THE MOTORCYCLE TRIP DAY.

Sukhothai-Phisanulok- Loei Province

by Baifern Patcharanun

PART1

เรามีเวลาเหลือในชีวิตเท่าไร?

เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า…พรุ่งนี้ชีวิตของเราจะเหลืออีกกี่วัน ฉะนั้นอยากทำอะไรทำ อยากพูดอะไรพูด ดีกว่าเสียโอกาสและเวลาที่ผ่านไป สำหรับเรารักการท่องเที่ยวและการขับขี่มอเตอร์ไซต์เป็นชีวิตจิตใจ มอเตอร์ไซต์เป็นภาหนะที่นำพาเราไปทุกที่ เราไปไหนมาไหนกันบ่อยมาก และมอเตอร์ไซต์เป็นส่วนหนึ่งชีวิตของเรา

ในช่วงซิ้วมหาวิทยาลัยเก่า เราได้ติวหนังสือและทำงานจนมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง คือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หรืออยากมีรายได้เพิ่ม(จะว่าแบบนั้นก็ได้)! เราทำงานได้5–6เดือน มีเงินเก็บเป็นหลักหมื่น ส่วนที่เหลือเก็บฝากธนาคาร อีกส่วนที่เหลือแบ่งไว้ไปเที่ยว เราเชื่อว่าการเที่ยว(โดยไม่เดือดร้อนใคร) “คือกำไรของชีวิต”

ชีวิตของเราเหน็ดเหนื่อยกับปัญหาอุปสรรคที่เข้ามาถาถมอยู่เรื่อยๆ ปลดปล่อยสิ่งที่ ทุกข์ ร้องไห้ เศร้า เสียใจ คิดถึง เหนื่อยล้า อดทน ละวางไว้ สิ่งที่แบกอยู่ตลอดมา ปลดปล่อยมันออกไป แล้วยินดีเปิดรับความสุขแบบอิสระด้วยการเดินทางครั้งนี้ โดยไม่ต้องคิดถึงอะไรเลย ทำใจว่างๆ สบายๆ แล้วออกเดินทางไปด้วยกัน

24 ม.ค. 2557

12:00 น. ก่อนออกจากสุโขทัยมีการเตรียมตัวให้พร้อมไม่ว่าจะแผนที่ที่เตรียมไว้,เงิน,เสื้อผ้า,ล้างรถ,และร่างกายของเราเพื่อออกเดินทางจากบ้าน มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อจะไปพักที่นั้นก่อน ใช้เวลาเดินทาง100กม./ชม.เป็นเวลา1ชั่วโมง การเดินทางครั้งนี้เราไม่มีชุดSefetyเลย ดังนั้นการขับขี่ด้วยระยะทางไกลเราต้องมีสติในการขับขี่เป็นอย่างมากให้เกียรติผู้ใช้รถบนท้องถนน และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรนั้นการขับขี่ เข็มไมค์จะไม่คงที่ตลอด แล้วแต่สถานการณ์จะช้า จะเร็ว ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อนนี้คือการขี่ระยะทางไกลครั้งแรกของเรา ด้วยระยะทาง200กว่ากิโลเมตร9ชั่วโมง

14:20น. เข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก แวะไปยังที่พักของเพื่อนบัดดี้อีกคนที่วันพรุ่งนี้เราจะเดินทางไปจังหวัดเลยด้วยกัน ถึงหอพักโยนกระเป๋าไว้ที่ห้องแล้วไปร้านVespaต่อ เพื่อตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทาง อย่างแรกเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แต่จำตัวเลขไม่ได้ว่าเท่าไร เติมลมยาง เช็คลมยาง เปลี่ยนกรอบป้ายทะเบียนใหม่ เจ้าของร้านได้ถามว่าเคยออกทริปบ้างรึเปล่า นั้นคือจุดเริ่มต้นของการพูดคุยเนื้อหุ้มเหล็กด้วยกัน เราได้ตอบเจ้าของร้านไปว่านี้คือการเดินทางที่ไกลที่สุดของเรา และมันอาจจะดูอันตรายไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ แต่เรายังมีเพื่อนบัดดี้ของเราอีกคนที่ไปด้วย ในใจก็แอบคิดนะ กลัวว่า ตอนกำลังเดินทาง รถจะเสีย!! รถจะมีปัญหา!! เจ้าของร้านบอกไปคันเดียวอย่างนี้ ต้องหาเพื่อนร่วมทริปด้วยสักคันจะดีกว่า เพื่อมีปัญหาระหว่างทางจะได้ช่วยกันได้ แล้วจะให้หาใครละค่ะ อิอิ

