The Interview :-)

วันนี้เป็นวันที่ตื่นเต้นมากกกกมากกกมากกกก เราไปสัมกับเพื่อนมธ.อีก 7 คนรวมเราด้วยเป็น 8 ทุกคนภาษาดีในระดับนึงเลยคือเคยไปแลกเปลี่ยนมาบ้าง เคยไปเที่ยวเมืองนอกเองบ่อยๆ ต่างจากเราที่ไม่เคยไปไหนเลย เมกาคืออะไร ประเทศที่ไกลกับเรามากขนาดที่ว่าต้องนั่งเครื่องบินไปเป็นวัน เป็นสถานที่ๆเราไม่เคยสัมผัสและไม่เคยนึกว่าจะได้ไป


วันนี้เราตื่นเช้ามาก เพราะตื่นเต้นมาตั้งแต่เมื่อคืน รีบออกจากคอนโดแต่เช้าเพราะต้องไปสัมภาษณ์ไกลถึง Jasmine City ย่านอโศก (เราอยู่แถวปิ่นเกล้าก็ต้องเผื่อเวลาเยอะหน่อย) เราได้สัมภาษณ์ช่วงบ่าย เพราะเวลาสัมภาษณ์จะรันจากวันที่เราได้เข้าฟัง Roadshow (ของเรากับเพื่อนสมัครฟัง Roadshow รอบท้ายๆแล้วด้วย) เพราะมาถึงเร็ว ก็เลยต้องรอนาน ทรมานสุดๆ เพราะเรารอแต่เช้าก็จะเห็นเพื่อนที่สัมภาษณ์ช่วงเช้าพูดถึงเรื่องสัมภาษณ์ตลอดเวลา ตอนนี้แหละช่วงเวลากอบโกยของเรา 55555555 จะขึ้นลิฟท์ เข้าห้องน้ำ นั่งกิน Subway เชื่อเถอะว่าจะได้ยินคนพูดเรื่องคำถามที่ต้องตอบตอนสัมภาษณ์ตลอดเวลา งานแอบฟังก็เกิดขึ้น แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งเครียด เพราะเราได้ยินเขาคุยกันว่ารอบแรกคัดออกโหดมาก คนผ่านแค่ 1 ใน 3 เอง ว่าแล้วเราก็หยิบ Resume มาดูอีกรอบ ทวนเอกสารที่ต้องเตรียมให้โครงการ แล้วนั่งฟังเพลงดิสนีย์บิ้วตัวเองก่อนเข้าไปสัมภาษณ์สักหน่อย เพราะไม่อยากตื่นเต้นจนลน

ได้เวลาสัมภาษณ์ของจริง พี่กอล์ฟจะเรียกเราไปนั่งรวมกันในห้องประชุมก่อน มีเก้าอี้เยอะมากกก และมีฉากเล็กๆกั้นเหมือนกั้นโซนห้อง มองลอดฉากนั้นไปโอ้โห เราตกใจมากเพราะมีคนสัมภาษณ์ประมาณ 20 คนได้ กับโต๊ะที่ห่างกันไม่เยอะมาก เราตื่นเต้นสุดๆ หยิบสมุดที่จด list คำถามที่คิดว่าจะต้องเจอออกมากำลังจะอ่าน
“สริตา” อ้าวววว โดนเรียกเฉยเลย คือตอนลงชื่อ ชื่อเราอยู่ท้ายมากแต่พอโดนเรียก ทำไมเรียกคนที่สามเลยง่ะ ตกใจมาก สมุดก็ยังไม่ทันอ่าน สั่นไปหมด เราเลยแสกนสมุดแบบเร็วๆแล้วเดินไปนั่งเรียงแถวกับคนที่โดนเรียกก่อนหน้า

“หวัดดี เค้าชื่อแป้งนะ ตื่นเต้นเนอะ ทำไมโดนเรียกไวจัง” เราทักเพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว เห็นเขาก็ดูตื่นเต้นไม่แพ้กันเลยชวนคุยสักหน่อย

“หวัดดี งงมากเราได้คนแรกเลย”

จบประโยค เพื่อนร่วมชะตากรรมเรามาอีกคนแล้ว ที่นั่งข้างขวาของเรามีผู้หญิงอีกคนมานั่ง มาจากมธ. เหมือนกัน เราจำได้ลางๆว่ามาจาก BAS พอนั่งปุ๊บ เขาก็บอกว่าตื่นเต้นเหมือนกัน ทุกคนเริ่มลนจนสังเกตได้

