เคยเจอกัน

26 July 2018
Internship Program 2018
Trainee at AccRevo.