Why Startup [Chula Tech Startup]
ช่วงเย็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ฝนตกแบบนี้ เปิดLive มาUpdateความรู้ตัวเองดีกว่า
วันนี้ 4 กันยายน 2561 ชมรมChula Tech Startup จัดงาน Why Startup ? : Inspiring session with real startup entrepreneur ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Session 1 : Startup คือ อะไร
SMEs กับ Startup ต่างกันยังไง
พี่โบ๊ท : สิ่งที่น่าสนใจ ยกตัวอย่าง “ขวดน้ำ”
- SMEs “เราอยากจะทำน้ำขวดขาย”ผลิตน้ำขวดแรกออกมา ก็ต้องทำBranding Marketing Selling ถ้าพี่อยากขายอีก ก็ปรับยี่ห้อ กับ ส่วนผสม แล้วก็ขายไป
- Startup ต้องคิดอีกแบบ “เราอยากผลิตน้ำที่เราแก้กระหาย” ทำยังไงให้กินได้เร็วกว่าเดิม ง่ายกว่าเดิม เช่น กินน้ำแล้วปวดปัสสาวะ เข้าป่าแล้วเข้าห้องน้ำยาก มีน้ำแบบให้ไหมที่ดื่มแล้วไม่ปวดปัสสาวะ เพราะน้ำมันOver ในร่างกายมันเยอะ แต่แก้ยังไงไม่ให้ปวดฉี่ ปรากฎพบว่ามีน้ำยาที่ไต แล้วปรากฎว่าไปทำวิจัย ว่าเราแก้ปัญหาอะไรให้โลกนี้ : กระบวนการใดที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น
Startup คือ อะไรก็ได้ที่แก้ปัญหาคนคนหนึ่ง แล้วเราแก้ปัญหา + เขาHappyกับการแก้ไขปัญหา แล้วเรารับCost รับปัญหาของเราแทน
พี่ก้อง : คำนิยาม
- Startup เป็นเรื่องยาก : ธุรกิจStartup เกิดจากการที่ทำอะไรใหม่ๆ — การที่ทำอะไรในยุคเก่าๆ ยุคพ่อแม่ คุณน้าคุณอา เราแข่งกับเขาไม่ทันนะ ถ้าจะฝันว่าจะไปยืนแทนที่เขาได้ ไม่ได้แปลว่าจะเป็นเหมือนเขาได้ เดินตามไปไม่มีทางตามทัน — การที่ทำStartupคือการทำอะไรใหม่ๆ จะเป็นจรวจจะเป็นอะไรก็ได้ที่แซงเขาได้ ทางที่จะไปอาจจะดูโหดร้าย เข้าป่า อันตราย ฯลฯ มีโอกาสFail 90 เปอร์เซนต์ : ไอเดียมีมากมาย
- Startup คือการทำสิ่งใหม่ : แม้กระทั่งProductเรายังไม่รู้ว่าเราทำสิ่งที่ใช่รึเปล่า Target เราใช่รึเปล่า — เป็นช่วงเวลาที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำกันยังไง : ไม่รู้How to make money
- Startup คือ อนุบาลในการทำธุรกิจ : ธุรกิจก็มีช่วงเวลาของมัน เหมือน อนุบาล ปีนึงสูง 10 เซนต์ แล้วต้องเรียนสกิลใหม่หมด ทั้งตัวอักษร ทั้งระบายสี เทียบเหมือนStartup ว่าหาเงินยังไง คิดProductยังไง ทำธุรกิจยังไง— ธุรกิจสมัยใหม่ ต้องมีวิธีคิดFully Equip แบบInnovation Phase
พอเสร็จ พอ Graduatedแล้วก็จะเป็นHigh Growth Startup เป็น ความหวังของระบบเศรษฐกิจ Startupเก่งๆมีตังไปจ้างน้องทำงานใน Startupพอถึงเวลาน้องสุกงอม ก็ทำ Startup ของตัวเองได้ด้วย มันทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้นไปอีก
…..แต่ทำไมประเทศไทยไม่มี “Unicorn” สักที…..
