กรุงเทพมหานครกับการจัดการน้ำเสีย

Orapim Mongkolkeha
4 min readAug 17, 2022

--

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรพิมพ์ มงคลเคหา

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

orapim.mo@bsru.ac.th

กรุงเทพมหานคร หรือ กทม.เมืองหลวงของประเทศไทยนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2325 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และตามที่กฎหมายอื่น ๆ กำหนด (สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล, 2561) กรุงเทพมหานครจึงมิใช่จังหวัดตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจและเรียกกัน หลายคนอาจนึกเปรียบเทียบคลองใน กทม. เทียบกับคลองชองเกซอน ประเทศเกาหลีใต้ ว่าทำไมคลองในกทม.ที่ส่วนใหญ่มีแต่น้ำเน่า เป็นสีดำ มีกลิ่นเหม็น ไม่เป็นแบบบ้านเขาบ้าง รวมทั้งผู้เขียนเองด้วยเช่นกันที่คิดเช่นนั้น ในความเป็นจริงแล้วนั้นการที่น้ำในคลองจะมีคุณภาพดีได้ต้องเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง อาทิเช่น โครงสร้างของระบบคลองของกทม.ที่มีการเชื่อมต่อกันมากและซับซ้อนจนได้สมญาว่า เวนิสตะวันออก ในพื้นที่บางส่วนของกทม.ที่อยู่นอกเขตพื้นที่ให้บริการบำบัดน้ำเสียโดยโรงควบคุมคุณภาพน้ำของ กทม. ยังคงเป็นระบบท่อระบายน้ำแบบเดิม คือ น้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนจะไปตามท่อระบายน้ำต่อตรงสู่คลอง ส่วนในบางพื้นที่ที่อยู่ในเขตให้บริการของโรงควบคุมคุณภาพน้ำระบบท่อบายน้ำได้ถูกปรับปรุงโดยมีการสร้างท่อดักน้ำเสียเพื่อรับน้ำเสียจากท่อระบายน้ำเดิมไม่ให้ระบายลงสู่คลองโดยตรง จากนั้นจึงรวบรวมส่งน้ำเสียเข้าสู่กระบวนการบำบัดน้ำเสียในโรงควบคุมคุณภาพน้ำในพื้นที่ ก่อนจะระบายน้ำทิ้งที่ผ่านมาตรฐานการระบายน้ำทิ้งกลับลงสู่คลองสาธารณะ และที่สำคัญคือ พฤติกรรมและจิตสำนึกของผู้พักอาศัยในชุมชนริมคลองบางส่วนที่เห็นแก่ความสะดวกของตนเอง ใช้คลองเป็นที่รองรับขยะประเภทต่าง ๆ และสารพัดขนาด เป็นต้น จากข้อจำกัดและปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจึงทำให้การจัดการน้ำเสียของกรุงเทพมหานครเป็นไปได้อย่างไม่รวดเร็วตามที่ประชาชนคาดหวัง

ใครที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนประเทศสาธารณรัฐเกาหลี หรือเกาหลีใต้ แหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจกลางเมืองของกรุงโซล และยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่แสดงถึงความจริงจังและความร่วมมือของทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการพลิกฟื้นคลองจากน้ำเสียเป็นน้ำใส คือ คลองช็องกเยช็อน (Cheonggyecheon) หรือคลองชองเกซอนซึ่งมีความหมายว่า สายน้ำที่ใสสะอาด มีความยาวประมาณ 5.84 กิโลเมตร คลองนี้เป็นคลองโบราณมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานกว่า 600 ปี ในสมัยราชวงศ์โชซ็อน ตั้งแต่ในช่วง ค.ศ. 1406–1412 (พ.ศ.1949–1955) กษัตริย์แทจง (King Taejong) ทรงริเริ่มปรับปรุงให้คลองชองเกซอนเป็นคลองระบายน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในคราวที่บ้านเมืองประสบปัญหาอุทกภัย ต่อมาเมื่อคลองมีความตื้นเขิน กษัตริย์ยองโซ (King Yeongjo) จึงเกณฑ์ผู้คนมาขุดคลองขยายเพิ่มเติมเพื่อให้ราษฎรมีน้ำใช้ที่สะอาดและปลอดภัย กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรมต่าง ๆ เมื่อครั้งในช่วงสงครามที่ญี่ปุ่นเข้ายึดเกาหลีจึงทำให้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมริมคลองที่งดงามเริ่มเปลี่ยนแปลงไป พื้นที่ริมคลองเริ่มมีผู้คนอาศัยหนาแน่น และมีระบบสาธารณสุขไม่ดีพอ คลองที่เคยใสสะอาดก็เริ่มเน่าเสีย จนญี่ปุ่นเปลี่ยนชื่อเป็นคลองทาเกซอน (Takgycheon) ซึ่งหมายถึง สายน้ำที่เน่าเหม็น (สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์, 2558)

