เลือกคณะ วางแผนการทำงาน และการเรียนให้สำเร็จได้ ด้วยสูตรลับ “สลับขั้นบันไดเป้าหมาย”

ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงเวลาสำคัญของน้อง ๆ dek59 ที่กำลังวางแผนเลือกคณะอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนน้องๆ เด็กแอด 60 61 62 เป็นต้นไปก็อย่าชะล่าใจ เพราะเวลาก็กำลังขยับเข้าใกล้มาทุกที
แน่นอนว่าน้องส่วนใหญ่มีคณะในใจกันบ้างแล้ว แต่ถ้าถามถึงอาชีพที่อยากทำหลังจากเรียนจบ ก็คงไม่แปลกที่น้องบางคนยังคงโนไอเดีย เพราะหน้าที่ของน้องๆ ตอนนี้ก็คือเรียนหนังสือ กว่าจะสอบให้ผ่านแต่ละวิชา กว่าจะเลือกคณะได้ ก็เหนื่อยแล้ว แล้วจะเอาเวลาไหนไปคิดเรื่องอาชีพ ถ้าขั้นบันไดเป้าหมายขั้นแรกของเราจะเป็นเรื่องเรียน แล้วค่อยก้าวข้ามขั้นบันไดไปคิดเรื่องอาชีพตอนโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วมันจะผิดตรงไหน?
คำตอบคือก็ไม่ผิดนะครับ แต่พี่ขอเล่าเรื่องของรุ่นพี่คนหนึ่งที่พี่เค้าอยากมาเล่าให้น้องๆ ฟังกัน ขอเรียกชื่อพี่เขาเป็นชื่อสมมติว่า “แมลงปอ” นะพี่แมลงปอเพิ่งเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง และกำลังทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วตอนที่พี่แมลงปอเพิ่งเรียนจบม.6 หมาด ๆและจะต้องสมัครแอดมิชชันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พี่แมลงปอก็เหมือนกับคนอีกหลาย ๆ คนที่ตอนนั้นยังไม่ได้มองอนาคตว่าจะทำอาชีพอะไร ขอให้สอบผ่าน เรียนจบ และแอดมิชชันติดก็พอแล้ว เวลานั้นพี่แมลงปอรู้แค่ว่าคณะบริหารธุรกิจกำลังเป็นที่นิยมมาก เพื่อน ๆ ในห้องหลายคนก็เลือกเรียนคณะนี้กัน และเมื่อพี่แมลงปอเช็คคะแนนขั้นต่ำแล้วก็พบว่าคะแนนบวกสูงจากคะแนนขั้นต่ำปีก่อนหน้ามาพอสมควร เรียกว่าแทบจะไม่เสี่ยงเลย สุดท้ายพี่เค้าเลยเลือกคณะบริหารธุรกิจไว้อันดับหนึ่ง และก็ติดจริง ๆ
ชีวิตการเรียนในคณะบริหารธุรกิจของพี่แมลงปอก็ค่อนข้างดีครับ มีผลการเรียนดีบ้างไม่พอใจบ้างสลับกันไป ให้ไม่ติดเอฟแล้วเรียนจบได้รับปริญญาพร้อมเพื่อนๆ ก็เป็นพอ พอเข้าสู่ปีสี่เทอมสุดท้ายแน่นอนว่าประเด็นที่เพื่อนในคณะเวลาเจอหน้าต้องถามกันคือจะไปทำงานอะไร ทำให้วันหนึ่งที่พีแมลงปอต้องมานั่งคิดวางแผนอนาคตของตัวเองและถามตัวเองอย่างจริงจัง ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัว
ตอนเรียนอยู่ม.3 พี่แมลงปอเคยติดซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่พระเอกเป็นทนายความ ซึ่งซีรี่ย์เรื่องนี้นี่เองที่จุดประกายให้พี่แมลงปอสนใจอาชีพทนายความ ตอนเรียนกฎหมายในวิชาสังคมศึกษาก็สนใจเรียนและได้คะแนนดีมากเป็นพิเศษ แต่ตอนเลือกคณะ กลับไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย และพอลองถามใจตัวเองจริง ๆ แล้ว อาชีพทนายความนั่นแหละที่อยู่ในใจพี่แมลงปอมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