UNICORN
พี่โบ๊ท : บางทีคนไทยเราอาจจะSeriousกับชีวิตกันน้อยเกินไป จริงๆUnicorn มันคือโอกาสในประเทศ คือถ้าUnicornเกิด แล้วไปถึง ……ที่เราไม่มี คือ พี่ว่ามันคือเราไม่สร้างค่าเฉลี่ยของคนในประเทศให้สูงขึ้น ให้มันเกิด ม้าในตำนาน ท่ามกลาง Pony Centaur Unicorn …. คือพวกเราก็ต้องตั้งใจ
พี่ก้อง : “การเปลี่ยนนิสัย” การเปลี่ยนนิสัยคนนี่โคตรยาก Grab UBER Facebookทั้งหมดเวลาเวลาที่เปลี่ยนนิสัย บริษัทพวกนี้เขายอมลงทุนเพื่อเปลี่ยนนิสัยคน ลงทุนแบบไม่รู้อะไร เสียเงินกันเป็นพันล้าน ให้พวกเราใช้ฟรีก่อน พวกที่เราเปิดทุกวัน เป็นUnicornคือใครที่แย่งนิสัยไปเยอะสุด Netflixแย่งเวลาน้อง เวลานอนมาดูหนัง คิดเรื่องนิสัยไว้ข้อแรก

พี่นพ : ตอนมหาฯลัยไม่ได้อยากคิดเป็นผู้ประกอบการ ยังไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้อยากทำธุรกิจ ตอนนั้นคืออยากได้ตังแล้วไปแข่ง แล้วไปแข่งหลายเวทีมาก มีงานหนึ่งที่พี่ก้องเป็นกรรมการ แล้วถามว่าจะทำต่อไหม แล้วตอนนั้นเราก็ยังไม่มั่นใจว่าเราจะทำต่อไหม แต่พี่ก้องมาคุย แสดงว่าเขาเห็นอะไรในตัวเรา พี่ก้องเขาก็ถามว่าเราจะทำอะไรต่อ ขนาดคนอื่นยังเชื่อในตัวเรา เห็นศักยภาพเรา …. มหาฯลัยโลกยังไม่ค่อยกว้าง ล้มได้มากที่สุด …. เราเชื่อป่ะสิงคโปร์เขาบอกว่ายากมากเลยให้เขาใช้ เพราะคนประเทศเขาน้อยมาก จะทำยังไงให้ทุกคนใช้…. เพราะงั้นพี่ก้องเลยบอกว่าเราตั้งใจกันน้อยไป
อีกเรื่องคือเรื่องการลงมือทำ คิดทำธุรกิจจะคิดเยอะ เราทำแล้วจะWorkไหม เวลาทำStartupเราจะไปถามคนอื่น ว่าทำอย่างงี้Workไหม ไปถาม10คนก็ได้คำตอบ10แบบ บางคนบอกทำไปเลย บางคนบอกไม่ต้องทำหรอก บางคนบอกลองทำอันนี้ดูแล้วเอาไปปรับ ….แล้วสรุปเราต้องเชื่อใคร …. “เชื่อลูกค้า” เวลาเราเชื่อใครมันจะมี 2 อย่าง 1. Noise 2. Feedback คือ Feedbackเราเอามันมาปรับใช้ วิธีการแยกคือ Feedbackเสียงจากลูกค้าตัวจริง ถ้าอยากทำธุรกิจจริง ให้ไปถามลูกค้าเยอะๆ
คิดเยอะ : BNK — ตอนเริ่มใหม่ๆก็มีคนบอก เป็นกระแส แต่ทุกวันนี้ก็ร้อยล้าน 2 ร้อยล้าน นี่คือถ้าจะทำธุรกิจก็ต้องคิดแบบนี้
สรุปเรื่องที่พี่นพฝาก 4 เรื่องคือ
1. ลองทำสิ่งใหม่ๆ กล้าล้ม โดยเฉพาะในช่วงมหาฯลัย
2. ลงมือทำ
3. เชื่อลูกค้าตัวจริง ไปถามลูกค้าเยอะๆ ฟังจากFeedback
4. ไม่ต้องคิดเยอะ