ในช่วงค.ศ. 1957–1977 (พ.ศ.2500–2520) ได้มีการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด ทำให้คลองถูกถมลงเป็นถนนและทางด่วน เกิดตึกสูงมากมาย ริมคลองชองเกซอนเต็มไปด้วยชุมชนแออัดคลองเริ่มเน่าเสียและตื้นเขิน รัฐบาลในสมัยนั้นตัดสินใจสร้างทางด่วนยกระดับปิดทับคลองแทนการปรับปรุงสภาพน้ำให้ดีขึ้น จากวิถีริมคลองแบบเดิมสู่วิถีชีวิตที่แออัด เต็มไปด้วยมลภาวะเป็นพิษทั้งทางอากาศและเสียง กระทั่งปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ.2545) นายอี มย็อง-บัก ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่าการโซล ได้เสนอโครงการฟื้นฟูคลองชองเกซอน ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่อต้านจำนวนมาก จนต้องมีการประชุมร่วมกันมากกว่า 4,300 ครั้ง แต่โครงการก็สามารถเริ่มขึ้นได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2003 (พ.ศ.2546) โดยเริ่มทุบทางด่วน และรื้อถนนโดยรอบมากมาย จนแล้วเสร็จในปีค.ศ. 2005 (พ.ศ.2548) มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ใช้งบประมาณกว่า 380,000,000,000 วอน (3 แสน 8 หมื่นล้านวอน) หรือราว ๆ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมกับฟื้นฟูธรรมชาติสองฝั่งคลอง ตลิ่งถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม และใช้วิธีขุดท่อผันน้ำจากแม่น้ำฮันเข้ามาที่ต้นคลอง แล้วไล่น้ำเสียออกทะเล มีการสร้างน้ำพุตลอดแนว เขื่อนชะลอความเร็วน้ำ ลานกิจกรรม ที่พักผ่อน และมีน้ำตกเป็นแนวกั้นน้ำฝน มีทางเดินเลียบคลอง และสะพานกว่า 22 แห่ง ซึ่งจัดให้ประชาชนร่วมออกแบบสะพานประกวด ทำให้สะพานทุกแห่งล้วนมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน และแสดงออกถึงความเป็นเกาหลี ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบมีราคาเพิ่มสูงขึ้น กลายเป็นแหล่งที่อยู่ของคนรวย สำนักงานบริษัทชั้นนำ และคลองชองเกชอนแห่งนี้ยังได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในโซล (วิกิพีเดีย, 2558)

อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครได้มีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556–2575) โดยได้มีการปรับปรุงแผนเป็นระยะทุก 5 ปี ในปัจจุบันอยู่ในช่วงการดำเนินงานของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2561–2565) ที่จะดำเนินการพัฒนากรุงเทพมหานคร 7 ด้านด้วยกัน โดยมีด้านที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำเสียอยู่ในด้านที่ 1 มหานครปลอดภัย โดยเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นมหานครที่ปลอดมลพิษ ปลอดอาชญากรรมและยาเสพติด ปลอดอุบัติเหตุ ปลอดภัยพิบัติสิ่งก่อสร้างปลอดภัย ปลอดโรคคนเมืองและอาหารปลอดภัย ในมิติที่ 1.1 ปลอดมลพิษ “เมืองกรุงเทพฯ มีระบบการจัดการน้ำเสียและระบายน้ำ ระบบจัดการขยะ ระบบการควบคุมฝุ่นละออง กลิ่น และสารเจือปนในอากาศ และระบบการควบคุมระดับเสียงในเขตเมืองที่มีประสิทธิภาพและคลอบคลุมทั่วพื้นที่เขตเมือง” ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2561–2565) กรุงเทพมหานครจะมุ่งฟื้นฟูและพัฒนาสภาพแวดล้อมทางน้ำของเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ 8 แห่ง และขนาดเล็ก 12 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างเร่งด่วนในคลองหลักของกรุงเทพมหานครตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561–2580) โดยมีเป้าหมาย 2 คลอง ด้วยกัน คือ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร (สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล, 2561)