25 ม.ค. 2557

เช้าตรู่แล้ว ได้เวลาออกเดินทาง 05:30น. ตื่นเต้นมากๆ คนขี่พร้อมมาก เพื่อนคนซ้อนท้ายก็พร้อม งั้นเราเริ่มออกจากหอกันเลย ด้วยเมื่อคืนวันที่24เราได้ท่องจำแผนที่ ตัวเลขถนน พิกัดไว้ เลยทำให้จำแม่นเลยล่ะ ทำให้การขับขี่ครั้งนี้ ท้าทายกับการไม่หลงทาง เดินทางในเวลาเช้าตรู่มาจะหนาวนิดๆของในฤดูหนาว เลยค่อยๆขับไปก่อน ขี่ไปเรื่อยๆจนท้องฟ้าสว่าง แวะปั้มพักรถที่ปั้ม ป.ต.ท วังทองพิษณุโลกถนนหมายเลข12 ทำธุระอะไรเรียบร้อยออกเดินทางกันต่อ ขี่ไป หนาวไป แต่ก็สบายดี เพราะว่าชอบอากาศหนาวๆ ขี่ไปเรื่อยๆมุ่งหน้าเข้าสู่หมุ่บ้านเนินมะปราง ในตอนนั้นหมู่บ้านนี้ยังไม่บูม เลยไม่ค่อยมีใครรู้จัก ระยะทางที่ทุกนาทีได้ขยับเข้าไปในหมู่บ้านนี้ ภาพที่เห็นด้วยดวงตาของเรานั้น คือสวยมาก ระหว่างทางคือสิ่งที่สวยงามด้วยบรรยากาศดิบๆ กินอากาศดิบๆ ได้สัมผัสครบเครื่องของธรรมชาติ รู้สึกประทับใจที่ได้เห็นหมู่บ้านที่คงความธรรมชาติและภูเขาโอบล้อมนี้ไว้ให้ดูและได้สัมผัส

12:ooน. มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดเลย ได้แวะพักรถที่อุทยานของจังหวัดเลย ที่อุทยานนี้มีดีคือให้บริการห้องน้ำที่สะอาด และมีโอวัลติน-กาแฟ ให้ชงดื่มฟรี รอบๆเป็นป่าไม้ให้สูดอากาศออกซิเจนเต็มที่ ในขณะที่จอดพักรถ ได้เจอผู้ใหญ่สองสามีภรรยา ขับรถยนต์แวะพักเช่นกัน คุณผู้ชายได้ทักทายตามภาษาคนไทยกันนี้เองว่า จะไปไหน และได้บอกให้ขับขี่อย่างระมัดระวัง แถมยังชมอีกว่า ใจเรานี้รักการเดินทางจริงๆออกจากอุทยานมุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงคานใช้เวลาในการเดินทางจากจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่เวลา05:30น. จนตอนนี้ใกล้ถึงเวลาความจริงเข้าทุกที ทางๆหนึ่งเคยมีข่าวออกและมีอุบัติเหตุเกิดบ่อยนั้นก็คือโค้ง100ศพ ฟังดูอ่านดู ก็น่ากลัวแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเราพยายามขับขี่อย่างปลอดภัยและระมัดระวังอย่างมากที่สุด พอผ่านทางโค้ง100ศพไป ใจเราก็โล่ง และขับขี่ต่อไปเรื่อยด้วย 7กิโลเมตรที่สุดท้าย ได้แวะปั้ม ป.ต.ท เชียงคานเมื่อถึงปั้มได้จอดพักรถ ณ จุดๆนั้นเราไม่สนแล้ว ลงไปนอนราบกับพื้นสักพักให้ใจได้รับรู้ ให้กายได้สัมผัสว่า เราเข้าเขตเชียงคานแล้วนะ!! จะบอกว่าเซแว่นของเชียงคานแปลกหูแปลกตาจากเซแว่นสาขาอื่นๆเลยละค่ะ เพราะที่นี้Conceptของที่นี้คือไม้สีน้ำตาล ด้านหน้าของเซแว่นจัดแากให้นักท่องเที่ยวมาSelfieกัน