Session 2 : ประสบการณ์การทำSTARTUP + How to turn idea to business
พี่นพ : ไม่ค่อยเข้าห้อง เจอเพื่อนเฉพาะเข้าสอบ พี่นพเป็นเด็กทุนของบางมด เลยต้องมีผลงานเพื่อให้ต่อทุนเรียน ซึ่งไปแข่งเยอะมาก
แต่มันมีKrungsri Startup รวมกลุ่มกับเพื่อน 4 คนแล้วทำแอพ ส่วนตัวเป็นคนเล่นการเงินเพื่อนเจอเล่นForexอยู่ เลยเล่นด้วยกัน แล้วเฮกันเสียงดังมาก วันนั้น แล้วทั้งหอก็ไฟสว่าง นั่งเทรดกัน พอรุ่งเช้าทั้งหอเลยรู้เลยว่า พี่เก่งการเงิน
เรื่องการเงิน ถ้าไม่ได้วางแผน แสดงว่าเราวางแผนแล้วนะ ว่าเราจะใช้เงินแบบตามมีตามเกิด เราเลยรู้สึกว่าเรื่องการเงินมันดูทรหดจัง ไกลตัวจัง เลยไปศึกษาเรื่องการเงิน
แต่เฉพาะคนรวยรึเปล่าที่ต้องการบริหารการเงิน …..
ถ้าผมสามารถถอดหลักคิดของนักวางแผนนัดการเงินมา ต้องเกษียณยังไง ถอดพอร์ตยังไง ก็เลยเป็นแชมป์ของUnistartup ตลาดหลักทรัพย์เลยมาติดต่อให้ทำต่อ มีนักลงทุนมาติดต่อให้Runteamต่อ ตอนนั้นคิดว่าเรารับดีแล้ว แต่ตัดสินใจไม่รับ เพราะไม่อยากทำต่อ …. หลังจาก 5 พันกว่าคนก็เริ่มหดละ แล้วก็เริ่มไปงานสัมมนา หาว่าลงทุนยังไงให้เขาโหลดแอพเรา ….. พอสุดท้ายที่เราไปเจอ 54 ยังไม่วางแผนการเกษียณเลย แสดงว่าเขาไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนอยู่ในหัว ไม่มีคำนี้“วางแผนการลงทุน” ทำให้ตายยังไงก็ไม่มาหรอก
เราเลยเปลี่ยนคำ ลองมุมอื่น การเงินมันมี 2 เรื่อง คือ มีเงินเพิ่มขึ้น กับ มีหนี้ลดลง / การRefinance ดังนั้นVersionแรกของRefinn ยังไม่มีอะไรเลย เราลงGoogle Adword / Google Form เราขับจักรยานเข้าไปรับเอกสารเอง จนตอนนี้มีรายได้กว่า60ล้านแล้ว
สรุปที่พูดคือ อย่าคิดเยอะ แล้วพรุ่งนี้ไปถามลูกค้า แล้วก็เปลี่ยนตามลูกค้า
“ประเด็นคือให้มันถูก Value”
ถ้าวันนี้เราจะโฟกัสขายก๋วยเตี๋ยว Valueของเราคือความอร่อย เราก็ต้องโฟกัสที่ความอร่อย
ถ้าลูกค้าไม่ได้รักเขาเรียกลูกค้า ถ้าลูกค้าเขารักเรียกว่าสาวก
BNKตอนจองตั๋ว4แสนคน แบบนี้บัตรจับมือ งานจับมือต่อแถว 4 ชม. คุณคิดว่าคนพวกนี้เขาเป็นลูกค้าเหรอ เปล่าคนพวกนี้เขาเป็นสาวก ที่เขาเป็นสาวกได้เพราะValueมันดี
เนื้อหา : MVP
MVP = Minimum Viable Product
ผลิตภัณฑ์อย่างน้อยอย่างหนึ่งที่ทำของออกมาแล้วใช้ได้
ตัวอย่าง : สมัยเฮนรี่ฟอร์ตคืออยากได้ม้าที่เร็วขึ้น รถยนต์ไม่มีทางสร้างถ้าไม่มีล้อ4ล้อ ถ้าใช้เวลาสร้าง10ปีก็ไม่รู้ลูกค้าจะใช้รึเปล่า Valueคือทำให้มันเร็วขึ้น