สถานการณ์ด้านการจัดการน้ำเสียชุมชนของกรุงเทพมหานคร

การจัดการน้ำเสียชุมชนที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่พบในรูปแบบของบ่อเกรอะ (Septic tank) เพื่อใช้สำหรับการปรับปรุงคุณภาพน้ำเบื้องต้นจากห้องน้ำและห้องส้วม หรือในอาคารบางประเภทที่กฎหมายได้กำหนดให้มีการจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียและทำการบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามมาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภท (สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ, 2561: 1) น้ำเสียจากชุมชนส่วนใหญ่จึงยังคงระบายลงสู่ท่อระบายน้ำและลงสู่แม่น้ำลำคลอง ยกเว้นในบางพื้นที่ที่มีระบบรวมรวมน้ำเสียเพื่อเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนโดยส่วนราชการท้องถิ่น ในปีพ.ศ.2561 น้ำเสียจากชุมชนทั่วประเทศ 21 ล้านบ้านเรือน หรือจากประชากรประมาณ 66 ล้านคน มีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้น 9.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันถูกจัดการโดยระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน 105 แห่ง ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การจัดการน้ำเสีย ปัจจุบันเดินระบบ 95 แห่ง ความสามารถบำบัดน้ำเสีย 2.6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 27 ของปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น (กรมควบคุมมลพิษ, 2562: 15)

กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียรวมขนาดใหญ่ จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงควบคุมคุณภาพน้ำสี่พระยา รัตนโกสินทร์ ช่องนนทรี หนองแขม ทุ่งครุ ดินแดง จตุจักร และศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ ครอบคลุมพื้นที่รวม 212.74 ตารางกิโลเมตร ใน 21 เขตการปกครอง ได้แก่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรัก สาทร บางคอแหลม ยานนาวา ดินแดง ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน บางซื่อ จตุจักร ห้วยขวาง หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ดุสิต ทุ่งครุ จอมทอง และราษฎร์บูรณะ สามารถบำบัดน้ำเสียได้รวมทั้งสิ้น 1,112,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยปริมาณน้ำเสียที่บำบัดได้จริงในปี พ.ศ.2560 เท่ากับ 866,414 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน นอกจากนี้ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย ชุมชนขนาดเล็กที่รับโอนจากการเคหะแห่งชาติ จำนวน 12 แห่ง คือ โรงควบคุมคุณภาพน้ำทุ่งสองห้อง 1 ทุ่งสองห้อง 2 บางบัว รามอินทรา ห้วยขวาง ท่าทราย บางนา บ่อนไก่ คลองเตย คลองจั่น หัวหมาก และร่มเกล้า มีขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย 24,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และมีปริมาณน้ำเสียได้จริง 14,589 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เมื่อรวมขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียของระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่และขนาดชุมชน (ตามที่ออกแบบ) เท่ากับ 1,136,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 43.11 ของปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานคร จากปริมาณการใช้น้ำประปาปี พ.ศ. 2560 เท่ากับ 2,637,009ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และเมื่อคิดจากปริมาณน้ำเสียที่บำบัดได้จริงทั้งหมด 881,003 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เทียบกับปริมาณการใช้น้ำประปาดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 33.41 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินระบบบำบัดน้ำเสียรวมของระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่และขนาดชุมชน เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 721,455,346. บาท (สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ, 2561: 1)

ภาพที่ 1 โรงควบคุมคุณภาพน้ำขนาดใหญ่ 8 แห่งของกรุงเทพมหานคร

ที่มา: (สำนักการระบายน้ำ, 2562 น.169).

แผนการจัดการคุณภาพน้ำของกรุงเทพมหานคร

แผนแม่บทการจัดการน้ำเสียของกรุงเทพมหานครในอดีตจะเริ่มจากโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่ชั้นใน ที่มีประชากรหนาแน่น ต่อมาเนื่องจากกรุงเทพมหานครมีข้อจ้ำกัดด้านงบประมาณและมีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียเฉพาะแห่งในระยะแรก จึงได้มีโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็ก หลังจากนั้นได้มีการทบทวนและจัดทำแผนแม่บทการจัดการน้ำเสีย ตะกอนน้ำเสีย และการนำน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์ และในปัจจุบันแผนการจัดการคุณภาพน้ำได้ดำเนินการให้สอดคล้องตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี และ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูแหล่งน้ำ ทั้งแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติ ในส่วนของกรุงเทพมหานครดำเนินการจัดทำแผนการจัดการคุณภาพน้ำตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้