แต่…ถ้าจะเป็นทนายความ จำเป็นเลยว่าต้องเรียนจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์มาเท่านั้น ! แต่ว่าเรียนบริหารมาจนจะจบแล้วนี่สิ มีทางเดียวถ้ายังอยากจะไปเป็นทนายความก็คือต้องซิ่วไปเรียนปริญญาตรีนิติศาสตร์ใหม่อีก 4 ปี! สุดท้ายพี่แมลงปอก็เลยไม่ได้ตามความฝันไปเป็นทนายความ และทุกวันนี้ก็ต้องนั่งทนทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่พี่แมลงปอไม่ได้รู้สึกมีความสุขที่จะทำเลย และมีแพลนจะลาออกไปหางานใหม่ในเร็ว ๆ นี้ด้วย
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่แมลงปอบอกเลยว่าขั้นบันไดขั้นแรกที่พี่เค้าควรคิดตอนนั้นคือเรื่องอาชีพ ไม่ใช่ว่าแค่กลัวไม่มีที่เรียน เพราะที่จริงแล้วเป้าหมายในชีวิตคนควรจะเป็นอาชีพที่จะทำต่างหาก ความสำเร็จทางการเรียนไม่ใช่ความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นเพียงการปูทางไปสู่ความฝันในโลกของการทำงานเท่านั้น ตอนนั้นพี่แมลงปอควรจะตั้งใจเรียนให้ติดคณะนิติศาสตร์ จากนั้นก็เข้าไปตั้งใจเรียนกฎหมายในคณะนิติศาสตร์ หาประสบการณ์จากกิจกรรมไปด้วย พอเรียนจบก็ไปสอบตั๋วทนายให้ได้ ก็จะได้เป็นทนายความตามที่พี่แมลงปอฝันไว้มาโดยตลอด แต่เมื่อเวลามันผ่านไปแล้ว มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว

ตอนนี้คงยังไม่สายเกินไปที่เรื่องราวของพี่แมลงปอจะเตือนสติน้อง ๆ ก่อนที่จะเลือกทางเดินชีวิตครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องอะไรก็ตาม สูตรลับสลับขั้นบันไดเป้าหมายสามารถนำไปใช้ได้เสมอ โดยสิ่งที่เป็นเป้าหมายหรือจุดประสงค์หลักควรอยู่ในบันไดขั้นแรกที่ต้องคิดถึง จากนั้นบันไดขั้นที่สองจึงคิดว่าจะมีวิธีการอย่างไรให้ไปสู่เป้าหมายที่คิดไว้ในขั้นแรก
เรื่องเรียนกับเรื่องอาชีพก็เหมือนกัน อย่างที่บอกว่าเป้าหมายที่แท้จริงของน้อง ๆ ควรจะเป็นเรื่องอาชีพ ดังนั้นอาชีพก็จะต้องอยู่ในบันไดความคิดขั้นแรก น้อง ๆ ต้องคอยคิดทบทวนค้นหาตัวเองก่อนว่าชีวิต อยากจะทำงานอะไร พอมั่นใจแล้วถึงจะคิดต่อไปในบันไดขั้นที่สองคือจะเรียนอะไรให้เราไปสู่อาชีพที่ฝันไว้ได้ อาจจะไม่ใช่แค่การเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำกิจกรรมและประสบการณ์นอกห้องเรียนต่างๆ ที่จะช่วยส่งเสริมทักษะของเราให้เหมาะสมกับการทำอาชีพนั้น ๆ ด้วย สุดท้ายพอน้องรู้บันไดทั้งสองขั้นของตัวเองแล้ว ท้ายสุดก็คือตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด แล้วน้อง ๆ จะประสบความสำเร็จและมีความสุขทั้งในชีวิตการเรียนและการทำงาน
เพียงแค่สลับบันไดความคิดสองขั้นนี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว
ลองดูครับ :)