: สเก๊ตบอร์ด — มี 2 ล้อ เร็วขึ้นละ ผ่านไปสักพักลูกค้าบ่นทำไมขับยาก ก็มีก้านบังคับเป็น สกู๊ตเตอร์ — พอบังคับทิศทางได้แล้ว ผ่านไป 10 ปี ลูกค้าอยากได้อะไรที่นั่งได ้ก็มีที่นั่งเป็น — จักรยาน พอมีที่นั่งได้แล้ว ใช้ได้ดีด้วย ได้ออกกำลังกาย ผ่านไปหลายปี ลูกค้าบอกเร็วกว่านี้ได้ไหม ก็มีมอเตอร์เพิ่มเข้ามาเป็น มอเตอร์ไซต์ — พอขับได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น ลูกค้าบอกปลอดภัยกว่านี้ได้ไหม ก็กลายมาเป็นรถยนต์”
Lean Startup คือ ไม่ต้องคิดเยอะ คือเอาแล้วไปขาย ถ้าขายแล้วเขาไม่เอา แสดงว่าเราคิดผิดเราจะทำธุรกิจได้เราต้องเจอลูกค้า ถ้าขายได้ลูกค้าจะHappyเอง
Prototype หน้าที่ของเราคือValidateว่าจะมีคนใช้ได้จริงรึเปล่า
นิสิต-นักศึกษาจะเริ่มทำStartupตอนที่เรียน จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง
- Time Management — วันวันหนึ่งมีเวลา 24 ชม. เรียน 8 ชม. เวลาที่เหลือไปไหน เน็ต เฟสบุค สิ่งที่ทำไปมันReturnกลับมาได้รึเปล่า Startup บางคนก็ทำหลังเลิกงาน เพราะงั้น
- Knowledge — เรื่ององค์ความรู้ในการประกอบธุรกิจจะพอไหม พี่ว่าทำแล้วจะเพิ่มความรู้มากกว่า
- Risk — 9 โมงเช้า - 6 โมงเย็น ทำงานบริษัท 6โมงเย็นถึงตี2 ทำStartup ถามว่าเหนื่อยไหมมันเหนื่อย ข้อดีคือเหนื่อย ข้อเสียคือเสี่ยงไม่Success พี่ลงทุนกับStartup มันมีโอกาสเรื่องความน่าเชื่อถือ
การประสบความสำเร็จของStartup
- Focus : ตั้งใจทำแล้วเรียนรู้ไปกับมัน
- Knowledge : Best Pitch คือยังไงไปดูของSilicon Valley คือมันเป็นความรู้มือ 2 ผมจะได้วรรคทองแค่2–3 วรรคพอ ขอสัก3เรื่องที่ผมจะเอาไปทำต่อได้จริง แล้วเอาไปทำต่อ เพราะการทำเป็นความรู้มือหนึ่ง
- Timing : อยู่ที่ใครมองโอกาส มองTimingให้ดี แล้วติดSpeed ถ้าไม่Workก็ได้เรียนรู้การลงมือทำในเวลาที่เหมาะสม
- Team : ถ้าทีมมันดีจริง เราจะหาทางจนไปได้
- Vision : วิสัยทัศน์ มีคนที่เดาตลาดได้
“Entrepreneur คือ คิดเสร็จแล้วทำ ทำได้แล้วไม่Workก็ Lesson Learn”
Session 3 : Q & A
- รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอาชีพในอนาคต :ม ีPlatform เข้ามา Disrupt หลายๆเรื่อง