“ต้องได้เนอะ ต้องติดไปด้วยกัน” เราพูดเอง

“ถ้ารอบนี้ไม่ได้ ปีหน้าเราจะมาอีก” เพื่อนที่นั่งก่อนหน้าเราพูด เราฟังแล้วเห็นถึงความทุ่มเทของเขาเลย ตอนนั้นคิดในใจว่าเขาต้องติดแน่ๆ เราอยากให้เขาได้มากๆ
“ต้องได้ดิ ใช่ๆติดไปด้วยกัน” พี่ผู้หญิงพูดขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็บีบมือกันเบาๆส่งกำลังใจให้กัน


“เริ่มสัมภาษณ์ได้ค่ะ น้องๆกลุ่มแรกเลือกคนสัมภาษณ์ได้นะ ถูกใจคนไหนเดินไปคุยกับเขาได้เลย :-)” พี่กอล์ฟพูดพร้อมยิ้มเล็กๆให้พวกเรา

งานเข้าของจริงค่ะ เลือกคนไหนดีหล่ะทีนี้ เยอะไปหมดเลย เราเลยเลือกพี่ผู้หญิงคนนึงที่ยิ้มให้เรา เพราะเขาดูใจดี เราอาจจะผ่าน (คิดเองเออเองสุดๆค่ะตอนนั้น)

“ Hi, How are you? ”

“ Hi, I’m very excited since yesterday. So, I watched disney movie :-)” อันนี้คือเราดูหนังของดิสนีย์มาจริงๆนะเมื่อคืน เพราะเราตื่นเต้นมาก อยากบิ้วตัวเอง55

— — เราขอแปลบทสัมเป็นภาษาไทยเลยเนอะ จะได้อ่านง่าย ไม่น่าเบื่อ -— —

“ตอนนี้ยังตื่นเต้นอยู่ไหมคะ?”

“ตื่นเต้นมากค่ะ”

“งั้นพักหายใจเข้าออกลึกๆก่อนนะคะ :-) ดีขึ้นไหมคะ”

“ดีขึ้นค่ะ /ยิ้ม”

“เห็นบอกว่าดูหนังของดิสนีย์มา ชอบเรื่องไหนเป็นพิเศษคะ”

“มีเรื่องโปรดอยู่ 2 เรื่องค่ะ คือ tinkerbell กับ high school musical เรื่องแรกชอบเพราะว่าเห็นพัฒนาการของตัวละครค่ะ จะเห็นว่าภาคแรกทิงค์จะดูอารมณ์ร้อน โกรธง่าย แต่หลังๆมาจะเห็นว่าเขาควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และรู้จักที่จะขอโทษตอนที่ตัวเองทำผิด ส่วน high school musical ชอบเพราะเราเห็นความพยายามของตัวละครในการที่จะได้ทำในสิ่งที่รัก จะเห็นว่า Gabriella ปกติแล้วเป็นเด็กเรียนดี เป็นนักวิทยาศาสตร์ ส่วน Troy เป็นนักบาสของโรงเรียน แต่ทั้งคู่มี passion คือรักที่จะร้องเพลง ก็พยายามตั้งใจ ทำทุกๆอย่างเพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่รัก”

“ชอบ high school musical เหมือนกันค่ะ ไม่ค่อยมีคนพูดถึงเรื่องนี้นะ เราดูเป็นคนมุ่งมั่นดีจัง”

/ยิ้มมมม :-)

“อยากทำ role ไหนคะ”

“merchandise ค่ะเพราะว่าเรียน business ที่ธรรมศาสตร์อยู่แล้วด้วย แล้วที่บ้านก็มีธุรกิจส่วนตัวเลยคิดว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและเอาไปปรับใช้ได้ในอนาคตค่ะ”

“ถ้าถามพ่อแม่ของเรา คิดว่าพ่อแม่จะบอกว่าเราเป็นคนยังไงคะ”

“มีความรับผิดชอบค่ะ เพราะหนูมาเรียนมธ.ก็ไกลบ้านด้วยเพราะเป็นคนต่างจังหวัด เลยพยายามตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ก็พยายาม keep GPA ให้ดีค่ะ แล้วก็เป็นคนซื่อสัตย์ด้วยค่ะ ที่บ้านก็ไว้ใจ”

“โอเคค่ะ สัมภาษณ์เสร็จแล้ว มีอะไรจะถามไหมคะ”

“ คุยกับหนูแล้วเป็นยังไงบ้างคะ /ยิ้มมม :-)” นี่เป็นการหลอกถามว่าจะติดมั้ยแบบเนียนๆ (นี่เนียนแล้วใช่มั้ย555)

