กฎสามข้อของความรักในวัยเรียน (ฉบับลูกสาว)
ปัจจุบันความรักเกิดขึ้นได้รอบตัว เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีเวลา สถานที่ เชื้อชาติหรือแม้แต่ช่วงวัยกำหนด ซึ่งความรักนั้น บางคนก็นิยามว่าเป็นสิ่งหอมหวานเหมือนลูกกวาด บ้างก็ว่าเป็นยาพิษที่อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้ในวันใดวันหนึ่ง
แล้วเราจะทำอย่างไรหล่ะ ? ถ้าหากความรักดันเกิดขึ้นมา ในช่วงวัยที่เรายังเรียนอยู่ เราในฐานะลูกสาวคนโตของคุณพ่อคุณแม่ ได้ผ่านช่วงเวลาความรักในวัยเรียนมา 6 ปี ก่อนที่เราจะจบการศึกษาในปีนี้ จึงอยากมาแชร์เรื่องราว วิธีการปฏิบัติ และการวางตัวให้ทั้งความรักและการเรียนสำเร็จถึงเป้าหมายไปพร้อมๆกัน :D

กฎข้อที่หนึ่ง “อยู่ในสายตาผู้ใหญ่”
แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่ของหลายๆคนสมัยนี้จะยินยอมให้ลูกสาวมีความรักในวัยเรียนได้ ดีกว่าที่จะกีดกันแล้วลูกแอบไปนัดเจอกัน ซึ่งแบบนี้ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นมากกว่า แต่เราในฐานะลูกสาวก็ควรที่จะฉลาด วางตัว และรู้จักปฏิเสธ
สิ่งแรกที่ควรทำในการมีความรัก โดยเฉพาะในแบบที่ตัดสินใจคบกันแล้ว คือการ “เข้าตามตรอกออกตามประตู” การพาเพื่อนชายคนสนิทมาแนะนำและทำความรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ใหญ่จะเกิดความสบายใจเพราะรู้ว่าลูกสาวกำลังคบกับใคร และที่สำคัญเมื่อเจอคุณพ่อคุณแม่แล้ว เวลาที่เพื่อนชายคนสนิทจะทำอะไรหรือพาไปไหนก็จะนึกถึงและเกรงใจคุณพ่อคุณแม่เราด้วย
ถ้าหากมีการนัดเจอกันในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เกิดขึ้น ควรจะบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าจะไปไหนอย่างไร กลับเมื่อไหร่ ซึ่งสถานที่นัดเจอก็ควรจะเป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านและที่สำคัญต้องกลับบ้านตรงเวลา คุณพ่อคุณแม่จะได้เชื่อใจและไม่เป็นห่วง
กฎข้อที่สอง “รักตัวเองก่อน”
การรักตัวเองก่อนถือเป็นกฎข้อที่สำคัญมาก เพราะว่า ไม่ว่าความรักจะเกิดขึ้นมาจนเรารู้สึกว่ารักอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครสามารถรู้อนาคตได้ ว่าความรักที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน
การรักตัวเองจะทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนควรทำและสิ่งไหนไม่ควรทำ อย่างเช่น หากเกิดการทะเลาะกันขึ้นในช่วงการสอบ การรักตัวเองจะทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราควรทำขณะนี้คือ อ่านหนังสือทบทวนบทเรียนก่อนเป็นลำดับแรก เมื่อสอบเสร็จจึงค่อยมาปรับความเข้าใจเคลียร์ปัญหากัน “เมื่อผลคะแนนออก คะแนนก็ไม่ตก ความรักก็ผ่านไปได้” Win-win ทั้งคู่
กฎข้อที่สาม “สร้างความรักให้เป็นรักแบบผู้ใหญ่”
ก่อนอื่นต้องบอกว่า การสร้างความรักให้เป็นรักแบบผู้ใหญ่นั้น ไม่ใช่การที่จะทำอะไรก็ได้ จะไปไหนก็ไป ด้วยเหตุผลที่ฉันโตแล้ว ฉันเป็นผู้ใหญ่ แต่จริงๆแล้ว การสร้างความรักให้เป็นรักแบบผู้ใหญ่ คือ การที่คนสองคนมีเหตุและผลในความรัก ให้ความรักเป็นพลังบวก เป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ของตัวเองให้ถึงเป้าหมาย
เชื่อว่าหลายคู่รักในช่วงวัยเรียนจะทะเลาะกันในเรื่องเล็กๆอย่าง ทำไมไม่สนใจเราเลย ทำไมไม่พาเราเราไปดูหนัง ทำไมไม่ว่าง ทำไม่ติดเกมส์ ทำไมติดเพื่อน ! การทะเลาะกันในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การทะเลากันด้วยเรื่องเล็กๆแบบนี้บ่อยๆความรักจะกลายเป็นความไม่เข้าใจ หงุดหงิด รำคาญใจและกลายเป็นปัญหาที่ทะเลาะกันซ้ำไป หลายๆครั้งที่มักจะมีคนหนึ่งยอมละทิ้งความชอบส่วนตัวเพื่อเอาใจอีกฝ่ายหรือเพื่อจบปัญหา แต่สุดท้ายปัญหาก็ยังคงอยู่และจะกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จในอนาคตอีกด้วย
ซึ่งในความเป็นจริง ความรักควรเป็นความสบายใจและสนับสนุนกัน ให้เราสามารถทำในสิ่งที่เราชอบทำในสิ่งที่เรารัก ความรักแบบผู้ใหญ่จึงควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เราควรใช้ความเข้าใจเป็นหลักว่า คนเราพอโตขึ้น จะมีทั้งเรื่องงานและพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นเราจึงควรเว้นว่างไว้ ให้คนรักได้ทำในสิ่งที่อยากทำ(ในทางที่ดี)และสนับสนุนกันและกันให้ไปถึงเป้าหมายที่แต่ละคนตั้งไว้

ความรักในวัยเรียนไม่ใช่สิ่งที่ผิด หากเรารู้จักรักในสายตาผู้ใหญ่ รักตัวเอง และสร้างความรักให้เป็นรักแบบผู้ใหญ่ ความรักก็จะกลายเป็นความรักที่ดีและเป็นแรงผลักดันในการเรียนให้ไปถึงเป้าหมายได้ในเวลาพร้อมๆกัน สุดท้ายนี้ในฐานะลูกสาว อยากฝากไว้ว่า “เราเป็นผู้หญิง นอกจากจะต้องฉลาดในเรื่องการเรียน ก็ต้องฉลาดในเรื่องความรักด้วย”