“Digital คือโอกาสในยุคใหม่ คือพื้นที่ที่เราจะส่งผ่านคุณค่าให้คนอื่นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
Platformก็มองเป็นเครื่องมือที่ช่วยเราได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราAdd Valueตัวเอง แล้วใช้Platformต่างๆดู ก็สามารถเช่น
เขียนนิยายบนPlatform : ได้เงินเดือนเดือนละ 5 แสน จากการเขียนนิยายออนไลน์
ไม่ต้องจบปริญญาก็ได้ เพราะฉะนั้นหลายๆเรื่องที่เราให้ความสนใจ อยู่ที่ใครให้คุณค่ากับสถานที่ ใครให้คุณค่ากับตนเอง มันก็สามารถใช้หาเงินได้
วิเคราะห์จน “เข้าใจลูกค้า” ก็หาเงินได้
- ส่งสำนักพิมพ์ถูกคิดเงินเท่าไหร่
- คนอ่านประเภทไหน
- ลูกค้าต้องการเนื้อหาแบบไหน
- เนื้อหาสั้นยาวแบบไหน
เรามีคุณค่าในสังคมถึงขนาดคนอื่นให้คุณค่า จ่ายเงินให้เรา
.
2. นักลงทุน
คนที่เชื่อในฝันของผู้ประกอบการ : พอลงทุนในเขาแล้วมันออกดอกออกผล พอธุรกิจเขาใหญ่ขึ้น สิ่งที่ได้คือ Return
Angel Invester : อาจจะเข้าไปช่วยในช่วงแรกๆในเรื่องความสัมพันธ์Relation shape ช่วยให้คำปรึกษา (แล้วก็มีนักลงทุนอื่นๆมารับช่วงต่อไป)
Venture Capital List : กองทุนที่ลงStartup ใน Early State Fund เขาคิดว่าจะลงทุนตัวไหนดี เขาคงเลือกลงทุนในStartupที่เขาเข้าใจ ่และทำเงินได้จริง
- V.C. : Early State ถ้าช้า จะแพง แต่เสี่ยงน้อยกว่า ถ้าช้ากว่านั้นก็ซื้อในตลาดหลักทรัพย์ (ซึ่ง V.C. แต่ละคนก็มีวิธีการต่างกัน)
- กองทุนเขาก็มีหน้าที่ในการบริหาร
หรือก็คือ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้เราไปถึงฝั่งเร็วขึ้น
.
3. มุมมองต่อการแข่ง Startup / Startup ที่ไม่ได้ทำต่อ
- พี่ก้อง :
มุมมองต่อการแข่ง Startup
- รู้สึกดีที่รัฐบาลจัดและบูมมาก
- รู้สึกเบื่อ : Matching Tutor / หาเพื่อนเที่ยว / ฯลฯ — มันไม่มีอะไรใหม่ 3 เวที
แต่ถ้าน้องๆมีInputมากกว่าเดิม เห็นชีวิตมากกว่าเดิม เลยชอบไปสายFoodมันเป็นอะไรที่แปลกตามันจะน่าตื่นเต้น หรือน้องๆไปช่วยกิจการที่บ้านก็เห็นอะไรมากขึ้น
Startup ที่ไม่ได้ทำต่อ — ถ้าได้เงินมาแล้วไม่ทำ
ต้องดูว่าเงินเขาให้มาทำอะไร ลงทุนในStartupนี่เสี่ยงนะ เหมือนติดเกาะ พอเจอV.C.เขาก็จะเกาะ เอาฉันออกไปด้วย จนกระทั่งเข้าICO
คือถ้าได้โอกาสตรงนั้นแล้วไม่ทำต่อก็น่าเสียดาย
- พี่นพ :
มุมมองต่อการแข่ง Startup
ช่วงนี้มีเยอะ ถ้ามีโอกาสก็ไปแข่งตรงนั้นบาง ถ้าเราตั้งใจทำ ตั้งใจไปแข่ง