“เดี๋ยวก็รู้ตอนประกาศผลค่ะ /ยิ้มให้ :-)”

“ขอบคุณที่คุยกับหนูวันนี้ค่ะ :-)”


“สัมภาษณ์เสร็จแล้วนั่งรอฟังผลเลยนะคะ”

เห้ยยยย ประกาศเลยหรอ ตกใจมาก พอสัมภาษณ์เสร็จเดินออกมาจะเห็นฉากกั้นอีกฉากที่มีเก้าอี้เรียงประมาณ 20 ตัว พร้อมกับโต๊ะของพี่กอล์ฟและแฟ้มเอกสารของเด็กที่สัมภาษณ์เสร็จแล้ว หลังจากนั้นพี่กอล์ฟก็จะเรียกชื่อเด็กทีละคน ถ้าผ่านเราจะได้เอกสารมากรอกแล้วรอฟังวิธีเตรียมตัวสัมภาษณ์รอบสองตอนเย็น แต่ถ้าไม่ผ่านก็กลับบ้านได้เลย

เรามานั่งรอก็เห็นเพื่อนอีกสองคนที่นั่งรอก่อนเข้าไปสัมภาษณ์พร้อมเรา

“เป็นไงบ้างๆๆ” เราถาม

“ไม่ค่อยดีเลย เราว่าเราไม่ผ่านแน่เลย”

“ทำไมพูดแบบนั้น เขาถามว่าไงมั่ง”

“ก็ถามว่าชอบกินอะไร ให้บอกวิธีทำหน่อย ไม่ผ่านแน่เลยย แต่ไม่เป็นไร ปีหน้ามาใหม่”

“อย่าคิดงั้นดิ อาจจะผ่านก็ได้”

พูดจบเพื่อนคนนั้นก็โดนพี่กอล์ฟเรียกชื่อ “ไม่ผ่านค่ะ”

อ้าวเห้ยย ถ้าเพื่อนไม่ผ่านแล้วเราจะผ่านมั้ยเนี่ยยย มาสัมพร้อมกันก็อยากให้ติดไปด้วยกัน หลังจากนั้นระหว่างรอเราก็เริ่มนอยมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเพื่อนมธ.ที่มาด้วยกันก็ไม่ผ่าน หลังจากนั้นก็มีคนไม่ผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน คือคนไม่ผ่านเยอะมากจนเราเริ่มถอดใจ ในใจก็คิดว่าอาจจะผ่านแต่ก็ไม่อยากหวังมากเพราะกลัวไม่ผ่านแล้วเราจะเสียใจ

“สริตา” โดนเรียกสักที เราเดินไปหาพี่กอล์ฟ “ผ่านค่ะ เอาใบนี้ไปนั่งกรอกที่โต๊ะกับเพื่อนนะคะ” วินาทีนั้นคือน้ำตาซึมเลยอ่ะเพราะมันลุ้นมาก ไม่คิดว่าจะได้ด้วย เราดีใจมาก เดินถือกระดาษใบนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับเพื่อนอีกคน ในหัวคือ blank ไปแล้วใครพูดอะไรเราไม่ได้ยินแล้วจุดนั้น555 แล้วหลังจากนั้นก็มีคนสัมภาษณ์ผ่านมานั่งร่วมโต๊ะกรอกใบกับเราอีกสองคน เราเห็นตอนพี่เขารู้ว่าผ่านถึงกับเต้นต่อหน้าพี่กอล์ฟเลย น่ารักมาก แต่เราเข้าใจฟีลนะ มันดีใจมากจริงๆตอนนั้น แล้วพี่ Alumni (พี่ที่ไปมาปีที่แล้ว) ก็พูดว่า “ดีใจด้วยนะ” แล้วก็บอกรายละเอียดกรอกใบ student approve ต่างๆเพื่อเตรียมตัวที่จะจัดเอกสารมาสอบสัมภาษณ์ครั้งถัดไป :-)


สรุปว่าสุดท้ายแล้ว เพื่อนที่มากับเรา 7 คน ผ่านสัมภาษณ์รอบแรก 2 คน ถ้ารวมเราคือ 3 จาก 8 ก็คือว่าหินพอสมควร แต่เราว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถหรอก :-) ถ้าเราพยายามมากๆ ตั้งใจจริงๆสุดท้ายผลลัพธ์จะออกมาดีเอง เราเองก็ไม่ได้เก่งภาษามากมาย แค่รู้สึกชอบวิชานี้ และอินกับสิ่งที่ทำอยู่ ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ❤

Chance favors only the prepared mind.