1. แผนแม่บทการจัดการน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร ปี 2554 ซึ่งกรุงเทพมหานครร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ได้เสนอแผนแม่บทระยะ 30 ปี ให้กรุงเทพมหานครสร้างระบบบำบัด
น้ำเสียเพื่อบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากชุมชนในกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด โดยแบ่งพื้นที่ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียออกเป็น 27 พื้นที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองภายในปี พ.ศ. 2583 ปัจจุบันได้เปิดดำเนินการแล้ว 8 แห่ง ซึ่งเป็นโรงควบคุมคุณภาพน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ สี่พระยา รัตนโกสินทร์ ดินแดง ช่องนนทรี หนองแขม ทุ่งครุ จตุจักร และศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ กำลังดำเนินการอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 4 แห่ง ได้แก่ คลองเตย มีนบุรี ธนบุรี และบึงหนองบอน และจะดำเนินการในอนาคต 15 พื้นที่

2. แผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งใช้เป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมซนในภาพรวมของประเทศ ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1) น้ำเสียชุมชน ร้อยละ 93 ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง 2) น้ำเสียชุมชนกลับไปใซ้ประโยชน์ได้ร้อยละ 50 และ 3) แหล่งกำเนิดน้ำเสียชุมชนปฏิบัติตามกฎหมายเพิ่มขึ้น โดยมีมาตรการจัดการ 4 มาตรการ ได้แก่ (1) จัดการน้ำเสียชุมชน ณ แหล่งกำเนิด (2) เพิ่มศักยภาพการบริหาร (3) พัฒนากฎหมาย/มาตรการ/กฎเกณฑ์/กฎระเบียบ และ (4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจัดการน้ำเสียชุมชน

3. แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556–2575) เป็นการนำแผนวิสัยทัศน์ของประชาชนเพื่อการพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สามารถนำกรุงเทพมหานครให้เจริญเติบโตสู่การเป็นมหานครแห่งเอเชียท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน และท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของบริบทแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียและประชาคมโลก

โดยมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการคุณภาพน้ำ คือ มหานครแห่งความปลอดภัย ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ ปลอดมลพิษ มีเป้าหมาย คือ แหล่งน้ำสาธารณะทั้งแม่น้ำสายหลักและคูคลองต่าง ๆ มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน ประเภทที่ 4 (ได้แก่ แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ (1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษก่อน และ(2) การอุตสาหกรรม) (สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล, 2561)

4. แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561–2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน มีประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมาย คือ อนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ โดยฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและการป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำ มีการวางแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ ส่งเสริมกลไกการมีส่วนร่วมในการบริหารการจัดการอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คูคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติมีระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ระบบเก็บขนและกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลของชุมชนให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล สนับสนุนให้มีโครงข่ายการสัญจรทางน้ำที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัดและมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนองค์กรเอกชน เอกชน มีความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักต่อคุณค่าและความสำคัญของแม่น้ำ คูคลอง

4.1 แผนปฏิบัติการเพื่อให้คลองแสนแสบใสสะอาด รัฐบาลได้แถลงนโยบายด้านการรักษา ความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยเร่งรัดการควบคุมมลพิษทางอากาศ ขยะ และน้ำเสีย เพื่อสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชน ต่อมาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีดำริที่จะปรับปรุงคลองแสนแสบให้ใสสะอาดภายใน 2 ปี ซึ่ง คลองแสนแสบเป็นคลองที่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นหัวใจของการระบายน้ำ และเป็นเส้นทางการคมนาคม แต่ในปัจจุบัน พบว่า คุณภาพน้ำในคลองแสนแสบมีความเสื่อมโทรมและมีค่าความสกปรกสูง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการที่จะฟื้นฟูคลองแสนแสบ โดยเริ่มดำเนินการ ในพื้นที่คลองลาดพร้าวซึ่งเป็นคลองสาขาหลักของคลองแสนแสบ ให้เป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาน้ำเสียใน แม่น้ำ ลำคลอง กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานในการดำเนินการหลักได้เสนอขอปรับปรุงโครงการ ภายใต้แผนปฏิบัติการฯ โดยจำแนกโครงการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ 1 ปี 5 ปี และ 20 ปี

