(Day#3) อดีตขีดเส้นอนาคต

แหมะ…ชื่อตอนวันนี้ ภาก็ยังไม่ได้ถามพี่หนุ่มซะด้วยว่าทำไมตั้งแบบนี้ แต่หลังจากจบวัน เมื่อเห็นภาพรวมของทีมแล้ว…ภาก็เดาไว้อย่างนึง เดี๋ยวมาลองอ่านกันดูนะคะ

วันนี้เริ่มต้นด้วยความราบรื่น…ทีมมาถึงก็พูดคุยทำงานกันปกติ โดยมีพี่หนุ่มเอาหนังสือมาขายไปด้วย (ฮา)

จนถึงเวลาที่นัด…พี่หนุ่มมองนาฬิกา…แล้วชวนทีม Daily meeting กัน…
ทีมลุกขึ้นยืนทันที…พี่หนุ่มเบรคอี๊ด…
พี่หนุ่มบอกว่า “วันนี้เรานั่ง sync งานกันตรงนี้ก็ได้นะ ล้อมวงกันคุยแบบนี้เลย แล้วก็ส่งตัวแทนไปขยับการ์ดคนนึง…อ่ะ…ให้เลือกครับ อยากทำแบบไหน” (ทีมทำหน้าคิด…)

แต่พี่ขออธิบายก่อนว่า Daily meeting อันนี้ มีเอาไว้เพื่อ (บลาๆๆ) และที่เค้านิยมยืนกันเพราะ (บลาๆๆ)”

สุดท้าย..ทีมมองหน้า คุยกันซักพัก ก็ตกลงกันว่า ยืนหน้าบอร์ดเหมือนเดิมดีแล้ว

อุ๊ต๊ะ!! ได้เหตุผลแล้ว ว่าทำไมพี่หนุ่มไม่อธิบายเมื่อวาน…เพราะพี่หนุ่มจะเอาไว้อธิบายวันนี้ พร้อมกับให้ทางเลือก หลังจากฟังเหตุผลแล้วนี่เอง

ก่อนหน้านี้ เราคุยกันถึงเรื่องนี้บ่อยๆ และภาเคยได้ยินพี่พฤทธิ์ แห่งสยามชำนาญกิจ พูดไว้ว่า “เราต้องมีทางเลือกให้เค้าเสมอ”…ตอนนั้นภาก็พยักหน้า “เข้าใจ”

แต่วันนี้ ภา “ตระหนัก” ได้ว่า การมีทางเลือก (โดยให้เค้ามีข้อมูลเพียงพอเพื่อใช้ในการตัดสินใจ) เป็นสิ่งสำคัญที่โค้ชจะต้องทำ เพราะมันเชื่อมโยงไปถึงความรู้สึกของคน ว่า เค้าเป็นคนเลือกทำ…ดังนั้น เค้าจะรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เค้าเลือกทำเองมากกว่า และมันจะยั่งยืนมากกว่า เค้าจะทำเองโดยไม่ต้องรอใครสั่ง และนำพามาซึ่ง Self-managed และ Agility….

ดังนั้น…การให้ทางเลือก คือการ Control แต่ไม่ Command


เมื่อทีมเลือกได้แล้วว่าจะยืนหน้าบอร์ดแล้วหยิบการ์ดกันเหมือนเดิม ทีมก็เริ่มทำกิจกรรมกันได้เอง ซึ่งยังมีเผลอบ้าง…หันหน้ามาคุยกับพี่หนุ่มเหมือนรายงาน พี่หนุ่มก็จะบอกว่า หันไปบอกทีมๆๆ พร้อมกับทำท่าหลบหลังเสา (เสียดายถ่ายรูปไม่ทัน)

มีช่วงหนึ่ง ที่ทีมกำลังออกทะเล ซึ่งก็คือเริ่มลากยาวเพื่อหา Solution ถกกันไปมา ภาก็กำลังเล็งๆอยู่…ซักพักพี่หนุ่มบอกว่า ภาเข้าไปเตือนเลยๆ…

ภาก็เดินเข้าไปร่วมวงด้วย โดยมีคุณโอ..Scrum Master ฝึกหัดของที่นี่เข้ามาถามภาว่า แบบนี้คือไม่ควรใช่ไหม ที่ลงดีเทลแบบนี้ ภาก็บอกว่าใช่ค่ะ

ซักพัก…ภาหาจุดแทรกได้ เลยถามทีมว่า อันนี้กำลังลงรายละเอียดงานใช่หรือเปล่าคะ…ทีมจึงตอบว่า ใช่ค่ะ…เอ…หรือเราไปคุยกันต่อหลังจากนี้ดีกว่าเนอะ
ภาก็เลยบอกว่า เห็นด้วยจ้า คุยนอกรอบดีกว่า จะได้เต็มที่ (ทีมน่ารักอ่ะ)
จากนั้นภาก็เลยถอยออกมา แล้วอธิบายกับว่าที่ SM ของที่นี่ต่อถึงเหตุผล

