5 Mindsets ของคนทำงาน Innovation
ทุกวันนี้ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ทุกบริษัท ทุกๆ หน่วยงานต้องมีทีมที่ต้องมาช่วยเริ่มคิดวิธีการใหม่ๆ, Product ใหม่ๆ หรือที่เราเรียกกันว่า Innovation ใหม่ๆ เพื่อนำเสนอคุณค่าที่น่าสนใจให้กับลูกค้า ถ้าจะให้ดี เอาแบบที่ไม่มีบริษัทไหนเคยคิดคุณค่าแบบนี้ได้มาก่อน จะเป้นโอกาสให้บริษัทของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในตลาดใหม่ๆ ที่ไม่มีใครนึกถึง (Blue Ocean)
เหตุผลที่ต้องผลักดันให้มีมนุษย์ Innovation หรือบางที่เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Innovator ก็เพราะถ้าบริษัทเราอยู่เฉยๆ ในยุคที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่แปลกที่ลูกค้าจะมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งถ้าวันนึงลูกค้ารู้สึกว่าทางเลือกใหม่ๆ ช่างน่าสนใจมากกว่าของเดิมๆ ตอบโจทย์มากกว่า แก้ปัญหาอะไรบางอย่างของเขาได้ดีกว่า เหตุผลอะไรที่จะทำให้พวกเขาไม่หนีจากคุณไป
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เราเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของ Innovation แล้ว คนที่ทำงานในสายนี้ ควรมีวิธีการคิดอย่างไรบ้าง ถึงจะทำงานในสายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเริ่มต้นของบทความนี้ เกิดจากผมได้ไปอ่านบทความนึงของ Ericsson.com ซึ่งมีพูดถึง 5 Mindset ของคนทำงาน Innovation…ส่วนตัวรู้สึกว่า บทความนี้เป็นอีก Source ข้อมูลที่ทำสรุป Innovation Mindset ได้ดีมาก จึงอยากหยิบมุมมองที่น่าสนใจมารวมกับความคิดเห็นโดยส่วนตัวเพื่อสรุปลงในบทความนี้ครับ

#1_ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ถึงแม้ว่าทีมจะเห็นตรงกันแล้วว่าควรช่วยการคิดวิธีการใหม่ๆ ให้กับบริษัท…แต่ถ้ามีไอเดียใหม่ๆ ที่เริ่มจะน่าสนใจเกิดขึ้นจริงๆ ทุกคนต้องมี Mindset ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจจะเป็นเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของพนักงานแต่ละคนด้วยวิธีการใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่าเดิม
โดยปกติการทำ Change management ในองค์กรขนาดใหญ่ เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย…ส่วนใหญ่ ในช่วงแรกๆ ของการเปลี่ยนแปลง อาจจะมีการตื่นตระหนก หรือ เป็นกังวล ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อชีวิตการทำงานของเราบ้าง
- บางคนอาจจะกังวลที่ต้องเริ่มพัฒนาทักษะใหม่ๆ
- บางคนอาจจะกังวลว่าบางตำแหน่งงานอาจจะการปรับเปลี่ยนหรือถูกปลดออก
- บางคนอาจจะกังวลว่าด้วยวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ๆ จะยังสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้แบบเดิมหรือไม่
สำหรับคนที่อยู่ทีม Innovation ต้องเป็นคนที่มี Mindset ไม่ยึดติดกับวิธีใดๆ ที่ผ่าน อ้าแขนรับทุกการเปลี่ยนแปลงที่มองเป็นโอกาสดีๆ และต้องเป็นหน่วยงานที่เริ่มเป็น Showcase ให้กับองค์กรในการค่อยๆ ทำ Project ใหม่ๆ ที่หลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ ข้อจำกัดเดิมๆ เพื่อให้คนอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Early Adopter เริ่ม Adopt วิธีการและ Mindset แบบนัก Innovation ในการทำ Project ในลักษณะเดียวกันต่อไป
#2_ผลักดันความคิดสร้างสรรค์ นอกกรอบ ใหม่ๆ
ถ้าอ้างอิงกระบวนการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking ส่วนนี้คือขั้นตอนการ Ideate ระเบิดไอเดียเพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ความท้าทายของขั้นตอนนี้คือ หลายๆ คนที่ทำงานมานานอาจจะมีความระวังตัวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะถ้าไอเดียนั้นๆ ไม่เคยมีใครทำให้เห็นมาก่อน ไม่เคยมีใคร Prove มาก่อนว่าวิธีการแบบนี้มัน Work
คนที่อยู่ในทีม Innovation ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Creative confidence หรือความมั่นใจที่จะระเบิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ต้องไม่กลัวจะโดนคนอื่นๆ มองว่าเป็นไอเดียที่ตลก หรือเป็นไปไม่ได้ เอาเป็นว่าลองดันไอเดียนั้นไปให้สุดทางก่อน ถ้ามันไม่ Work จริงๆ เราก็จะเป็นคนแรกของโลกที่ได้ลองหยิบไอเดียนั้นไปทดสอบเรียบร้อยแล้ว