2ชั่วโมงผ่านไปถึงเชียงคานสักที กับ9ชั่วโมงที่ผ่านมา เมื่อถึงเชียงคานได้ขี่รถหาที่พักสดๆที่นั้นเลย จนได้ห้องพัก แล้วก็นอนพัก เพื่อนบัดดี้ของเราไม่เมื้อยกับการเดินทางครั้งนี้เลยสักนิด เพราะรถของเราคงจะนุ่มมากๆ อิอิ จากนั้นคนขี่และคนซ้อนได้นอนพักร่างกันสักพัก และได้ออกไปปั่นจักรยานเล่นของหมู่บ้านเชียงคาน

นั้นไงริมฝั่งโขง ว๊าวเพื่อนบ้านที่เคยเป็นประเทศเก่าของเราเอง บรรยากาศดีสวย มันสวยมาก สงบ ร่มเย็น ชอบมาก ไม่ผิดหวังเลยที่ได้มา เราได้ยืนสัมผัสบรรยากาศสักพักให้บรรยากาศได้กอดเราให้อบอุ่น แล้วไปเดินถนนคนเดินของเชียงคานกันต่อ ที่ถนนคนเดินเชียงคาน จะมีชาวบ้านของที่นี้นำของมาขาย ในราคาถูก ย้ำว่าถูกจริงๆ และของอร่อยๆทั้งนั้นเลย เมื่อได้ของกินอร่อยๆ กลับห้องนอนพักผ่อนให้ร่างกายได้ชาร์ตแบต เช้าตรู่ของวันที่26จะได้ทำกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดกัน

26ม.ค2557

เวลา05:00น.

ตื่นเช้ามาใส่บาตรกัน คุณลุงที่ห้องพักน่ารักมากบริการดี นำเครื่องของใส่บาตรมาให้ โดยที่เชียงคานจะ “ใส่บาตรข้าวเหนียว”กันเริ่มจากนั่งที่เสื่อรอพระออกบิณฑบาตร อากาศตอนนั้นหนาวมากค่ะ หมอกก็เยอะด้วย เมื่อถึงเวลาพระออกมาแล้ว เราก็เริ่มปั้นข้าวเหนียวใส่บาตรกันอย่างสนุกสนานและรู้สึกอิ่มบุญมากด้วย พอใส่บาตรเสร็จตะวันออกท้องฟ้า ไปที่ริมฝั่งโขงจะบอกว่าตอนนั้นหมอกเยอะมากค่ะ มองไม่เห็นอีกฝั่งเลยเตรียมตัวออกเดินทางกลับบ้านกัน ทริปครั้งนี้ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ และจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี ได้เวลากลับบ้านไปทำหน้าที่ต่อแล้วค่ะ

เดินทางขับขี่ปลอดภัยกันนะค่ะ

ขอบคุณที่ได้อ่านเรื่องราวของผู้หญิงรักการเดินทางและขี่มอเตอร์ไซต์คนนี้ค่ะ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.