คนที่มาแข่งNon-Qualifyเยอะมาก เวลาV.C.มาก็มีภาษีว่าเราชนะการแข่งเวทีนี้นะ
Startup ที่ไม่ได้ทำต่อ — ถ้าได้เงินมาแล้วไม่ทำ
คือ เขาอุส่าให้มาแล้ว ก็เข้าใจแหละว่าเราก็ยื้อไว้เป็นรางวัล แต่จะดีกว่าไหมถ้าเอาไปทำบางอย่าง ถ้าตอนRefinn 5 หมื่นนี่ ชีวิตผมจะง่ายกว่านี้ขึ้นเยอะ เพราะตอนนั้นขายมอไซต์ไป ไม่มีตังค์จริงๆ
- พี่โบ๊ท :
มุมมองต่อการแข่ง Startup
ในระดับนักศึกษา ผมก็เป็นกรรมการ ต้องให้ดูคลิปวิดีโอ 2 รอบ Speedเกิน 2x
ส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซนต์ของVDO Content จะห่วย เพราะฉะนั้นFounder Startup จะไปจ่างเพื่อนสถาปัตย์ฯ ซะเยอะ [สถาปัตย์ฯเตรียมรับไว้เลย] ส่วนมาก Animation VDO จะเยอะ
สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ จะกระทบกับเรื่องเรียน แล้วมาเผางานช่วงท้ายๆ
ผลงานนิสิตที่ผมอยากเห็นแบบผู้ประกอบการ คนจะเหนือกว่ากันได้คือ “ผมใช้เวลา 2 อาทิตย์ลงพื้นที่ เก็บข้อมูลจริงมา Lanuch Productไปแล้ว แล้วได้Feedbackแบบนี้” คนแบบนี้เหนือกว่าพวกPowerPointสวยเยอะมาก ต่อให้เจออุปสรรคอะไรมาแต่สิ่งที่ Pitch คือ ของจริง
.
4. เรื่องที่อยากจะฝากน้องๆที่อยากทำStartup
พี่นพ :
- งานแข่งพวกนี้มันเป็นบันได ไม่ต้องซีเรียสเรื่องSlideสวย ขอให้ไปทำจริง
- ไม่อยากให้ออกไปแล้วจบแค่ว่า พี่ๆที่ทำStartupดีจัง อยากได้ยินแบบขอบคุณครับ/ค่ะ ที่พี่เล่าให้ฟัง วันนี้หนูเป็นStartupแล้ว อยากได้ยินแบบนี้มากกว่า
พี่ก้อง :
- พี่เชื่อว่าทุกคนไม่ต้องเป็นStartup คือต้องบอกว่า Startup เป็นวิธีคิด เป็นหลักคิด
ถ้ามีวิธีคิดแบบนี้ มันจะเพิ่มศักยภาพของคนในประเทศได้ดีขึ้น - พอคุณเป็นผู้ประกอบการคุณจะเลิกโทษคนอื่น สุดท้ายจะเจ๊งจะห่วยก็เริ่มที่ตัวเรา อย่างน้อยก็เป็นคนที่ดีขึ้นในสังคมได้ ก็ดีกับประเทศ
- อยากเป็นก็ดี ไม่อยากเป็นก็ดี ลงมือทำอะไรสักอย่างที่นอกจากการเรียน
การเป็นผู้ประกอบการมันเป็นทักษะ ต้องลงมือทำ ต้องเรียนรู้เอง กรอกเอง แล้วเอาไปใช้ได้มากที่สุด
พี่โบ๊ท :
- ชีวิตช่วงมหาฯลัยคือช่วงเวลาที่ดี วางเป้าหมายชีวิตตัวเองให้ดี 20–30 เป็นช่วงวัยที่ต้องหาLife Pathให้เจอ ถ้าจะรู้ได้ต้องลงมือทำ แล้วจะรู้สิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ถนัดได้
- คุณครูที่ดีคือ Internet