เพื่อให้องค์กรสนับสนุนให้คนช่วยกันระดมไอเดียใหม่ๆ ต่อยอดกันไปเรื่อยๆ การออกแบบพื้นที่การทำงาน รวมถึงรูปแบบการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมาก ที่ทำให้คนทำงานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น เหมือนกับในบางบริษัทที่ รูปแบบองค์กรเทียบจะ Flat ไม่มีแบ่งชนชั้นอะไรให้ซ้ำซ้อน เพื่อเปิดโอกาสให้คนแต่ละแผนกแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประโยชน์ซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น
#3_คิดการณ์ใหญ่ ตั้งเป้าหมายไว้ให้สูง
จะคิดไอเดียใหม่ๆ ทั้งที ขอ Impact เยอะๆ หน่อย…ถ้าเป็นแค่การปรับปรุงวิธีการทำงานแบบเดิมๆ แค่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเพียงเล็กน้อย เช่น เร็วขึ้น, ชัดขึ้น หรือมีพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น ในปริมาณ ที่ไม่ได้ทำให้ทีมรู้สึกว่ายากเกินไปนัก มันคงได้แค่ช่วย Maintain ธุรกิจให้ได้กำไรสูงสุดเท่าที่ทำได้ในขณะนั้น แต่มันจะไม่ได้ช่วยป้องกันธุรกิจของคุณจากคู่แข่งหรือตัวละครหน้าใหม่ๆ ที่พร้อมจะกระโดดเข้ามา Disrupt หรือทำลายรูปแบบการทำธุรกิจเดิมของคุณแบบที่ไม่ทันตั้งตัว
ไม่ว่าจะเป็นความคิดแบบ Moonshot thinking หรือ 10x หรือความคิดในหลักสูตรอะไรก็ตามที่ดันในทีมเค้นรูปแบบใหม่ๆ ในการทำธุรกิจเพื่อให้เกิด Impact ที่มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด มักจะออกมาเป็น Solution ที่แปลกใหม่ๆ อย่างแน่นอน เพราะถ้าทำแค่รูปแบบเดิมๆ คงไม่สามารถสร้างยอดขายจาก 100 ล้าน ให้กลายเป็น 1,000 ล้านต่อปีได้แน่ๆ
เอาเป็นว่า ถึงแม้เราช่วยกันดันเต็มที่แล้วเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่โต 10 เท่า แต่สุดท้ายได้แค่ 8 เท่า 9 เท่า มันก็คือกำไรแบบก้าวกระโดดของบริษัทของคุณอยู่ดี เพราะฉะนั้น ตั้งเป้าหมายให้สูง เน้นเล่นใหญ่ไว้ก่อนเสมอ
#4_กล้าที่เปลี่ยนแปลงวิธีการที่เคยคิดว่าดี
บางทีองค์กรใหญ่ ก็ต้องการผู้กล้าหาญสักคนที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับทีม Senior Management Team บ้างว่า ตอนนี้กำลังมีความเสี่ยงอะไร เรามองเห็นโอกาสแบบไหนที่น่าลอง Explore เพิ่มเติมบ้าง…ยิ่งคุณมี Proved evidence เพื่อใช้ในการ Convince ความคิด ยิ่งง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่เราโน้มน้าวความคิดของใครก็ตามที่เคยมีความเชื่อในอะไรบางอย่างที่คุณรู้สึกว่ามีความเสี่ยง คุณจะต้องหาวิธียกแนวความคิดใหม่ๆ บวกกับเหตุผลที่ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องรู้สึกว่าเป็นแนวความคิดที่ Align ไปกับ Vision หรือความจำเป็นอะไรบางอย่างของคนแต่ละคน พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าผู้ใหญ่บางท่านให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องยอดขาย แนวความคิดของคุณก็ต้อง Link ไปให้ได้ว่ามันจะช่วยลดต้นทุนได้ขนาดไหน สามารถสร้างยอดขายแบบใหม่ๆ ที่สร้าง Impact เป็นตัวเลขได้ขนาดไหน ด้วยเหตุผลอะไร
#5_คิดเร็ว ทำเร็ว
อันนี้ก็สำคัญมากๆ ถึงความคิดจะดูน่าสนใจแค่ไหน ถ้าระยะเวลาที่ใช้ในการไปทดสอบไอเดีย หรือ การทำให้เกิดขึ้นจริงมันใช้เวลาที่นานเกินความจำเป็น ก็จะให้คุณเสียโอกาสดีๆ ในการนำเสนอคุณค่าใหม่ๆ เพื่อเป็นเจ้าแรกในตลาด หรืออย่างที่มีคนบอกว่าทุกวันนี้ ไม่ใช่ปลาใหญ่ กินปลาเล็กอีกแล้ว แต่เป็นปลาเร็วกินปลาช้า
ทิ้งท้าย
ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายๆ Mindset ที่สำคัญในการผลักดันคนที่ทำงาน Innovation ในองค์กรใหญ่ๆ เชื่อว่าหลายๆ บริษัทคงจะเริ่มเจอปัญหากันแล้วว่าการทำ Change management เพื่อเป็น Innovation company ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย
อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากทิ้งท้ายให้กับทุกคนที่มี Passion ในด้านนี้ ลองพยายามมองหาเวทีที่เราสามารถลองเริ่มนำวิธีคิดแบบใหม่ๆ การทำงานแบบใหม่ๆ ไปปรับใช้ … เชื่อว่าถ้า result ที่ออกมาเป็นที่น่าประทับใจ คนอื่นๆ จะเริ่มเห็นคุณค่าแล้วค่อยๆ อยากทำตามเองครับ
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณครับ
— Itto —