และเมื่อทุกคนพูดจบ กำลังจะแยกย้าย พี่หนุ่มก็เดินเข้าไปแอบหลังน้องในทีม
แล้วก็ถามทีมว่า มีใครอยากจะขอบคุณและขอโทษอะไรใครไหมครับ พูดเลยๆ

หลังจากขอบคุณกันแล้ว บรรยากาศในทีมดูสดใสและดูเป็นทีมขึ้นมามากขึ้นทันที

โดยส่วนตัวแล้ว ภาชอบบรรยากาศแบบนี้มากๆ ^^

รักเอ็งนะแมน (เสียงในหัวภา)

เมื่อทีมกลับมานั่งทำงานได้ซักพัก พี่หนุ่มก็ขอตัวไปธนาคารแปปนึง…..

ซึ่ง…แปปของพี่หนุ่มคือ…กลับมาเที่ยงจ้าาา

ระหว่างนั้น ภาก็ไม่ได้คิดอะไร นั่งเขียน Blog พร้อมกับเงยหน้าดูทีมและบรรยากาศทีมเป็นพักๆ

และซักพัก คุณโอ ก็มาปรึกษาเรื่อง Sprint Review ภาก็ตอบไป พร้อม line บอกพี่หนุ่มว่าคุณโอมาถามแบบนี้ ภาตอบแบบนี้ไปนะคะ พี่หนุ่มส่งเพียงรูปนี้มาให้….

-_-

อ่ะ…ซักพัก คุณเอมาถาม เกี่ยวกับปัญหาอุปกรณ์ในการเทส…

แล้วคุณโอก็วนมาอีกรอบ มาปรึกษาปัญหาตามกรณีของทีมอื่น แล้วก็ลากยาวถึงเรื่อง Command and Control พอดี ซึ่งพี่หนุ่มแนะนำให้ภาลองอธิบายเรื่องนี้พอดี

รู้ตัวอีกที…เที่ยงจ้า พี่หนุ่มกลับมา…ป่ะ!! กินข้าว

…บางทีแมค..เอ๊ย ภาก็คิดนะ…หรือว่าพี่หนุ่มตั้งใจ? เพราะตอนเช้าพี่หนุ่มแจ้งว่า วันที่ 4 พี่หนุ่มต้องไปขอนแก่น และพี่ปุ๋ยก็ติดธุระมาไม่ได้ ภาต้องเข้ามาคนเดียว

ฤ นี่จะเป็นการให้ทดลอง?….คิดอีกทีไม่น่าใช่…แต่ยังไงมันก็ดีมากเลยค่ะ เพราะว่ามันทำให้ภาพูดคล่องขึ้น อธิบายยาวๆได้ และทำให้ทีมคุ้นชินกับภามากขึ้น

ที่สำคัญ…มันทำให้ภากลับมารู้สึกมั่นใจอีกครั้งกับการโค้ชทีม, การชักจูง, ขายมุมมอง / ทัศนคติ (หลังจากห่างหายไปนานม๊ากก)

และเวลามั่นใจขึ้น…อะไรมันก็ง่ายขึ้นเนอะ ^^


วันนี้ตอนเย็น..หลังจากที่พี่หนุ่มไปแชร์ความรู้กับทีม process

กลับมาที่ทีมพบว่า งานเสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือเก็บรายละเอียด และเทสเล็กน้อย ซึ่งถ้าไม่ติดอะไร น่าจะไม่เกินพรุ่งนี้เที่ยง

ถึง ณ จุดๆนี้ ภาเริ่มเข้าใจแล้วว่า…คำว่า “อดีตขีดเส้นอนาคต” ของพี่หนุ่มคืออะไร

ในความเข้าใจของภา….เมื่อเราเริ่มต้นได้ดี วางแผนมาดี มันจะทำให้เรารู้ว่า ปัจจุบันเราจะต้องทำอะไร

และถ้าเราทำแบบนี้ในปัจจุบัน มันจะส่งผลยังไงในวันพรุ่งนี้

2–3 วันนี้…ภาสังเกตว่าพี่หนุ่มพูดทุกวันอยู่ 1 ประโยค นั่นก็คือ

“โดยส่วนตัวแล้ว..ผมให้ความสำคัญกับการวางแผน”

นี่แหละ…คือ “อดีตขีดเส้นอนาคต”

พรุ่งนี้ ภาจะมาเล่าให้ฟังนะคะ ว่าเมื่อหมาน้อยแบบภา ต้องมาเฝ้าฝูงแกะต่างถิ่นคนเดียว…มันจะสนุกแค่ไหน!!

Show your support

Clapping shows how much you appreciated parrkiid’s story.