Arts + Technology = Wearable Research @Nanyang University of Technology

พีมีโอกาสได้รับเชิญจาก Dr. Galina Mihaleva จาก School of Art, Design and Media เเห่งมหาวิทยาลัย Nanyang University of Technology ให้มาร่วมทำวิจัยระยะสั้นที่สิงคโปร์ โดย theme ของงานที่วางเเผนว่าจะไปทำนั้นเกี่ยวกับการผสมผสาน technology, aesthetics, biological sciences, เเละมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างงาน installation เเละ wearable devices

ในเวลา 5 วัน Galina เเละพีพี ได้สร้างงานด้วยกันออกมาสองชิ้น สำหรับพีการได้เรียนรู้เเละทำงานในสถานที่ใหม่เเละคนใหม่ๆนั้นมีค่ากว่าผลงานมากนัก ในบันทึกนี้พีถอดบทเรียนบางเรื่องที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ไว้ครับ

1) อาจารย์ที่ School of Art, Design and Media มีประมาณ 50+ คน มีคนสิงค์โปร์เเค่ 4 คน ที่เหลือเป็นต่างชาติที่เอา best of the best เข้ามาสอน เด็กนักศึกษาที่นี่ก็มีเเลกเปลี่ยนเยอะมาก ในโรงอาหารคนเอเชียครึ่งๆกับ europian เเละต่างชาติ เท่าที่คุยๆกับหลายคนเข้าใจว่าเป็นนโยบายมหาลัยที่จะทำให้มหาลัยเรียนรู้จากโลกภายนอก เพื่อที่จะรับรู้การเปลี่ยนเเปลงของวัฒนธรรมโลก สวัสดิการห้องพักอาจารย์ที่พีพักด้วย หรูกว่าคอนโดสิบล้านเมืองไทยอีกครับ อาจารย์ที่นี่ถูกเชิญไปเป็น Keynote บ่อยมาก เหมือนช่วง summer ที่ผ่านมาก่อนที่เค้าจะกลับมา Sg อาจารย์ที่พีทำงานด้วยเค้าต้องไปพูดที่ conference เดือนนึง 8 เเห่งซึ่งสะท้อนความเป็นผู้นำทางวิชาการของอาจารย์ผู้สอน

​BIO-ART / DESIGN: Transdisciplinarity in Art, Science and Creativity Symposium and Workshop. Organised and hosted by School of Art, Design & Media, Nanyang Technological University.

2) เห็นวิธีการทำงานระหว่างเด็กเเละอาจารย์ที่นี้ มีความเสมอภาคกันมาก อาจารย์กับเด็กโดยเฉพาะนักศึกษาปริญญาโทกับเอกไปกินข้าว พูดคุยเรื่องโน้นนี่กับอาจารย์เกือบทุกวัน เด็กไม่ได้ทำงานให้กับอาจารย์เเละอาจจะไม่ได้มี unifying theme เลยในกลุ่ม อาจารย์เเนะนำเเต่เเทบจะเเตะต้องบอกให้เปลี่ยนนั้นนี่ไม่ค่อยได้

3) Arts + Design reach out : เเต่เดิมสถาบันที่พีไปทำวิจัยด้วยเป็นสถาบันเเรกๆในมหาวิทยาลัยนันยางที่เน้นไปที่ศิลปะเเละความคิดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามสถาบันเเห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เเค่พู่กันเเละจานสี เเต่มีการนำเอาความเข้าใจในปรัชญาเเละความงามมาใช้ในการออกเเบบนวัตกรรม ที่ School of Art, Design and Media มีความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยต่างๆในสาขาวิทยาศาสตร์เเละวิศกรรมเพื่อเเสวงหา กระบวนการสร้างสรรค์ที่ใช้วัสดุเเละความคิดใหม่ๆ หนึ่งในตัวอย่างที่พีสัมผัสคือ wearable technology research ของ Galina ซึ่งใช้เทคโนโลยี sensor เเละ electronic เข้ามาทำให้อุปกรณ์ที่เราสวมใส่ทำหน้าที่เป็น second skin ให้กับเราด้วย

Textile Resistance (2011) by Barbro Scholz, Germany

4) พีได้เห็นการเอารากฐานทางวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการออกเเบบอนาคต งานวิจัยเเละโปรเจคหลายๆชิ้นของที่นี่มีรากฐานมาจากเทคนิคในการสร้างสรรค์ของคนใน Southeast Asia ตัวอย่างเช่นใน Exhibition : Sense & Sensuality, The Art & Aesthetics of Wearable Technology (http://blogs.ntu.edu.sg/wearables/ss/exhibits/) งานหลายชิ้นนอกจากจะเเสดงความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่ผนวกเข้ามาในเครื่องเเต่งกายเเล้ว หลายๆชิ้นงานเเสดงลักษณะที่น่าสนใจของ Southeast Asia สิ่งนี้พีคิดว่าสำคัญมากเพราะว่ามันเป็นตัวสร้างความเเตกต่างระหว่างเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นในเเต่พื้นที่

Sense and Sensuality: The Art and Aesthetics of Wearable Technology งานเเสดง Wearable Technology ที่ NTU : https://blogs.ntu.edu.sg/wearables/ss/

5) สิงคโปร์เเละตัวมหาลัย NTU เองก็มีจุดด้อย เรื่องความเข้มงวดของเอกสารที่คนสิงคโปร์ให้ความสำคัญมาก เเละ พื้นที่อันจำกัดทำให้ห้อง lab ของอาจารย์อาจจะต้องไป collaborate กับข้างนอก (ซึ่งก็เป็นข้อดีในตัว) นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกล้องวงจรปิดที่มีจำนวนมหาศาลเเละอยู่ทุกที่ !

ภาพด้านล่างคือบรรยากาศช่วงที่พีทำวิจัยครับ

ตึกของ School of Art, Design and Media เเห่งมหาวิทยาลัย Nanyang University of Technology ที่สร้างกลมกลืนไปกับภูเขา เสียดายว่ามีต้นไม้บังทำให้ถ่ายไม่ติดอาคารทั้งหมด
ตึกของ School of Art, Design and Media จากด้านในมีสระนำ้
สถาปัตยกรรมด้านหลังสามารถผลิตไฟฟ้าเเละให้ความงามได้ด้วย
พีพี FREAK OUT!
Bio-Inspired Algorithm สร้างขึ้นที่ Arizona State University เเต่เอามาใช้กับงานนี้ด้วย
โมเดลนวัตกรรมของ NTU!
The Hive เป็นที่พักผ่อนเเละอ่านหนังสือของเด็กๆ เรียกชื่อเล่นว่า ตึกติ๋มซัมNTU
ภายในชั้นบนของ The Hive บางชั้นมีห้องเรียน + ห้องสมุด
ตึกในยามดึก (เเต่คนคึก)
อาหารอร่อยเเละหลากหลาย!
อาหารอร่อยเเละหลากหลาย! เเต่ทำไมไม่รู้กินร้านนี้บ่อย
พีพี เเละ Dr. Galina
ครุ่นคิดว่าทำไมต้องทำถ้าเเบบนี้ ?