ภาพที่ 2 คลองแสนแสบบริเวณท่าเรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เดือนมิถุนายน พ.ศ.2562

ที่มา: (ภาพโดย: อรพิมพ์ มงคลเคหา, 2562)

4.2 แผนการจัดการน้ำเสียในคลองเปรมประชากร คลองเปรมประชากรช่วงที่ไหลผ่าน กรุงเทพมหานครมีปัญหาน้ำเน่าเสียเป็นนสีดำ และส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเมืองและชุมชนตามแนวคลอง น้ำเสียจากบ้านเรือนและสถานประกอบการจำนวนมากที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองถูกปล่อย ทิ้งลงคลองโดยไม่ได้รับการบำบัด ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ผลการสำรวจ พบว่า ปัจจุบันจำนวนผู้บุกรุก เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหมู่บ้านกลางเมือง ไปจนถึงหลังหมู่บ้านแกรนคาแนล เขตดอนเมือง มีผู้บุกรุก 4,777 หลังคาเรือน แยกเป็น เขตดอนเมือง 14 ชุมชน และในเขตหลักสี่ 13 ชุมชน โดยมีแนวทางในการจัดการน้ำเสียที่ผ่านมา คือ คลองเปรมประชากรตั้งแต่ช่วงซอยงามวงศ์วาน 59 แยก 5 ลงมาจนถึงทำเนียบรัฐบาล ความยาวประมาณ 11.5 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียศูนย์การศึกษา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ และ โรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง และการดำเนินการในอนาคต สำนักการระบายน้ำได้บรรจุโครงการบำบัดน้ำเสียบางเขน โครงการบำบัดน้ำเสียดอนเมือง และโครงการบำบัดน้ำเสียสายไหม ไว้ในแผนการจัดการคุณภาพน้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งฟื้นฟูคุณภาพน้ำของคลองต่าง ๆ โดยเฉพาะคลองเปรมประชากรช่วงแยกถนนงามวงศ์วานไปจนสุดเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ไหลผ่านพื้นที่ชุมชนในเขตหลักสี่ เขตบางเขน และ เขตลาดพร้าว รวมทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา

ภาพที่ 3 คลองเปรมประชากร บริเวณถนนเลียบหมู่บ้านกลางเมือง

ที่มา: (ภาพโดย: อรพิมพ์ มงคลเคหา, 2561)

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ. (2560). ยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษ 20 ปี และแผนจัดการมลพิษ พ.ศ. 2560–2564. . [ออนไลน์]. ได้จาก http://www.pcd.go.th/info_serv/plan.html [สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2562].

_________. (2561). รายงานประจำปี 2560 สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ. [ออนไลน์]. ได้จาก https://wqmo.blogspot.com/p/blog-page_5.html. [สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2562].

_________. (2562). รายงานสรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2561. กรุงเทพฯ: ส.มงคลการพิมพ์

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2558). คลองช็องกเยช็อน. [ออนไลน์]. ได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/คลองช็องกเยช็อน. [สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562].

สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร. (2562). แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2562 ภาคผนวก จ การจัดการคุณภาพน้ำ. [ออนไลน์]. ได้จาก http://203.155.220.119/News_dds/magazine/Plan62/plan11.pdf . [สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562].

สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ กรุงเทพมหานคร. (มปป.). ประวัติความเป็นมา. [ออนไลน์]. ได้จาก http://dds.bangkok.go.th/about2_8.php [สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562].

สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ. (2561ก). นโยบายและพื้นที่เป้าหมายการจัดการน้ำเสียชุมชน (พ.ศ.2553–2584) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3. [ออนไลน์]. ได้จาก http://www.pcd.go.th/public/Publications/ print_water.cfm?task=policyPCD. [สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2562].

________. (2561ข). รายงานประจำปี 2560 สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ. [ออนไลน์]. ได้จาก https://wqmo.blogspot.com/p/blog-page_5.html. [สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2562].

สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร. (2561). แผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556–2575). [ออนไลน์]. ได้จาก http://www.bangkok.go.th/sed. [สืบค้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562].

สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์. (2558). คลองชองเกซอน รื้อทางด่วนพลิกน้ำเน่าให้เป็นแหล่งพักผ่อนกลางกรุงโซล. [ออนไลน์]. ได้จาก https://www.creativemove.com/creative/cheonggyecheon/[สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562].

--

--