Agile Metrics #1— สูดหายใจลึกๆ แล้วมาเข้าใจธรรมชาติสิ่งที่กำลังจะทำกันเถอะ

ก่อนหน้านี้…ภาชวนคุยถึงการหาคำว่า “Agile” ในองค์กรของตัวเองไปแล้ว
Blog นี้ ภาจะพาลงรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการเริ่มต้นสร้างตัวชี้วัดแบบ Agile กันนะคะ…

เคยไหมคะที่เราพยายามหาข้อมูลเยอะแยะ หาตัวอย่างเต็มไปหมด เพื่อหาว่า Agile เค้าวัดผลกันยังไงรึ แต่เราก็ยังไม่เข้าใจ ได้แต่ลองๆเอารูปกราฟที่เจอ ที่คนอื่นเค้าใช้กัน มา map กับ data ที่เรามีอยู่ แล้วก็บู้มมม ได้ออกมาเป็น Presentation

ออกตัวก่อนว่า…ที่ภาจะพูดถึงวันนี้ จะไม่มีอะไรให้ลอกเลยค่ะ แต่ภาจะมาเล่าถึงธรรมชาติของมันให้ฟัง

จุดเสี่ยงและความสำคัญของ Agile Metrics

ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้เก็บข้อมูลใดๆ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า เมื่อเราพยายามนำ Agile ไป Implement ได้ซักพักหนึ่ง ระดับ Management จะต้องการตัวชี้วัด (Measurement) มากขึ้น ว่าสิ่งที่ทำอยู่กำลังไปในทิศทางไหน หลงทางหรือไม่และมีอะไรให้เค้าช่วยเหลือหรือสนับสนุนบ้าง 
โดยระยะเวลาในการมาถึงจุดนี้ในแต่ละบริษัทแตกต่างกันออกไป บางที่ใช้เวลาเป็นปี บางที่สนใจตั้งแต่เดือนแรกก็มี ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดบริษัท, Style การทำงาน, Culture และการ Focus ณ ตอนนั้นๆขององค์กร

และเมื่อวันนั้นมาถึง….เราดันไม่มีข้อมูลใดๆเพื่อวิเคราะห์และทำ Measurement ซะนี่!

ใช้วิธีการวัดผลแบบเดิมกับการทำงานแบบ Agile

ในหลายๆครั้ง เราพบว่า การทำงานแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้ทันอีกต่อไป และเราตัดสินใจเปลี่ยนมาลองใช้ Agile แต่!..เรายังคงใช้วิธีวัดแบบเดิมๆซะงั้น 
เช่น ให้คนมาคุยกันมากขึ้น เจอกันมากขึ้น = การมี cost มากขึ้น, จากเดิมที่เคยสามารถบังคับให้ทำงานทั้งหมด กลายเป็นถูกต่อรอง = ได้งานน้อยลง?

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลุมพรางของการใช้ตัวชี้วัดโดยเทียบกับของเก่าแบบยกมาตั้ง ซึ่งในความเป็นจริง การทำงานแบบ Traditional และ Agile จะแตกต่างกันอย่างมาก และตัวอย่างที่พบเจอบ่อยมากที่สุดคือ มุมมองเกี่ยวกับงานที่ทำ

สิ่งที่เจอบ่อยที่สุดคือ เรามักเรียกงานที่ทำอยู่เป็น Project แต่ในแง่การทำงานแบบ Agile นั้น เรานิยมให้มองเป็น Product….ความแตกต่างระหว่าง 2 แบบนี้คือ Improvement หรือการต่อยอดจากของเดิมนั่นเอง

ขออภัยในลายมือค่ะ (-/\-)

สิ่งที่ Agile ให้ความสำคัญมากๆคือ Feedback Loop ที่จะนำมาใช้พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ในอดีตของตน ดังนั้น ตัวชี้วัดที่ดีของการทำงานแบบ Agile จึงเน้นไปที่การทำให้เห็นว่าเราดีขึ้นอย่างไรในแต่ละ Features ที่เราทำ, จากอดีตถึงปัจจุบันเราพัฒนาขึ้นแค่ไหน

แต่ถ้าเป็นตัววัดแบบเดิม เราจะสนใจว่า งานชิ้นนั้นๆ สามารถทำได้ภายใต้งบประมาณที่กำหนด เวลาที่กำหนด และขอบเขตงานที่กำหนดหรือไม่
และแน่นอน…ยิ่งสามารถใกล้เป้าหมายเหล่านี้ได้เท่าไหร่ นั่นคือ Project นี้สำเร็จเท่านั้น..

แต่!! สำหรับ Agile แล้ว เราไม่เคยเชื่อในเรื่องของการ Fixed Scope และ Fixed Time อยู่แล้ว…ที่นี้จะวัดยังไงให้มัน Success ได้ หากเราใช้ตัวชี้วัดแบบเดิม จริงไหมคะ :)


นี่คือตัวอย่างของจุดเสี่ยงที่เราพบเจออยู่บ่อยที่สุด

Blog หน้า ภาจะมาลงรายละเอียดเพิ่มนะคะ 
ว่า…แล้วเราจะเริ่มต้นกันตรงไหน และอย่างไรดี ☺


ปล.แรงบันดาลใจ / อ้างอิงจากหนังสือ Agile Metrics in Action — Christopher W. H. Davis

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.