10 ขั้นตอน การจัดการไฟล์ เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

( FRAMEWORK FOR FILM EDITOR)

กระบวนการจัดการไฟล์เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าพูดถึงกระบวนการทำงานแล้ว แต่ละท่านคงมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน
โดยเฉพาะงานตัดต่อ ที่จะต้องทำงานแข่งกับเวลา การจะตัดงานทั้งทีมีไฟล์ที่จะใช้เยอะแยะไปหมดทั้ง ฟุตเทจ,CG,เพลง,ไหนจะ SUPER อีก การที่เรามี ระบบจัดการทีดี จะทำให้เราสามารถ ทำงานประหยัดเวลามากขึ้น ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

บทความนี้ผมเลยขออนุญาตแชร์ การจัดการไฟล์ และขั้นการทำงานของผมในแต่ละขั้นตอนโดยก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนครับว่า บทความนี้เป็นเพียงเฟรมเวิร์ค ที่ทำขึ้นมาคร่าวๆสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของชิ้นงาน

( ADOBE PREMIERE PRO )

คือโปรแกรมที่ผมเริ่มใช้ และ ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน ด้วยความที่มันค่อนข้างง่ายต่อการใช้งาน และเป็นมิตรต่อ Plug in ต่างๆที่มีให้เลือกใช้มากมาย
ข้อเสีย คงเป็นเรื่องของความเสถียรที่อาจจะมีอาการแฮงค์ให้เห็นบ้างเป็นบางคราวแต่ทุกโปรแกรมล้วนมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันไป ข้อสำคัญคือ เราควรใช้บ่อยๆ
และพัฒนาฝีมืออยู่เรื่อยๆ น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

โดยความรู้ที่แชร์ในครั้งนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เคยร่วมงานกันและเคยแลกเปลี่ยนความรู้กันมาด้วย หากมีข้อเสนอแนะ ก็ร่วมพูดคุยกันได้เลยนะครับ

ขั้นตอนที่ 1

สร้าง FOLDER ในการเก็บไฟล์ต่างๆก่อน โดยจะเริ่มต้นที่
01_SAVE_PR : ใช้สำหรับเก็บไฟล์เซฟงานตัดต่อที่มาจาก Premiere Pro
02_SAVE_AE : สำหรับเก็บไฟล์เซฟงาน AfterEffect หากมีการทำ CG
03_FOOTAGE : ใช้เก็บไฟล์ฟุตเทจที่จะใช้ตัดต่อทั้งหมด
04_SOUND : ใช้สำหรับเก็บไฟล์เสียงทั้งหมด Film score และ Sound FX
05_PICTURE : ใช้สำหรับเก็บไฟล์ภาพนิ่งทั้งหมด
06_CG : ใช้สำหรับเก็บไฟล์ CG ทั้งหมด 
07_OUTPUT : ใช้สำหรับเก็บไฟล์ที่ Export ออกมา
08_CACHE : ใช้เก็บไฟล์ Render จบงานก็จะลบทันทีจะได้ไม่รกเครื่องครับ

เพียงเท่านี้ ไฟล์ของเราก็จะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบง่ายต่อการค้นหา
ข้อเสนอแนะคือ ผมจะตั้งชื่อด้วยการขึ้นต้นด้วยปี/เดือน /วัน และไฟล์ทั้งหมด 
จะถูกตั้งชื่อด้วยภาษาอังกฤษครับ


ขั้นตอนที่ 2

เปิดโปรแกรม แล้วสร้างโฟลเดอร์ต่างๆโดยขั้นตอนนี้ ผมจะสร้างโฟลเดอร์ สำหรับเก็บ Sequence เพิ่มเข้ามา แล้วก็ทำการ Import ไฟล์ต่างๆลงเข้าไปใน Folder


ขั้นตอนที่ 3

สร้าง Sequence ตามที่เราต้องการโดยในที่นี้ผมจะตัดเพื่อนำไปโพสบน Facebook
ผมเลยตั้ง Frame sizeที่1080x1080 หรือถ้าใครต้องการ Frame size อื่น ก็แค่เลือก Preset ในตัวโปรแกรมได้เลยครับ


ขั้นตอนที่ 4

หา GoodTake หลังจากนั้นผมจะเริ่มนำฟุตเทจทั้งหมดมาลงใน Timeline แล้วไล่ดูเพื่อหา GoodTake เลือก Shot ที่ดีที่สุดหากเจอแล้วผมจะ CUT แล้วจะนำขึ้นไปไว้บน
Layerที่ 2 เพื่อที่จะได้รู้ว่า ฟุตไหนที่เราจะใช้และง่ายต่อการกลับมาหาfootageอื่นๆ


ขั้นตอนที่ 5

หลังจากหา GoodTake เสร็จเรียบร้อยผมก็จะได้ footage มาจำนวนหนึ่งแล้วผมก็จะสร้าง Sequence ขึ้นมาใหม่แล้วก็อปปี้ Footage ใน Layerที่2 (ที่เลือกไว้)
ไปใส่ใน Sequence ครับ


ขั้นตอนที่ 6

ผมจะทำการ GROUP เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากถ่ายมากกว่า 1 กล้องก็จะทำการโยกฟุตเทจมาอยู่ไกล้ๆกัน แล้วแยกเป็นก้อนตามลำดับและ Highlight ไว้ด้วยสีที่ต่างกัน


ขั้นตอนที่ 7

ยังครับยังไม่เริ่มตัดครับ ผมกำลังจะพูดถึงเพลงประกอบ ผมชอบที่จะทำการขายเพลง
กับลูกค้าก่อนเพื่อกำหนดMoot&Toneของคัทติ้ง ผมมักจะหาเพลงที่ต้องการ
ประมาณ 4–5 เพลงให้ลูกค้าเลือกให้ทำการ Recommend เพลงที่เราชอบ
ให้ลูกค้าด้วยครับ จะได้เป็นการช่วยลูกค้าตัดสินใจไปในตัว


ขั้นตอนที่ 8

หลังจากขึ้น Footage ทั้งหมดเสร็จแล้วพักเบรคครับ ใช่ครับ ปิดคอม!!! ผมมักจะออกไปสูดอากาศ นอกห้องหาข้าวกินหากาแฟดื่มซักแก้ว ระหว่างจิบกาแฟอมริกาโน่เข้มๆผมก็จะค่อยๆลำดับเรื่องราวที่เกิดขึ้นคิดว่าเราจะตัดออกมาเป็นแบบไหน เล่าแบบใหนเปิดภาพด้วยอะไร หลังจากลำดับเรื่องราวในหัวเรียบร้อยแล้วก็ลงมือตัดได้ครับ


ขั้นตอนที่ 9

พร้อมแล้วเริ่ม ตัดได้ !!! นำ Shot มาร้อยเรียงเรื่องราวเชื่อมโยง ให้วัตถุดิบที่มีผสมผสานอย่างลงตัวตามที่ตั้งใจเอาไว้


ขั้นตอนที่ 10

เสร็จแล้วก็ ทำการ Export ส่งลูกค้าได้เลยหลายครั้งผมมักจะส่งเป็นลิงค์ Youtube.com ตั้งค่าแบบดูได้เฉพาะผู้ที่มีลิงค์เพราะลูกค้าจะค่อนข้างสะดวกเวลาตรวจงานครับหากจะส่งตัว FINAL ก็มักจะอัพโหลดแล้วส่งทาง wetransfer.com ครับ


เป็นอย่างไรบ้างครับ กับการทำงานแต่ละขั้นตอนของผม หากผู้อ่านมี FrameWork
แนะนำก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะครับผมเชื่อว่า ไม่ว่างานยากแค่ไหน
ถ้าเรามีวิธีการจัดการที่ดีก็จะทำให้เรา ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งครับ


บทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไร กดติดตามได้เลยครับหากเห็นว่าเป็นประโยชน์
สามากดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการติดตามครับ

ปิยะมิตร บุญทับ


Like what you read? Give Piyamit Boonthup a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.